โอ-เลือน-ปิก และ ยู-หลบ

โอลิมปิก

สิ่งที่คนกีฬาหลายคนกังวลตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมานั้นเริ่มเป็นความจริงมากขึ้นทุกเวลานาทีครับ

ไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19 กลายเป็นมหันตภัยร้ายที่ทำร้ายวงการกีฬา – และความจริงคือทุกวงการทั่วโลก – แบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ผลกระทบของมันร้ายแรงเสียยิ่งกว่าสงครามใดๆในช่วง 2-3 ทศวรรษที่ผ่านมา

เพราะโลกทั้งใบถูกบังคับให้หยุดหมุน ด้วยความกังวลว่าเชื้อไวรัสจะระบาดหนักและไกลกว่านี้

ตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมาหน้าข่าวกีฬามีแต่ข่าวการเลื่อนการแข่งขันกีฬา ไม่ก็แข่งขันกันในสนามปิด – ซึ่งเป็นสิ่งที่เลวร้ายสำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้องครับ

นักกีฬาทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ ฝึกซ้อมมาอย่างหนัก แต่ไม่สามารถจะลงแข่งได้

แฟนฟุตบอลต้องการจะให้กำลังใจ ส่งเสียงเชียร์ถึงกัน แต่ก็ทำได้แค่เพียงเฝ้ามองอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆ

อย่างไรก็ดีดูเหมือนสถานการณ์จะทวีความรุนแรงขึ้นตามลำดับ 

เราได้เห็นฟุตบอลเซเรีย อา สั่งพักการแข่งขันยาวถึงเดือน เม.ย. และเริ่มมีการพูดถึงความเป็นไปได้ที่จะไม่สามารถแข่งขันให้จบฤดูกาล

ลีก เอิง ก็ประสบปัญหาหนักเช่นกัน ลาลีกาสั่งพักการแข่งขัน 2 สัปดาห์

พรีเมียร์ลีกจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และข่าวการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของประธานสโมสรน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ซึ่งเป็นประธานสโมสรโอลิมเปียกอส และได้มาเข้าชมเกมยูโรปา ลีก ในนัดเยือนอาร์เซนอล ที่เอมิเรตส์ สเตเดียม ก็กลายทำให้อกสั่นขวัญแขวนกันไปตามๆกัน

เพราะมันมีโอกาสที่จะเกิด Super Spreader คนแพร่เชื้ออย่างยิ่งยวด

และมีความเป็นได้สูงที่เชื้อจะติดนักเตะทีมปืนใหญ่ ไม่ว่าเขาจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม และนั่นหมายถึงทีมที่ลงแข่งกับอาร์เซนอลก็มีโอกาสติด แฟนบอลที่พบปะกับนักเตะก็มีโอกาสติด ครอบครัวนักฟุตบอลก็มีโอกาสติด และคนที่ใกล้ชิดกับครอบครัวนักฟุตบอล แฟนบอล เจ้าหน้าที่สโมสรก็มีโอกาสติดเชื้อทั้งหมด

จริงอยู่ที่ไวรัสโควิด-19 ไม่ได้ติดกันง่ายดาย ไม่ใช่เดินไปในตลาดแล้วจะติดได้ทันที เพราะมันมีเงื่อนไขในการติดอยู่ แต่เพราะเชื้อตัวนี้มีระยะเวลาในการฝักตัวค่อนข้างช้า ทำให้หากเริ่มมีความวิตกว่ามีโอกาสจะติดแล้วจะนำไปสู่การกักตัวเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ

โดยที่ไม่มีใครจะมีทางรู้ได้ว่า ขณะที่คนต้องสงสัยพยายามกักตัว บนถนนหนทางจะมีคนที่ไม่รู้ว่าเป็นพาหะของโรคอีกกี่มากน้อย

กรณีของเจ้าของทีมฟอเรสต์/โอลิมเปียกอส นำไปสู่การสั่งเลื่อนเกมพรีเมียร์ลีกเป็นนัดแรก ด้วยเหตุผลดังกล่าว

และมันเริ่มทำให้มีการคิดถึงเรื่องของการเลื่อนการแข่งขันพรีเมียร์ลีกออกไป

พาลไปจนถึงการยกเลิกการแข่งขันที่เหลือในฤดูกาลนี้ แม้ว่ามันจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่ทุกคนคิดถึงก็ตาม

เรื่องนี้ยังตอกย้ำให้หลายฝ่ายเริ่มคิดถึงการแข่งขันในสเกลระดับ “มหกรรมกีฬา” ที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงซัมเมอร์อย่างการแข่งขันฟุตบอลยูโร ซึ่งจะจัดขึ้นทั่วยุโรปในวาระพิเศษ และการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนที่กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น

