“ลูกไขว้”: บางครั้งชีวิตก็ต้องการ “ศิลปะ”

ในเกมอุ่นเครื่อง “ฟีฟ่าเดย์” เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาระหว่าง อุรุกวัย – เม็กซิโก จากเมืองฮูสตัน มลรัฐเท็กซัส ซึ่งยอดทีมจากอเมริกาใต้ถล่มชนะไป 4-1 ได้เกิดปรากฎการณ์การเล่น “ขั้นเทพ” จากหลุยส์ ซัวเรซ ขึ้นมา

ปั่นโค้ง ๆ ฟรีคิกเข้าประตู และซัดจุดโทษด้วยเทคนิค “พาเนนก้า” (Panenka – หลอกจะยิงมุม แต่ชิพเข้าตรงกลางประตู)

ก่อนปิดท้ายด้วยการ “ไขว้” (Rabona) บอลโด่งระดับศีรษะให้เพื่อนร่วมทีม แกสตัน เปเรโร่ โหม่งเข้าไปอย่างงดงาม

สุดยอดครับ จาก 2 ประตูที่ทำได้ และอีก 1 ดอกที่ assist สร้างสรรค์

งานนี้จึงขาดเพียงอย่างเดียวจะครบถ้วนสมบูรณ์แบบ นั่นคือ “แฮตทริก” จากซัวเรซ

แถมจะให้ดีต้องเป็นการยิงประตูที่ 3 ระดับ “ตอร์ปิโด” โหม่ง หรือตีลังกากลับหลัง (Overhead Kick) ด้วยจะดีเลิศประเสริฐศรีครับ

แฮ่ม! 2 พารากราฟสุดท้ายนี้ผมแค่ “จินตนาการ” ขำ ๆ เอาเองนะครับ

เพราะแค่นี้ สิ่งที่หัวหอกบาร์เซโลน่า วัย 31 ปี “กระทำ” ชำเราใส่เม็กซิโกในเกมนี้ เฉพาะอย่างยิ่งการยิงจุดโทษ Panenka และลูกไขว้เปิดเข้ากลาง Rabona

ก็ถือว่า “โหด” (Outrageous) สุด ๆ เท่าที่นักเตะคนหนึ่งจะ (กล้า) ทำได้ในแมตช์ฟุตบอลระดับชาติแบบเป็นทางการแล้ว

ซูฮกให้จากใจครับ 🙂

ทำไมผมถึงเขียนเรื่องนี้ในวันนี้?

ตอบ: ส่วนตัวเติบโตในยุค “พี่ตุ๊ก” ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน กำลังค้าแข้ง และรุ่งโรจน์สุดขีดในช่วง 80s กับสโมสรทหารอากาศ หรือแอร์ฟอร์ซ เซนทรัล เอฟซี ในปัจจุบัน กับทีมชาติไทย

และ “พี่ตุ๊ก” นี่แหละครับได้เป็น “ไอดอล” ของเด็กผู้ชายชาวไทยในยุคนั้นไม่ต่างอะไรกับยุคนี้ที่มีพี่มุ้ย, เจ, อุ้ม, ตอง ฯลฯ เป็นหัวหอกนำขบวนตัวอย่างเยาวชน

ผมได้เห็นการยิงเทคนิคต่าง ๆ เช่น วอลเลย์, ฮาล์ฟวอลเลย์, กดมุมแคบเสาแรก/เสาสอง, กระชากหนีตัวประกบไปยิงดื้อ ๆ (เพราะสปีดเร็วมาก)

ได้เห็นลีลาการลากเลื้อย “หยุดแล้วไป” ทันที, การเลี้ยงริมเส้นด้วยความเร็วแล้วแตะลอดขากองหลังที่เข้ามาแย่งแบบจังหวะพอเหมาะพอดี, การกระชากถึงเส้นหลังแล้วใช้ความเร็วปาดตัดหน้า 45 องศาจี้ไปที่เส้นหลัง และประตู

เห็นการวิ่งข้ามบอลแล้วอ้อมไปเอาโดยกองหลังได้แต่ยืนเหว๋อ, เห็นการ “indirect pressing” แบบชาญฉลาด เพราะ “พี่ตุ๊ก” จะไม่ไล่บอล แต่จะคอยทีเผลอแล้วไล่ขณะคู่ต่อสู้ไม่ทันตั้งตัว

ได้เห็น และจดจำกระทั่ง “สตั๊ด” ที่ใส่ Adidas รุ่น Copa Mundial ที่กว่าจะเก็บเงินซื้อได้เองก็ตอนเข้ามหาวิทยาลัย ปี 1 ไปแล้ว

และยังใช้รุ่นนี้ ยี่ห้อนี้ จนถึงปัจจุบัน!

