แผนสำรองแผนใหม่ ที่อาจะเปลี่ยนโฉมหน้าพรีเมียร์ลีกไปสักเล็กน้อย

1 May 2020
25 VIEWS

คงไม่มีใครสงสัย หรือ ตั้งคำถามถึงความตั้งใจของบรรดาสโมสรในพรีเมียร์ลีก และ ตัวพรีเมียร์ลีกเอง ที่ต้องการจะจบฤดูกาลนี้ในสนาม เนื่องจากมีเหตุผลมากมายรองรับการตัดสินใจแบบนี้อยู่ โดยเฉพาะเรื่องของ “เงิน” มหาศาลที่จะต้องสูญเสียไป และอาจจะต้องเดือดร้อนไปถึงค่าชดเชยในการถ่ายทอดสุดที่ลีกสูงสุดของอังกฤษ ต้องหามาชดใช้ให้บรรดาเจ้าของลิขสิทธิ์ที่ประมูลสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดไปด้วย ซึ่งนั้นจะกลายเป็นเรื่องใหญ่มหาศาล

อย่างไรก็ตามจนปัจจุบัน ยังไม่มีการยืนยันการกลับมาเตะของพรีเมียร์ลีกเหมือนกับที่เกิดขึ้นใน เยอรมนี แม้ว่ารัฐบาลของสหราชอาณาจักรจะมีท่าทีเป็นบวกกับการให้ฟุตบอลกลับมาเล่นกันอีกครั้ง แต่ก็ไม่มีใครรับประกันว่าถ้าสถานการณ์โควิด-19 ในอังกฤษ เข้าขั้นวิกฤติ การตัดสินใจทุกอย่างที่ออกมาจากทั้ง รัฐบาล หรือ ตัวสโมสรต่าง ๆ เองจะยังคงเหมือนเดิมที่เกิดขึ้นในตอนนี้ต่อไป ทำให้ตอนนี้เรายังคงปฏิเสธความจริงไม่ได้ว่าพรีเมียร์ลีกเอง ก็มีโอกาสที่จะ “ไม่จบ” ฤดูกาลจากการแข่งขันในสนามอยู่เหมือนกัน

แน่นอนว่า ไม่ใช่แค่สื่อเท่านั้นที่มองเห็นถึงความเป็นไปได้ในข้อนี้ เพราะทางพรีเมียร์ลีก และ สโมสรสมาชิกเองก็เล็งเห็นถึงความเป็นไปได้ดังกล่าวและถึงจะไม่ต้องการให้เกิดขึ้นขนาดไหน พวกเขาก็ปฏิเสธความจริงที่ว่า “มันอาจจะเกิดขึ้นก็ได้” อยู่เหมือนกัน ดังนั้นมันจึงมีทางเลือกสำหรับในกรณีที่ฟุตบอลฤดูกาลนี้ไม่สามารถไปต่อได้อยู่ และข้อเสนอเหล่านี้จะถูกพูดถึงในการประชุมสโมสรพรีเมียร์ลีกประจำสัปดาห์ในคืนวันนี้ด้วย

หลาย ๆ สโมสรโดยเฉพาะสโมสรระดับท็อป ไม่ต้องการให้ข้อเสนอนี้ถูกปรับเอามาใช้อย่างแน่นอน แต่ถ้าโควิด-19 ระบาดหนักจนฟุตบอลอังกฤษไม่สามารถกลับมาเตะกันต่อได้ หรือ มีคำสั่งจากรัฐบาลให้ฤดูกาลถูกตัดจบแบบที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ในฝรั่งเศส นี่คือแผนการที่จะมารองรับสิ่งเหล่านั้นในฤดูกาลต่อไป เพื่อไม่ให้ฟุตบอลลีกอังกฤษต้องเผชิญหน้ากับความโกลาหล และ วุ่นวายจากการถงเกียงกัน

สิ่งที่น่าใจคือ พรีเมียร์ลีก ยืนยันว่าจะไม่มีการให้ใครตกชั้น แต่ก็ไม่ได้หวังให้ลีกรอง ๆ ลงไปที่แข่งขันมาจนจะได้ผลสรุปอยู่แล้วเป็นโมฆะเช่นกัน ดังนั้นความประณีประณอมที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นการให้พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020-21 มีทีมเข้าร่วม 23 ทีม คือ 20 ทีมเดิมจากฤดูกาล 2019/20 และ 3 ทีมจากเดอะ แชมเปียนชิพ เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้นโดยไม่จำไป แต่ในส่วนของแชมป์ และทีมที่จะได้ไปเล่นในโควตา ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก และ ยูโรปา ลีก พรีเมียร์ลีกคงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของยูฟ่า คือการใช้วิธีคิดคะแนนด้วยการเอาคะแนนรวมหารด้วยจำนวนนัดที่ลงเล่น เพื่อให้ได้ทั้ง แชมป์ และ ทีมที่จะได้ไปเล่นในฟุตบอลสโมสรยุโรปครบถ้วน

