“ป๊อกบา” คือ ตัวแปร vs. “มาตรฐาน” เมสซี่

30 June 2018
333 VIEWS

           1.

นับตั้งแต่ย้ายทีมด้วยค่าตัว “สถิติโลก” เครื่องหมายคำถามยังคง “ประทับ” แปะบนกบาล พอล ป๊อกบา ว่า ความสามารถที่ “แท้ทรู” เมื่อไหร่จะถูกเค้นออกมา?

ค่าหัว 90 ล้านปอนด์ ปั้นโดย โจเซ่ มูรินโญ่ และดิดิเยร์ เดอชองป์ส ทดลองแล้วกับระบบ 4-2-3-1 หรือ 4-3-3อันเป็นระบบหลักของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และทีมชาติฝรั่งเศส

แต่สิ่งที่ดีที่สุด ได้รับกลับมา คือ ผลงานขึ้น ๆ ลง ๆ

จะดีก็ดีไม่สุด หรือไม่สม่ำเสมอ ไม่ว่าจะในเกม 90 นาที หรือวัดกันนัดต่อนัด

หากเพียงแค่ ดาวเตะวัย 25 ปีจะเล่นได้เยี่ยม “เต็มเกม”

หรือทำได้ดีต่อเนื่องติดต่อกันหลาย ๆ นัด

เฉพาะอย่างยิ่งตอนเจอ “บิ๊กทีม”

นั่นแหละ ผู้คนจึงจะ “ยอมรับ” และเปิดวงแขนต้อนรับ ป๊อกบา เป็นยอดนักเตะระดับโลกตัวจริงที่สามารถ “เติมเต็ม” ศักยภาพในตัวเองได้

หาไม่แล้ว กองกลางร่างสูง 191 เซนติเมตรจะเป็นได้เพียง “ลมพัด”

วูบมาก็เย็น ไม่พัดมาก็สงบนิ่ง

เอาแน่เอานอนไม่ได้ตามอารมณ์ อำเภอใจ พร้อม ๆ กับ “ภาพจำ” เหมือนเด็กไม่โตในสนาม

…กับระบบกองกลาง 3 ตัวของเดอชองป์สในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายปะทะอาร์เจนติน่า ผมมองว่า กองเต้ เป็นตัวรับ “ตัวยืน” ขณะที่อีกคนจะเป็น โตลิสโซ่ (ตัวรับอีกตัว) ไม่ได้

เพราะนั่นจะเหมือนเกมแรกกับออสเตรเลีย ที่ป๊อกบา ไม่น่าจะเหมาะสมกับการทำหน้าที่ตัวรุก

เค้าน่าจะทำหน้าที่เหมือน เปาลินโญ่ ในทีมบราซิล (ไม่เน้นรับมาก และพุ่งเติมได้เป็นระยะ ๆ), กองเต้ ทำหน้าที่เหมือนคาเซมิโร่ คือ เน้นรับ

ขณะที่อีกคนควรทำหน้าที่รุกเต็มตัวเหมือน คูตินโญ่ ทว่า ณ ตอนนี้คงลำบาก (ที่จะใช้ เลอมาร์, เฟคีร์) เพราะเดอชองป์ส ไม่ได้เลือกหนทางนั้นมาแต่แรก แต่จะ “เพลย์เซฟ” หน่อย เช่น ใช้ มาตุยดี้ ในเกมชนะเปรู 1-0

ซึ่งก็พอได้อยู่ และมีแนวโน้มจะใช้แผงกลางชุดดังกล่าว:กองเต้, ป๊อกบา และมาตุยดี้ ในเกมนี้กับอาร์เจนติน่า

รวมความแล้ว มัน “ไม่ง่าย” กับฝรั่งเศส และป๊อกบา ในเกมกับทัพฟ้าขาว ที่นำทัพโดย ลิโอเนล เมสซี่

แต่หากทีมน้ำหอมจะทำได้ดี ผลงาน “ป๊อกบา” นี่แหละจะเป็นกุญแจสำคัญ เพราะเพื่อนร่วมทีมดูนิ่ง “สม่ำเสมอ” พร้อมรอโชว์ฟอร์มอยู่แล้ว

 

2.

