แผนปรับตัวศึกพรีเมียร์ลีก ให้เล่นกันได้ในสถานการณ์โควิด-19

22 April 2020
31 VIEWS

ศุกร์ที่ผ่านมา สโมสรในพรีเมียร์ลีกแสดงเจตจำนงในการยืนยันที่จะไม่ “เท” ฤดูกาล พร้อมการันตีว่า ฤดูกาล 2019/20 ที่เหลือกันอีกเพียงทีมละ 9-10 นัดนี้ จะต้องจบในสนามอย่างแน่นอน หลังจากก่อนหน้ามีข่าวลือเรื่องการตัดจบฤดูกาลออกมาพร้อมสูตรคำนวณหลายรูปแบบ และนับตั้งแต่ที่พรีเมียร์ลีกแสดงการตัดสินใจของพวกเขาออกมา ก็มีกระแสทั้งแง่บวก และ ลบ มาถึงการตัดสินใจในครั้งนี้ แต่ยังไม่มีข่าวความคืบหน้าใด ๆ จนกระทั่งวันนี้เอง…

รายงานล่าสุดจากประเทศอังกฤษ เปิดเผยว่า บรรดาแพทย์ประจำแต่ละสโมสรในพรีเมียร์ลีก กำลังหารือกันในการทำ “ต้นแบบ” ให้แต่ละสโมสรปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้บรรดานักเตะ และ สตาฟฟ์โค้ช ปลอดภัยในการที่พวกเขาจะกลับมาซ้อมได้อีกครั้งหนึ่ง ถึงแม้ในตอนนี้ จะยังไม่มีการกำหนดวันที่ลีกจะกลับมาเตะอย่างแน่ชัดก็ตาม โดยบรรดาหมอ ๆ ต้องเริ่มพูดคุยกันตั้งแต่เนิ่น ๆ เนื่องจากมีสัญญาณบางอย่างระบุว่า การซ้อมของพรีเมียร์ลีก ใกล้จะเริ่มขึ้นอีกครั้งแล้ว

โดยบรรดาหมอ ๆ จากทั้ง 20 สโมสรในพรีเมียร์ลีก ต้องระดมสมองกันออกมาว่า จะทำอย่างไรให้ทั้งนักเตะ และ ทีมงานในสโมสร ปลอดภัยที่สุด และในทางตรงกันข้าม การซ้อมที่ออกมา จะต้องเต็มที่ที่สุดด้วยเช่นกัน เพราะทันทีที่ได้ไฟเขียนวนการซ้อม พวกเขาจะมีเวลาจำกัดเนื่องจากหลายสโมสรต่างลงมติว่า พวกเขาต้องการเล่นเกมอุ่นเครื่องเพื่อเรียกจังหวะของทีมกลับมาก่อนลงสนามแข่งขันจริงด้วย ทำให้เบื้อต้น เริ่มมีมาตรการบางอย่างที่น่าสนใจถูกรายงานออกมาแล้ว

เอกสารชุดหนึ่งจากการประชุมดังกล่าวหลุดมาถึงมือนักข่าวจากประเทศอังกฤษ โดยเอกสารฉบับนี้ถูกล่าวอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมของบรรดาเจ้าของสโมสรในพรีเมียร์ลีกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาด้วย โดยเนื้อหาใจความของเอกสารดังกล่าวพูดถึงการเตรียมการเพื่อกลับมาซ้อมกันอีกครั้ง โดยเองสารนั้น ถูกแบ่งเป็นข้อ ๆ ดังนี้

– จะมีการตรวจการติดเชื้อโควิด-19 ประมาณสี่วันก่อนกลับไปทำการฝึกซ้อมกันอีกครั้ง และจะมีการทดสอบเชื้อตามปกติอย่างน้อยทุก ๆ เจ็ดวันหลังจากกลับมาฝึกซ้อมกันด้วย

– ขอความร่วมมือจากนักเตะให้มาถึงในเวลาซ้อมพอดี ด้วยซุดที่ใช้ทำการฝึกซ้อม เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่ต้อวงเขาล็อกเกอร์ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อมกัน ซึ่งถือเป็นการรักษาระยะห่างทางสังคม โดยหลังซ้อมเสร็จ จะไม่มีการอาบน้ำร่วมกัน แต่จะให้แยกย้ายกลับทันที