หรือจะเป็นการใส่ “ผ้ายืดร้ดข้อเท้า” (Ankle) คล้าย ๆ ที่นักมวยใส่ แต่ “พี่ตุ๊ก” มาใส่นอกถุงเท้าแล้วพับ 1 ทบ (นักบอลปัจจุบันจะใช้ “เทปล็อก” ข้อเท้าเอาเลย)

ฯลฯ และ ฯลฯ

เหนือสิ่งอื่นใด คือ ได้เห็นการเล่น “ลูกไขว้” (Rabona) ครั้งแรกในชีวิตครับ

…หลังจากมาทำงานเป็นสื่อมวลชน และสุดท้ายไปทำ Sports Marketing ให้ “ทรู วิชั่นส์” และ “แอร์เอเชีย” ผมจำได้ว่า ได้ร่วมทริปไปอังกฤษ ในโครงการ Flying to Dream ของ “แอร์เอเชีย” ไปชมเกมของควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส กับปิยะพงษ์ ผิวอ่อน และเด็ก ๆ ที่ชนะเลิศโครงการปี 2012

เท่าที่จำได้ ในทริปนั้นได้คุยกันเยอะที่สุดกว่าทุกครั้ง แทบทุกประเด็นทั้งส่วนตัว และฟุตบอล โดย 1 ในนั้น คือ “ลูกไขว้” และเท้าข้างที่ถนัด

ผมจำไม่ได้แน่ชัดนะครับ พี่ตุ๊กตอบว่า ถนัดเท้าใด? แต่คุ้น ๆ แกตอบว่า เท่า ๆ กัน และเหตุผลที่เตะได้ 2 เท้าก็มีส่วนมาจากเท้าข้างหนึ่งเจ็บบ่อยเลยต้องใช้อีกข้างเตะแทน

จนเตะได้ดีเท่า ๆ กัน

แต่หากจำไม่ผิด “เท้าขวา” น่าจะเป็นข้างถนัดแต่เกิด และใช้ยิงจุดโทษ หรือลูกนิ่งระยะไกล

ทว่าจริง ๆ แล้ว แกก็เตะจุดโทษได้ทั้ง 2 เท้า

เหนือสิ่งอื่นใด ผมว่า “พี่ตุ๊ก” น่าจะเป็นนักเตะคนเดียวในโลกตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันที่เล่น “ลูกไขว้” ได้ทั้ง 2 เท้า และทำได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด

เพราะสามารถทำให้ “ลอยโด่ง”, โค้ง และทำขณะที่บอลหยุดนิ่ง หรือเคลื่อนที่ทุกทิศทาง แก “ไขว้” ได้ทุกเหลี่ยมครับ

“ผมจำมาจาก เปเล่” พี่ตุ๊ก พูดถึงที่มาที่ไปของการเล่นลูกไขว้

แน่นอน เปเล่ คือ นักเตะที่ปิยะพงษ์ ชื่นชอบที่สุด

ขณะที่ หากวกกลับมาที่ตัวผมเอง “พี่ตุ๊ก” คือนักเตะไทยที่ผมชอบที่สุด และเปเล่ คือ นักเตะที่ผมเอาฉายาของเค้า (“ไข่มุกดำ”) มาเป็นนามปากกาของตัวเองตั้งแต่ประมาณ ค.ศ.2000 หลังจากช่วงแรกของการทำงานระหว่าง ค.ศ.1995 – 1999 ผมใช้นามปากกาว่า “Topman” ตามชื่อเล่นตัวเอง

ทั้งนี้ ข้อมูลจาก Wikipedia (เชื่อถือได้ระดับหนึ่งพอนะ) ภาพเคลื่อนไหวที่โลกได้เห็น Rabona ครั้งแรกมาจาก “เปเล่” ในปี 1957 แมตช์แชมเปี้ยนชิพ แห่งรัฐเซา เปาโล ขณะอยู่ทีมซานโต๊ส

โจวานนี่ ร็อคโคเตลลี่ นักเตะอิตาเลียน เป็นอีกคนที่ได้รับ “เครดิต” กับลูกเตะเทคนิคนี้ในยุค 70s ในอิตาลีที่ถูกเรียกง่าย ๆ ว่า ลูก “อินโครชิเอต้า” (Incrociata) แปลว่า “ลูกไขว้” นั่นแหละ

นอกจากนี้ เท่าที่ผมจำได้ ดิเอโก้ มาราโดน่า, โรมาริโอ, โรแบร์โต้ บัจโจ้, โรนัลดินโญ่, ริวัลโด้, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, โรบินโญ่, เอแดง อาซาร์, อังเค ดิ มาเรีย, ริคาร์โด้ ควอเรสม่า, ดิมิทรี้ ปาเยต์, เนย์มาร์, เอริค ลาเมล่า, ซัวเรซ ฯลฯ คือ บรรดานักเตะที่เล่น Rabona ในแมตช์แข่งขัน

แต่ทุกชื่อข้างต้น เล่น Rabona ได้ด้วยเท้าข้างเดียวเท่านั้นนะครับ!

ทำไมต้องเล่น “ลูกไขว้” Rabona?