ชัยชนะเหนือ ไนจีเรีย 2-1 โดย ลิโอเนล เมสซี่ “เบิกร่อง” ประตูแรกของตนเองในทัวร์นาเมนท์ได้สำเร็จมี “ภาพจำ” อย่างน้อย 2 เหตุการณ์เกิดขึ้นครับ:

1.ภาพ “ดีใจ” ในชัยชนะไม่ว่าจะหลังจาก มาร์กอส โรโฮ ยิงประตูนาทีที่ 86 หรือหลังจบเกมที่ทราบผลว่า พวกเค้าเข้ารอบตามโครเอเชียที่ชนะรวด 3 นัดได้สำเร็จ

ดีใจประหนึ่งได้ “แชมป์โลก” สมัยที่ 3!?

ครับ มันคือ “ชัยชนะ” นัดสำคัญทั้งส่วนตัวเมสซี่ ที่เล่นได้ดีขึ้น และทำประตูได้

หรือทีมชาติฟ้าขาวที่สามารถใช้คำว่า “ปลุกผี” คืนชีพขึ้นมาเข้ารอบได้สำเร็จ

ทว่า ทีมระดับอาร์เจนติน่า ไม่ควรยินดีปรีดา หรือพออกพอใจกับเพียงแค่ชัยชนะนัดนี้

โดย “หลงลืม” ปัญหาตั้งแต่รอบคัดเลือกที่กว่าจะเข้ารอบมาเป็น 1 ใน 32 ทีมสุดท้ายได้ก็ต้องรอลุ้นจนแมตช์สุดท้ายรอบคัดเลือก

อุ่นเครื่องก็ไม่ “เข้าตา” ก่อนมารัสเซีย

ประเด็น คือ ซัมเปาลี ยังแก้ปัญหาระบบวิธีการเล่นของทีมไม่ได้กระทั่งเข้าสู่นัดที่1,2 และ 3 รอบแรกบอลโลก 2018

ระบบการเล่นเปลี่ยนทุกนัดจาก 4-2-3-1 (เมสซี่ อยู่หัวบนสุดตรง “3”), 3-4-3 (เมสซี่ อยู่ริมขวาของ “3” บน) กระทั่งถึง 4-4-2 (เมสซี่อยู่ “2” คู่กับฮิกัวอิน)

แล้วนัดนี้กับฝรั่งเศสล่ะ จะเล่นระบบอะไร?

  1. อันนำสู่ “ภาพจำ” ที่ 2 ฤา กุนซือชิลีต้องถามเมสซี่?

เหมือน “ภาพข่าวดัง” ทั่วโลกตอนเตรียมเปลี่ยนตัว กุน อเกวโร่ ลงสนามในครึ่งหลังเกมกับไนจีเรีย

หรือภาพเมสซี่ “บรีฟ” เพื่อน ๆ ตอนก่อนลงสนามครึ่งหลังในเวลาที่ซัมเปาลี เดินผ่านไปแล้วที่ภายหลังระบุว่า กัปตันทีมฟ้าขาวบอกให้เพื่อน ๆ ยิงทุกโอกาสที่มี

อันเป็นเหตุให้เห็น โรโฮ ยิงด้วยขวาในกรอบเขตโทษทั้งที่ตัวเองเล่นเซนเตอร์ฮาล์ฟ!

ครับ ระบบ คือ เรื่องหนึ่งที่สำคัญที่ผมชอบระบบแรกเหมือนเกมไอซ์แลนด์ เพราะจะเป็นฟอร์เมชั่นที่เมสซี่จะได้บอลมากที่สุด

เพียงแต่ เมสซี่ อย่าลงมาล้วงบอลต่ำมากเหมือนตอนเจอไอซ์แลนด์เท่านั้นเอง

ถัดมา คือ คำถามว่า “มาตรฐาน” อะไรที่เมสซี่ต้องเล่นให้ได้ในยามหน้าสิ่วหน้าขวาน และทีมฟังก์ชั่นไม่สมบูรณ์แบบที่เห็น ๆ กันมาโดยตลอด

คำตอบ คือ ต้องเล่น “เลเวล” เดียวกับมาราโดน่า ในบอลโลก 1986

หรือซีดาน ในแมตช์ควอเตอร์ไฟนอลกับบราซิล ในบอลโลก 2006

โดยให้ลืมไปเลยว่า “รอบข้าง” อาร์เจนฯ ไม่เหมือนบาร์ซ่า

เพราะจริง ๆ ทีมชุดนี้ของฟ้าขาว โดยเฉพาะเกมรุกก็ไม่ใช่ “ขี้ไก่” ที่เมสซี่จะเหมือนหัวเดียวกระเทียมลีบ

“มาตรฐาน” ที่ว่านี้ คุณว่า เมสซี่จะทำได้ไหมครับ?