เป๊ปก็คน และเรือไม่ใช่เอเลียน

หลังผ่านนัดที่ 11 ของพรีเมียร์ ลีก ในช่วงออกสตาร์ตเดือนพฤศจิกายน ผลงานบนยอดตารางเขียนว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ 9 เสมอ 2 

ตามด้วยลิเวอร์พูล กับเชลซี ชนะ 8 เสมอ 3  เท่ากัน

เป็นครั้งแรกที่เรือใบสีฟ้า ในฐานะแชมป์เก่า นำจ่าฝูงแบบเดี่ยวๆ ด้วยความห่างของคะแนน ไม่ใช่แค่ผลต่างประตู

แต่หลังจากนั้น เชลซี เริ่มหลุดวงโคจร พุ่งชนความพ่ายแพ้ถึงสามใน 7 เกม

ขณะที่หงส์แดงยังตามไล่บี้ กัดไม่ปล่อย หายใจรดต้นคอทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า  จนอาจรู้สึกวูบวาบเสียวซ่านและหวั่นไหวไม่มากก็น้อย

ร่วมหนึ่งเดือนหลังฉีกนำคู่แข่งด้วยแต้ม มีบางสัปดาห์ที่แมนฯ ซิตี้ โยนแรงกดดันให้ทีมตามอย่างลิเวอร์พูล พร้อมกระดิกตรีนรอคอยความผิดพลาด

พวกเขาเอาชนะบอร์นมัธ ในแมตช์ที่ยากลำบากเล็ก ๆ 3-1 ก่อนหงส์แดงมีศึกเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ ในวันถัดมา 

เกมที่แอนฟิลด์ กำลังจะจบด้วยสกอร์ 0-0 ลิเวอร์พูล ประจันหน้ากับผลเสมอเป็นนัดที่ 4 ของซีซั่น มันอาจไม่แย่เกินไปนักถ้าเกิดขึ้นในฤดูกาลก่อนๆ แต่สำหรับปีนี้ คำว่า “เสมอ” เท่ากับเลวร้าย

ช่องว่างกำลังจะถูกทิ้งจาก 2 เป็น 4 คะแนน แต่จู่ ๆ จอร์แดน พิคฟอร์ด กลับมอบของขวัญกล่องใหญ่ใส่พานให้ดิว็อก โอริกี้ สวมบทซูเปอร์ซับฮีโร่ในนาที 90+6 ! 

ลิเวอร์พูล ยังรักษาระยะไว้แค่ 2 แต้มเท่าเดิมแบบโชคช่วย เมื่อเข้าสู่โหมดเกมกลางสัปดาห์ 

เป็นอีกครั้งที่เรือใบลงเตะก่อนหนึ่งคืน และคงความร้อนแรงต่อเนื่อง บุกชนะวัตฟอร์ด 2-1 

ส่วนเจอร์เก้น คล็อปป์ มีภารกิจพาทีมเยือนสนามเทิร์ฟ มัวร์ ของทีมหนีตายอย่างเบิร์นลี่ย์ เกมเป็นไปตามคาด เจ้าถิ่นสู้สุดชีวิต ใช้เกมหนักบดขยี้ แถมขึ้นนำก่อนเมื่อเริ่มต้นครึ่งหลังไม่ถึงสิบนาที

วินาทีนั้่น เชื่อว่าเด็กหงส์ส่วนมากน่าจะคิดลบไปต่าง ๆ นานา ความทรงจำเก่าๆ ของทีมที่มักแพ้เกมแบบนี้ ตามกลับมาหลอกหลอน บ่อยครั้่งที่ลิเวอร์พูล หลายยุคสมัย ถูกทีมเล็กชวนทะเลาะ เล่นเกมอันเดอร์กราวด์ผสมสตรีทฟุตบอลใต้ทางด่วน แล้วไปไม่รอด ทำอะไรไม่เป็น