การที่ทีมสโมสรเข้าร่วมแข่งขันเพิ่ม นั่นหมายถึงเกมในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21 ก็จะมีเกมต้องแข่งขันต่อทีมเพิ่มไปด้วย จากปกติที่แข่งขัน 38 นัดต่อฤดูกาล ก็จะกลายเป็น 44 นัดต่อฤดูกาล  เพื่อให้มีการเตะเหย้า-เยือน ครบทั้ง 23 ทีมแต่การทำแบบนี้นั้นหมายความว่าจะมีเกมลีกเพิ่มมาอีกถึง 50 นัดในฤดูกาลหน้า ซึ่งพรีเมียร์ลีก และ อิงลิชฟุตบอลลีก จะแก้ปัญหานี้ด้วยการยกเลิกฟุตบอลลีกคัพไป 1 ฤดูกาล พร้อมกำหนดให้ เอฟเอ คัพ จะเล่นแบบนัดเดียวรู้ผลไม่มีการไปแข่งใหม่แบบที่เป็นอยู่เพื่อให้มีเวลาแข่งขันเหลือมากขึ้น…แน่นอน ว่าทั้ง กรณีของลีกคัพ และ เอฟเอ คัพ นั้นจะถูกยกเลิกเป็นกรณีพิเศษเฉพาะฤดูกาลนหน้า ฤดูกาลเดียว

โดย อเล็กซานเดอร์ เซเฟริน ประธานของ ยูฟ่า เป็นหนึ่งในคนที่ไม่ชอบการมีฟุตบอลถ้วยในประเทศมากกว่า 1 รายการอยู่แล้ว และเขาเชื่อว่าจะเป็นผลดีมากกว่าเสีย ถ้าอังกฤษ สามารถยกเลิกฟุตบอล ลีกคัพ แบบ “ถาวร” ไปเล่นได้

“ลีกคัพในฝรั่งเศส ถูกยกเลิกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว” เขากล่าว “เหลือแค่ในอังกฤษเท่านั้นในตอนนี้ที่ยังคงมีฟุตบอลรายการนั้นอยู่ ผมคิดว่าทุกคนล้วนเข้าใจดีว่า มันจะดีกว่าขนาดไหน ถ้าเราให้นักเตะของเล่น เล่นเกมให้น้อยลงได้”

ขณะที่ เมื่อมีทีมมากกว่าปกติในฤดูกาลต่อไป ทีมที่ตกชั้นไปเล่นในฤดาล 2021/22 ก็จะต้องมีมากกว่าปกติเพื่อให้พรีเมียร์ลีก กลับมาสมดุลกันอีกครั้ง ซึ่งหมายความว่า ฤดูกาล 2020/21 ในศึกพรีเมียร์ลีก จะต้องแข่งขันกันเพื่อหาทีมตกชั้นไปเล่นในลีก เดอะ แชมเปียนชิพ ถึง 6 ทีม ด้วยกัน

นี่คือมาตรการเบื้องต้นที่ถูก “ร่าง” ออกมาเพื่อนำมาใช้ในการณีที่ลีกฟุตบอลอังกฤษต้องยกเลิกการแข่งขันที่เหลืออีก 92 นัดจริง ๆ แต่โอกาสที่จะเป็นเช่นนั้นในตอนนี้ยังต่ำมาก และ ทางพรีเมียร์ลีกเองก็ต้องการจะจบลีกในสนามมากกว่าต้องตัดจบฤดูกาล

อย่างไรก็ตาม อะไรหลาย ๆ อย่างจะชัดเจนขึ้นหลังจากการประชุมวันศุกร์นี้ และดีไม่ดี เมื่อเรากลับมาอ่านข่าวอีกทีในวันเสาร์ เราอาจจะได้เห็นข่าวดีถึงการระบุวัน “ดีเดย์” ที่จะกลับมาลงสนามกันแล้วก็ได้ ถึงเวลานั้น ค่อยมาฉีกแผนสำรองที่ว่ามาทั้งหมดนี้ทิ้งก็ไม่สาย

แต่เมื่อไหร่ก็ตาม ที่ฟุตบอลยังมีความเสี่ยงที่จะแข่งขันกันไม่จบฤดูกาล แผนการจัดการเกี่ยวกับฤดูกาลต่อไป ยังคงสำคัญ และ จำเป็นอยู่ แม้เราเองไม่ก็ไม่อยากจะให้มันถูกขุดขึ้นมาใช้เลย…ก็ตาม