หลัก ๆ น่าจะมี 3 เหตุผลนะครับ:

1.บอลเคลื่อนไปด้านเท้าไม่ถนัด และบังเอิญว่า เตะเท้านั้นได้ไม่ดี จึงหันมา Rabona แทน เฉพาะอย่างยิ่งตอนบอลไปอยู่ริมเส้นฝั่งไม่ถนัด

เช่น นักเตะเท้าขวา แต่บอลไปอยู่ทางฝั่งซ้ายแล้วไม่ต้องการจะล็อกด้วยซ้ายมาเปิดด้วยขวา (เหมือน อาจารย์ยัง ชอบทำ) เช่น ซัวเรซ assist ในเกมนี้

2.ต้องการ “หลอก” คู่ต่อสู้ เพราะฝ่ายตรงข้ามคงคาดไม่ถึง เช่น กรณีนี้ ซัวเรซก็ช็อกเกมรับเม็กซิโก อย่างได้ผล

3.อยากจะ “โชว์” ทักษะ เทคนิค ของตัวเอง โดย “ห้ามถาม” นะครับ จำเป็นหรือไม่?

เพราะตอบไม่ได้ เนื่องจากขึ้นกับสถานการณ์ และผลลัพธ์

ทั้ง Panenka และ Rabona จะ “หล่อ” และเท่ห์เป็นที่สุดหากทำแล้วประสบความสำเร็จ

แต่หากทำพลาดก็จะโดนเล่นงานทันทีว่า จะเล่นลูกลีลาทำไม?

ไม่ต่างอะไรกับในชีวิตเราครับ

บางครั้ง เราต้องการความท้าทาย ความสนุก ความตื่นเต้น เพื่อจะมาเป็น “สีสัน” ให้กับชีวิตที่บางทีอาจจะ “ราบเรียบ” ตามครรลองมากไป

ไม่งั้น คงไม่มีการเปลี่ยนสถานที่ทำงาน, การเดินทางไปท่องเที่ยวในแหล่งใหม่ ๆ, การเลือกรับประทานเมนูใหม่ ๆ กระทั่งถึง “หัดคุยกับคนแปลกหน้าบ้าง”

คือ ชีวิตมันมี “ดีกรี” การเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ

หรือทำอะไรที่แตกต่างจากครรลอง หรือจะบอกว่า คิดนอกกรอบ ทำอะไรที่ไม่เคยมีใครทำบ้าง อะไรบ้าง

แต่ทั้งหมดก็ควรมีการ “ประเมิน” ครับว่า เหมาะสมกับเวลา หรือไม่?

เช่น ลูก Panenka ของซัวเรซ เกิดขึ้นตอนนำแล้ว 2-1 ถ้าทำได้จะเป็น 3-1 ซึ่งก็พอเสี่ยงได้ หรือจังหวะสับ Rabona ก็คือ ครึ่งหลังสำหรับประตูที่ 4

ในแมตช์กระชับมิตรธรรมดาเกมหนึ่ง

ผมไม่ได้อยากจะบอกว่า “นี่คือความสามารถเฉพาะตัวห้ามลอกเลียนแบบ” เหมือนที่รายการทีวีชอบขึ้นเตือนหน้าจอ

เอาแค่ว่า “ชีวิต” เราเกิดมาแล้วครับ ใช้ซะ, ทำมันซะ, ทำไปเลย! อะไรก็แล้วแต่ที่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน…ทำไป!

เพราะมันคือ ส่วนหนึ่งของชีวิตที่ควรงดงามประหนึ่งงาน “ศิลปะ”

“ผิด” บ้าง “ถูก” บ้างมันคือ สีสัน

ก็แค่ “หัวเราะ” กับมันก่อนเริ่มต้นใหม่…ก็แค่นั้น 🙂



RELATED POSTS

Thought

หงส์สุกงอม (2) ?

มาริโน่

ก่อนออกสตาร์ตฤดูกาลนี้ เคยเขียนบทความเรื่อง “หงส์สุกงอม ?” มีเครื่องหมายคำถามต่อท้ายเพื่อเป็นอันรู้ว่าไม่ใช่ประโยคบอกเล่า แต่เป็นการโยนหินถามคนอ่านว่าลิเวอร์พูล ดีพอแล้วหรือยังที่จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก สมัยแรก หลังการสร้างทีมและเสริมทัพของเจอร์เก้น คล็อปป์ ในช่วงซัมเมอร์

Thought

ปัญหาใหม่ของตลาดพรีเมียร์ ลีก

มาริโน่

ต้นเดือนกันยายน 2017 พรีเมียร์ ลีก ส่งเทียบเชิญเหล่าตัวแทนทั้่ง 20 สโมสรมาลงมติรับข้อเสนอว่าด้วยการร่นวันเส้นตายย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์ ให้ปิดตัวสะเด็ดน้ำก่อนฤดูกาลฟาดแข้งใหม่จะเปิดฉาก

Thought

ปรบมือลา

ลูกแม่กิ่ง

แม้จะเป็นจังหวัดที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ แต่น่าแปลกที่ตลอดทั้งชีวิตผมกลับเคยมาเยือนสุพรรณบุรีแค่ไม่กี่ครั้ง อย่าถามหาความทรงจำใดๆมันจางและรางเลือนไปหมดแล้ว