อย่างเก่ง อย่างดี อาจทวงเสมอได้ แต่มากกว่านั้นหวังยาก 

หากไม่ใช่กับทีมชุดนี้ที่ในที่สุด ก็มีวาสนาเห็นเสียทีว่าลิเวอร์พูล เล่นสมเป็นบอลใหญ่ ไม่ตระหนกตกใจกับสถานการณ์ ไม่ตื่นตูมเพราะสไตล์บอลวัดของคู่แข่ง ไม่เปราะแตกหักง่ายเพียงเพราะโดนไล่หวด บีบให้เล่นในแบบที่ไม่คุ้นเคย

โดนนำ 1-0 เหรอ ? แค่ยักไหล่แล้วเดินหน้าลุย ยึดม็อตโต้ “ทีเอ็งข้าไม่ว่า ทีข้าเอ็งอย่าโวย โดนโซ้ยแล้วอย่าร้อง” จบเกมที่เทิร์ฟ มัวร์ ชัยชนะ 3-1 เหมือนทุกอย่างราบรื่นคลื่นลมสงบ

ความฮึกเหิมก่อเกิดในใจนักเตะหงส์ แต่ฝั่งสีฟ้าของแมนเชสเตอร์ กลับตรงข้าม นี่อาจเป็นครั้่งแรกที่เรือใบต้องแล่นฝ่าพายุทะลุแรงกดดันนับตั้งแต่เป๊ป พาทีมตกสวรรค์ในซีซั่นแรก ทั้งที่ออกสตาร์ตไฉไลเป็นบ้าด้วยการชนะ 10 นัดรวด

จำได้มั้ยว่าเป๊ป เพิ่งยอมรับว่าผลงานร้อนแรงของลิเวอร์พูล ทำให้ลูกทีมยกเท้าพ้นจากคันเร่งไม่ได้  ต้องเหยียบมิดเกแทบตลอดเวลา มาตราฐานห้ามตกห้ามแผ่ว

นัยหนึ่งคือการส่งสัญญาณว่าแชมป์เก่ากำลังรู้สึกได้ถึงความกดดันเสียดทานจากการถูกเด็กของคล็อปป์ ตามเกาะเป็นปลิงดูดเลือด 

แมนฯ ซิตี้ จัดเป็นทีมแนวศิลปิน เล่นด้วยอารมณ์สนุกสนาน จิตใจต้องโปร่งโล่งเบา ในหนึ่งเกมลองได้นำ 1-2 ลูก มักจบด้วยการยำใหญ่ 4-5-6 ประตู 

หรือในหนึ่งฤดูกาล ถ้าคู่แข่งผลัดกันสะดุด เสียแต้ม พวกเขายิ่งเหิมเกริมได้ใจ เล่นเหนือชั้นบนสภาวะไร้แรงกดดัน

อย่างไรก็ตาม ศิลปินส่วนมากมีจุดอ่อนคล้ายกันคือไม่ชอบทำงานภายใต้ความอึดอัด บีบคั้น บรรยากาศตึงเครียดไม่สนุก 

บอลติสต์อย่างแมนฯ ซิตี้ ก็เช่นกัน พอเจอลูกตื๊อ จิกไม่เลิก กัดไม่ปล่อย สะบัดไม่หลุดของลิเวอร์พูล หนัก ๆ เข้า ก็เริ่มออกอาการติสต์แตก

พวกเขามีสิทธิ์เสียดายว่าช่องว่างน่าจะห่างถึง 5-6 แต้ม ไม่ใช่นอนนิ่งแค่สองคะแนน ถ้าหงส์ไม่ฟลุ๊คชนะเอฟเวอร์ตัน และแซงชนะเบิร์นลี่ย์

พอขยับมาสุดสัปดาห์ คราวนี้ลิเวอร์พูล กลับมาเตะก่อนบ้าง และบุกถล่มบอร์นมัธ 4-0 ทั้่งที่เรือใบเคยน้ำลายเหนียวคอกว่าชนะทีมของเอ็ดดี้ ฮาว ในบ้านตัวเอง 3-1               

บนตารางแบบเรียล ไทม์ หงส์แดงกางปีกนำจ่าฝูงไม่กี่ชั่วโมงก่อนแชมป์เก่า เจอเกมหนักกับเชลซี ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ 

เป็นบททดสอบหัวจิตหัวใจของบอลศิลปินอย่างแมนฯ ซิตี้ ว่าจะแข็งแกร่งขนาดไหน และผลลัพธ์คือสมาธิแตกซ่าน เรือคว่ำไม่เป็นท่า 

