นักเตะพลังผัก

2 November 2018
393 VIEWS

เมื่อวานนี้ (1 พ.ย.) ไม่ได้เป็นเพียงแค่วันเริ่มต้นเดือนก่อนสุดท้ายของปี และเป็นวันแรกที่สายลมหนาวพัดเข้ามาในประเทศไทย (และได้พัดพรากจากเราไปอย่างเงียบ ๆ แล้ว) เท่านั้นครับ

เมื่อวานยังเป็นวันมังสวิรัติโลกหรือวัน World Vegan Day ด้วย

ความจริงตัวผมเองไม่ได้เป็นนักเขียนสายสุขภาพหรือสายผักอะไรครับในทางตรงกันข้ามเป็นนักเขียนที่ไม่ค่อยชอบทานผักค่อนข้างหนักไปทางสายเนื้อมากกว่าวันมังสวิรัติจึงไม่ใช่สิ่งที่ผมจะมาให้ความสนใจอะไรมากมายนัก

จนกระทั่งในช่วงก่อนนอนได้เห็นคลิปสัมภาษณ์ของเอคตอร์เบเญรินแบ็กขวาตัวลุยของ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอลที่พูดถึงเรื่องของการทานมังสวิรัติของตัวเองและชีวิตการเล่นฟุตบอลหลังเลิกทานเนื้อสัตว์ทำให้ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าจริงๆก็เป็นเรื่องนึงที่เคยสนใจเมื่อสักพักใหญ่ๆมาก่อน

ก็เลยอยากเอามาเล่าต่ออีกที

ผมทราบเรื่องที่เบเญรินทานมังสวิรัติครั้งแรกเมื่อช่วงฤดูกาลที่แล้วครับซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นขวบปีที่ไม่ค่อยดีนักสำหรับตัวเขาเพราะฟอร์มการเล่นนั้นหลุดลุ่ยร่วงมหาราชมากไม่แตกต่างจากฟอร์มโดยรวมของ “กันเนอร์ส” ที่เห็นแล้วปวดใจแทนกูนเนอร์ส

ผลงานดังกล่าวของแบ็กชาวสเปนทำให้มีการพูดถึงกันไม่น้อยนะครับว่าหรือมันจะมีสาเหตุมาจากการที่เบเญรินเปลี่ยนจากการทานเนื้อสัตว์หันมาทานมังสวิรัติแบบจริงจังกันแน่

มีครั้งหนึ่งแฟนอาร์เซนอลรายหนึ่งโทรเข้ามาแสดงความคิดเห็นผ่านทางสถานีวิทยุ BBC Radio 5 ในช่วง Live Sport Show วิจารณ์เบเญรินอย่างหนักเรียกว่าสับเละเป็นข้าวมันไก่เบตงเลยทีเดียว

เขาบอกว่าตั้งแต่เบเญรินหันมากินมัง (สวิรัติ) แล้วเขาก็เล่นไม่เอาอ่าวเล่นเกมรับกันไม่เป็นเลยทีเดียวและคิดว่าแบ็กกระทิงหนุ่มควรจะได้ทานสเต็กเนื้อสักหน่อยเพื่อเพิ่มพลังให้ตัวเอง

คำวิจารณ์ไม่ได้มีเฉพาะแค่ในหมู่แฟนบอลครับแต่ยังรวมไปถึงนักวิเคราะห์ที่เป็นอดีตศูนย์หน้าคนดังอย่างคริส ซัตตันที่มองเรื่องการทานมังสวิรัติของเบเญรินว่าเป็นเรื่องขำขันและก็เห็นเหมือนกันว่าเขาควรจะไปหม่ำสเต็กดี ๆ สักมื้อจะได้มีเรี่ยวแรง

เสียงวิพากษ์นี้ถือว่าแรงอยู่นะครับเป็นการไม่ให้เกียรติกันพอสมควรเลย

สำหรับเบเญรินเขามีเหตุผลที่เปลี่ยนอุปนิสัยในการทานซึ่งเป็นเรื่องที่ใหญ่เกือบที่สุดในชีวิตมนุษย์ที่ต้องเปลี่ยนแปลง