รายการแรกมีการเสนอให้เลื่อนการแข่งขันออกไป 1 ปีครับ ไปจัดปีหน้า 2021

ขณะที่รายการหลังมีการนำเสนอข่าวว่าให้ไปจัดในอีก 2 ปีข้างหน้าหรือ 2022

เรื่องนี้ถามว่าจริงไหม? ตอบได้ว่า “ยังไม่จริง” เพราะการจะเลื่อนงานระดับนี้ออกไปนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก และต้องตัดสินใจอย่างละเอียดรอบคอบที่สุด

หรือพูดให้ตรงกว่านั้นคือต้องเป็นการตัดสินใจที่ “หนักแน่น” ที่สุดเท่านั้น

โดยเหตุผลเดียวที่จะมีน้ำหนักมากคือสถานการณ์การแพร่ระบาดนั้นไม่สามารถควบคุมได้ และทุกอย่างมีแต่เลวร้ายขึ้น

ฟุตบอลยูโรนั้นลำบากในแง่ของการที่มีประเทศเจ้าภาพมากมาย เอาแค่เกมเปิดสนามในอิตาลีก็แทบเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้แล้วครับ แต่มันยังพอมีโอกาสที่จะขยับปรับสนามกันใหม่ 

แต่การเลื่อนนั้นเป็นไปได้ยาก เพราะในปี 2021 ปฏิทินฟุตบอลเองก็แน่นเอี๊ยด อาจจะแน่นกว่านี้ด้วยซ้ำ เพราะมีฟุตบอลเนชันส์ ลีก, รายการชิงแชมป์สโมสรโลกแบบใหม่ ฯลฯ พ่วงด้วย ถ้ารายการเหล่านี้ไม่หลีกทางให้ก็ไม่มีวันเลื่อนได้

สำหรับโอลิมปิก เหมือนจะเลื่อนง่ายกว่า แต่ก็เป็นเรื่องลำบากเพราะเจ้าภาพลงทุนลงแรงไปอย่างมากมายมหาศาล

พวกเขาคาดหวังว่าโอลิมปิกจะกระตุ้นประเทศได้ในทุกมิติ และมันควรจะเป็นช่วงเวลาที่ดีของคนทั้งโลก

ตามรายงานข่าวที่ปรากฏ จริงๆก็เป็นเพียงความเห็นของหนึ่งในคณะกรรมการครับ ยังไม่ใช่ความเห็นของฝ่ายจัดการแข่งขันทั้งหมด หรือคณะกรรมการโอลิมปิกสากล

ดังนั้นจึงบอกได้ว่าการเลื่อนการแข่งขันเหล่านี้ยังไม่ใช่เรื่องจริง

แต่ไม่ไ้ด้แปลว่ามันจะไม่เป็นความจริง

ณ เข็มนาฬิกาเดินไป ตราบใดที่เรายังมองไม่เห็นแสงสว่างในปลายทางของเรื่องนี้ ผมคิดว่าเราควรจะเผื่อใจว่าอะไรที่ไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดก็อาจจะเกิดขึ้นได้

ต่อให้ยากจะยอมรับและทำใจแค่ไหนก็ตาม

แต่ในเวลาเดียวกัน ตราบใดที่ยังมีความหวัง ก็ไม่จำเป็นต้องละทิ้งมันไว้กลางทางครับ

โลกยังมีวันใหม่เสมอและสักวันเราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน 🙂



RELATED POSTS

Story

โมเซส : อาจเร็วไปที่ลาไนจีเรียแต่คิดมาดีแล้ว

SPORTDesk. Team

หลังจบศึกฟุตบอลโลก 2018 นักเตะดัง ๆ จากหลายประเทศต่างทยอยประกาศอำลาทีมชาติ อาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกพลิกโผมากนักเพราะอย่างน้อย ๆ ทุกคนต่างก็รับใช้ชาติมาเป็นเวลานาน…ช่างแตกต่างจากแคสกรณีของ วิคเตอร์ โมเซส ปีกไนจีเรีย

Story

ทิม ครูล กับ ขวดน้ำมหัศจรรย์

SPORTDesk. Team

ทิม ครูล กลายเป็นฮีโร่ ในเกม เอฟเอ คัพ ที่ นอริช ผ่าน ท็อตแนม ไปได้ด้วยการดวลลูกจุโทษ และฝีมือของเขาก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่อย่างใด

Thought

ความเป็น “มืออาชีพ”

ไข่มุกดำ

ไม่น่า “แปลกใจ” นะครับหากสาวก “เดอะ กันเนอร์ส” อาร์เซนอล จะจัดของกำนัล “โห่” ชุดใหญ่ระงมถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม กับการเปลี่ยนตัว แอรอน แรมซีย์ ลงแทน อเล็กซานเดร ลากาแซตต์ ในนาทีที่ 75