ปิซาร์โร่ : คืนรังนกนางนวลครั้งที่ 4

31 July 2018
75 VIEWS

เคลาดิโอ ปิซาร์โร่ กองหน้ามากประสบการณ์ ไม่ได้อยู่ในฟุตบอลกระแสหลักมานานแล้ว ด้วยวัยอันโรยรา ซึ่งเป็นไปตามสัจธรรมของโลก คลื่นลูกเก่าย่อมโดนคลื่นลูกใหม่ซัดกลบหายไปธรรมดา

วันนี้อดีตกองหน้าทีมชาติเปรู บนวัย 39 ปี และกำลังจะเข้า “หลักสี่” ในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ ตกเป็นข่าวอีกครั้ง เมื่อเขาตกลงกลับบ้านเก่า บ้านอันแสนคุ้นเคย บนถิ่นเวเซอร์ สตาดิโอน ของแวร์เดอร์ เบรเมน เป็นรอบที่ 4 ด้วยสัญญา 1 ปี หลังจากเป็นฟรีเอเยนต์ เพราะทีมแพะบ้า-โคโลญจน์ ต้นสังกัดล่าสุด เพิ่งกระเด็นตกชั้นลงไปในลีกา 2

หากลงลึกในรายละเอียดจริงๆ นี่ไม่ใช่ครั้งที่ 4 ที่ปิซาร์โร่กลับมาอยู่กับเบรเมน แต่เป็นครั้งที่ 5 ตามหลักฐานประวัติศาสตร์ส่วนตัว

“ปิซซ่า” ย้ายจากอลันซ่า ลิม่า สโมสรเล็กๆในเปรู มาอยู่บนแผ่นดินยุโรปครั้งแรกกับเบรเมน เมื่อตอนที่เขากำลังเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงวัย 21 ปี ในปี 1999

หลังจากเขาอยู่ ที่เบรเมน 2 ปี ฟอร์มกำลังรุ่งเป็นผีพุ่งใต้ บาเยิร์น มิวนิคก็ “ดูด” เข้าไปใช้งาน ตามนโยบายที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงของบาเยิร์น นั่นคือ ตัดกำลังคู่แข่งสำคัญในลีก ด้วยการซื้อ อาวุธของคนอื่นมาเป็นอาวุธของตัวเอง

แม้เขาจะไม่ใช่กองหน้าเบอร์หนึ่งของบาเยิร์น เพราะบทบาทเป็นรองโจวานนี่ เอลแบร์ ในยุคแรก และในช่วงต่อมาก็เป็นพระรองต่อจากรอย มาคาย แต่เขาก็มีชื่อขึ้นสกอร์บอร์ดสม่ำเสมอ

จากนั้น “ปิซซ่า” ก็ได้ ข้ามฟากไปอยู่ทีมใหญ่ในอังกฤษ กับเชลซี ในปี 2007 แต่ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ เขาแทบไม่มีโอกาสได้โชว์ของดี ผลงานกระท่อนกระแท่น ส่งผลให้ กองหน้าเปรู ต้องกลับมาอยู่เบรเมน เป็นครั้งที่ 2 ด้วยสัญญายืมตัว ในฤดูกาล 2008-09

เมื่อหมดสัญญายืมตัว เขาก็คืนสู่คลับที่แท้จริงตามข้อสัญญาอีกครั้ง แต่ที่เชลซี ไม่มีที่ให้เขายืนอีกแล้ว ส่งผลให้เบรเมนเซ็นเขาเข้ารังนกนางนวลอีกครั้ง เป็นรอบที่ 3 ในปี 2009 และใช้งานยาวจนถึง 2012

ชีวิตของเขาดูจะป้วนเปี้ยนอยู่กับ เบรเมน-บาเยิร์น-เบรเมน อยู่อย่างนี้เป็นวังวน เพราะเมื่อปี 2012 เขาก็กลับมาเสือใต้เป็นรอบที่ 2 มาคราวนี้มาในบทบาท “โจ๊กเกอร์” เต็มตัว 3 ฤดูกาลเต็ม เพราะต้องซับพอร์ทสนับสนุนรุ่นน้อง ๆ อาทิ มาริโอ มานด์ซูคิช,โธมัส มุลเลอร์ และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

พอหมดข้อผูกมัดกับบาเยิร์น เขากลับมา เบรเมนอีกครั้ง เป็นครั้งที่ 4 แถมยังโชว์ความเป็นขิงแก่ ยิ่งเก่ายิ่งเด็ด ด้วยการเป็นดาวซัลโวประจำทีม ยิง 16 ประตูในทุกรายการ ในฤดูกาล 2015-16 แต่ฤดูกาลถัดมา 2016-17 ผลงานเขาก็ดร็อปลงไป

 

สำหรับฤดูกาลที่แล้ว “ปิซซ่า” มาเล่นให้โคโลญจน์ และ เขาช่วยทีมได้ไม่มากนัก เนื่องจากยิงได้แค่ 1 ประตู ก่อนจะย้ายมาอยู่ เบรเมน เป็นครั้งที่ 5 ตามหน้าบันทึกส่วนตัวของเขา

เคลาดิโอ ปิซาร์โร่ เวลานี้ ไม่ใช่กองหน้าที่จะพึ่งพาให้ผลสกอร์อย่างเป็นกอบเป็นกำอีกแล้ว แม้เขาจะครองสถิติมากมาย อาทิ ดาวยิงอันดับ 5 ตลอดกาลในลีกเยอรมนี ด้วยจำนวน 192 ประตู (*อันดับ 1 แกรด มุลเลอร์ 365 ประตู) และตอนนี้เขายังเป็นนักเตะต่างชาติที่ยิงในบุนเดสมากที่สุดด้วย แม้โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ จะไล่บี้มาที่จำนวน 180 ประตูแล้วก็ตาม แต่เชื่่อว่า เบรเมน นำเขากลับมาคืนรังเดิมอีกครั้ง เพราะเขายังมีบทบาทสำคัญในห้องล็อกเกอร์รูม เขายังสามารถทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยโค้ช ช่วยปลุกเร้าเด็ก ๆ ในทีมให้ลุกขึ้นสู้ ปลุกไฟรุ่นน้องให้พุ่งเป้าไปยัง โควตาพื้นที่ฟุตบอลยุโรป แต่ที่สำคัญคือ ต้องรอดตกชั้นให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก

“ผมยินดีมาก ๆ ที่ได้กลับมายังทีมแห่งนี้อีกครั้ง และผมกำลังจะได้ยุติอาชีพของผมกับสโมสรที่ผมเริ่มมาค้าแข้งในยุโรป”

“ผมเฝ้ารอที่จะแบ่งปันประสบการณ์กับน้อง ๆ แต่ผมจะไม่ปิดบังหรอกนะว่าผมยังกระหายในการพังประตูเหมือนเคย ฤดูกาลใหม่ที่จะถึงนี้เราจะแข็งแกร่ง และเชื่อมั่น หนักแน่นด้วยกัน” นั่นคือคำยืนยันของกองหน้ามากประสบการณ์และเจนจัดอย่างเคลาดิโอ ปิซาร์โร่

และฤดูกาลที่จะเริ่มนี้ กำลังจะเป็นปีสุดท้าย ที่แฟนบอลได้เห็น “ปิซซ่า” เล่นฟุตบอล…