– สำหรับวันที่ลีกกลับมาเปิดทำการแข่งขันอีกครั้ง ผู้เล่นจะถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มย่อย โดยจะซ้อมในแต่ละช่วงเวลาต่างกัน ซึ่งสโมสรจะจัดสรรเวลาในการมาถึงสนามซ้อมให้แต่ละกลุ่มไม่ตรงกัน

– ปิด-เปิดสนามซ้อมอย่างเป็นเวลา และปิดโรงอาหารทั้งหมด โดยขอความร่วมมือจากบรรดานักเตะให้นั่งทางอาหารที่สโมสรจัดไว้ให้ ให้ห่างจากเพื่อนร่วมทีมคนอื่น ๆ

– เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ของสโมสรจะสวมชุด PPE เพื่อปกป้องร่างกาย โดยเฉพาะเมื่อต้องสัมผัสกับผู้เล่นโดยตรง

นอกเหนือจากมาตรการเหล่านี้ผู้เล่นอาจถูกขอให้ตรวจสอบอุณหภูมิของร่างกายตนเองที่บ้าน ขณะที่บริเวณสนามซ้อมที่ถูกใช้งานจะได้รับการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอด้วยการฆ่าเชื้อเพื่อให้แน่ใจได้ว่ามีระดับความถูกสุขอนามัยที่เหมาะสม นอกจากนี้ การที่ให้นักเตะตรวจอุณหภูมิตัวเอง ก็เพื่อให้สโมสรรับรู้ได้อย่างรวดเร็ว ว่ามีใครที่มีโอกาสเป็นผู้ติดเชื้อหรือไม่ด้วย

อย่างไรก็ตาม มีการผลักดันให้สโมสรทำการตรวจเชื้อโควิด-19 ต่อนักฟุตบอลทุกคนก่อนที่ลีกจะกลับมาแข่งขันกันอีกครั้ง แต่ค่าใช้จ่ายที่จะสำหรับชุดตรวจโควิด-19 นั้น อาจจะสูงถึง 350 ปอนด์ ต่อคน ต่อการตรวจ 1 ครั้งเลยทีเดียว แน่นอน 350 ปอนด์นั้นอาจจะดูไม่แพง แต่ถ้าตรวจ 1 ครั้งทั้งนักเตะ และทีมงานราว 50 คน จะต้องเป็นเงินราว 20,000 ปอนด์ เลยทีเดียว

นอกจากเรื่องนั้นแล้ว ทางทีมแพทย์ ยังกังวลว่า อาจจะมีนักเตะบางคนปฏิเสธขั้นตอนการตรวจเลือดเป็นประจำตามสัญญาที่ระบุไว้ได้ด้วย นั่นอาจจะทำให้เชื้อแพร่กระจายได้ในกรณีที่เขาติดเชื้อมาและปฏิเสธการตรวจในครั้งนั้น ๆ พอดี

โดยจากรายงานระบุว่า ยังมีนักเตะจำนวนมากที่มีความไม่สบายใจเกี่ยวกับความเสี่ยงต่อสุขภาพ หากพวกเขาถูกขอให้กลับมาเร็วเกินไป ขณะที่ตรงกันข้ามก็มีนักเตะอีกส่วนหนึ่งที่มีความเครียดสะสม และบางคนมีอาการซึมเศร้าหลังงานของเขามีความเสี่ยง และ ตัวเขาเองก็มีโอกาสที่จะไม่ได้รับเงินตามสัญญาถ้าฟุตบอลไม่กลับมาเตะให้ครบถ้วนตามกำหนดที่วางไว้

ปัจจุบัน พรีเมียร์ลีก ยังคงยืนยันว่า ฟุตบอลจะกลับมาเตะกันอีกครั้งก็ต่อเมื่อรัฐบาลเป็นฝ่ายอนุมัติในเรื่องนั้นด้วยตัวเอง แต่รายงานข่าวอีกกระแสก็ยืนยันว่า ทางพรีเมียร์ลีกเอง ก็พยายามวิ่งเต้นให้รัฐบาลอังกฤษ “ไฟเขียว” ให้พวกเขากลับมาเตะกันอีกครั้งได้เช่นกัน

สุดท้ายแล้ว เรื่องนี้ยังคงต้องอยู่ในเครื่องหมายคำถามต่อไปอีกระยะ แต่อย่างน้อยสัญญาณก็ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ว่า พรีเมียร์ลีก กำลัง “ต่อสู้” เพื่อที่จะให้ฟุตบอลกลับมาจบในสนามกันอยู่จริง ๆ