สตาร์วัย 23 ปีเล่าเรื่องนี้ผ่าน The Players’ Tribune เว็บไซต์นักกีฬาชื่อดังที่รวบรวมเอาเรื่องราวและเรื่องเล่าต่าง ๆ ของสตาร์ที่น่าสนใจมากมายว่าตลอดมาเขามีปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บมาตลอดโดยจะเป็นอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าที่เคยทำให้เขาต้องพักการเล่นในช่วงเดือนพ.ย.-ธ.ค. ปี 2016 และหลังจากนั้นก็ไม่หายขาดเสียที

จนกระทั่งเขาได้เปลี่ยนมาลองทานมังสวิรัติซึ่งเป็น “เทรนด์” ใหม่ของนักกีฬาในระดับ Elite ในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลที่แล้ว (2017-18) 

เริ่มแรกเขาเพียงต้องการที่จะทานแค่ 2-3 สัปดาห์เท่านั้นเพื่อลอง “ดีทอกซ์” ร่างกายตัวเองแต่เมื่อเวลาผ่านไปยิ่งทานก็ยิ่งรู้สึกว่าร่างกายแข็งแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดท้ายกลายเป็นเปลี่ยนตัวเองมากลายเป็น Vegan หรือผู้ทานมังสวิรัติเต็มตัว

เบเญรินบอกว่าการทานมังสวิรัติช่วยให้เขาปลอดจากอาการเจ็บปวดระบมที่เคยเกิดขึ้นหลังจากลงสนามให้อาร์เซนอลในทุกนัดและยังช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูตัวเองได้ไวขึ้นด้วย 

จากที่เคยต้องรัดข้อเท้าเวลาลงสนามก็ไม่เคยต้องทำอีกจากที่เคยนอนตื่นมาแล้วไม่สดชื่นก็กลายเป็นคนที่นอนแล้วตื่นมาด้วยความรู้สึกกะปรี้กะเปร่าในทุกเช้าของชีวิต

“มันไม่ได้แค่เพียงสร้างความเปลี่ยนแปลงในร่างกายเท่านั้นแต่ผมยังเชื่ออย่างหนักแน่นว่าสิ่งที่เราให้ทำเพื่อโลกนั้นทำให้เราเองก็ได้รับผลตอบแทนกลับมา”

เรื่องที่น่ารู้คือเขาไม่ได้เป็นนักฟุตบอลแค่คนเดียวที่ทานมังสวิรัติครับเพราะยังมีอีกมากที่เราไม่เคยรู้มาก่อนว่าทานมังสวิรัติเช่นเจอร์เมน เดโฟ, เซร์จิโอ อเกวโร่, ฟาเบียง เดลฟ์, แจ็ค วิลเชียร์ 

และลิโอเนลเมสซี่ก็เช่นกัน

ขณะที่นักกีฬาประเภทอื่นก็มีอีกมากเช่นวีนัส วิลเลียมส์, ลิวอิส แฮมิลตัน, เดวิด เฮย์ (นักมวย), เนต ดิอาซ (MMA) 

ผลดีของการทานมังสวิรัติลดอาหารจำพวกเนื้อนมและไข่นั้น นอกจากจะช่วยลดปัญหาเรื่องของคอเรสเตอรอล, เรื่องโรคหัวใจแล้วยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นมากด้วย

เพราะเนื้อนมไข่ไม่ใช่ทางเดียวที่เราจะได้โปรตีนมาถั่วต่าง ๆ ก็มีโปรตีนที่ดีไม่แพ้กัน

และอย่างที่เราได้เห็นครับว่าผลงานของเบเญรินในฤดูกาลนี้นั้นร้อนแรงยังกับไฟเออร์ดังนั้นจะบอกว่าทานมังสวิรัติทำให้เขาไม่มีเรี่ยวไม่มีแรงนั้นไม่ใช่แล้วล่ะ

ดังนั้นหากใครมีปัญหาสุขภาพและพร้อมจะเปิดใจก็ลองเปลี่ยนนิสัยการรับประทานดูได้นะครับ

น่าจะดีกับร่างกาย และดีต่อใจด้วยเช่นกัน 🙂