หลังจบยกนี้ ลิเวอร์พูล กลับมายึดตำแหน่งผู้นำเป็นทางการได้อีกครั้ง

จนมาถึงสัปดาห์ผ่าเมือง “แมนเชสเตอร์-เมอร์ซีย์ไซด์” ชัยชนะแต่หัววันเสาร์เหนือท็อฟฟี่ 3-1 ส่งเรือใบคืนจ่าฝูง พร้อมกับความหวังล้นปรี่ว่าของแสลงแดงเดือดจะช่วยหยุดทีมของคล็อปป์

ร่วม 70 นาทีที่แอนฟิลด์ สถานการณ์เหมือนเข้าทางซิตี้ เจ้าถิ่นอย่างลิเวอร์พูล พยายามทุกอย่างแต่ยังหาทางเจาะยางรถบัสสองชั้นของโชเซ่  มูรินโญ่ ไม่เข้า จนไอเดียเริ่มตื้อตีบตัน

ทว่าคล็อปป์ ไม่พอใจกับผลเสมอ 1-1 จัดการส่งเซอร์ดาน ชาคิรี่ และภายในสามนาที สกอร์เปลี่ยนเป็น 2-1 ก่อนขยับหนี 3-1 ในเวลาแค่สิบนาทีที่ดาวเตะสวิสแตะมือเปลี่ยนตัวกับนาบี เกอิต้า

ไม่เพียงมูรินโญ่ ที่นั่งช็อกตาค้างอยู่ข้างสนาม แต่เดาว่ากวาร์ดิโอล่า ก็คงตาถลนอยู่หน้าจอทีวีที่ไหนสักแห่งด้วยเหมือนกัน

ลิเวอร์พูล ไม่ยอมพลาด ยังบังอาจทวงบัลลังก์ มิหนำซ้ำได้ทีจ้วงต่อ ด้วยการบุกชนะเสี้ยนหนามตำเท้าทีมใหญ่อย่างวูล์ฟส์ 2-0 ในคู่ประเดิมคืนวันศุกร์

ขึ้นแท่นหนีไปล่วงหน้า 4 แต้ม การันตีจ่าฝูงยาวข้ามคริสต์มาส

โดนบีบหน้าเขียวไข่ม่วงอีกครั้ง ซิตี้ คราวนี้ยิ่งพังครืนเป็นเสาโรมันถล่ม ถึงขั้นกล้า ๆ แพัพาเลซ คาบ้าน 2-3 

อลัน เชียเรอร์ วิเคราะห์ในแมตช์ ออฟ เดอะ เดย์ ของบีบีซี ว่าทีมของเป๊ป เริ่มจะแพ้ภัยตัวเอง เล่นผิดธรรมชาติ พยายามเร่งเกินไป

ก่อนชี้ตัวอย่างคือการยืนของตัวรุกด้านข้างสองฝั่ง ทั้งลีรอน ซาเน่ กับราฮีม สเตอร์ลิ่ง ว่ายิ่งเวลาเหลือน้อย ทั้่งคู่ยิ่งหุบเข้าใน แทนจะถ่างฟูลแบ็กของพาเลซ ให้สุดเส้นข้างเพื่อเปิดช่อง

   เชียเรอร์ บอกว่านี่เกิดจากความกดดันตัวเอง นักเตะพยายามเข้าไปอยู่ในพื้นที่ลุ้นทำประตู มากกว่ารักษาตำแหน่งที่อาจจะได้ประโยชน์กว่าสำหรับทีม

 ลิเวอร์พูล สะกดรอยตามบีบจนแมนฯ ซิตี้ และเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ต้องเผยธาตุแท้ว่าพวกเขาไม่ใช่ทีมเอเลียน ไม่ได้มาจากต่างดาวดวงไหน แต่เป็นมนุษย์ที่หัวใจใหญ่แค่กำปั้นนี่แหละ….



RELATED POSTS

Thought

เหตุผลที่ต้องแยกทาง

ลูกแม่กิ่ง

อารอน แรมซีย์ บรรลุข้อตกลงในการย้ายไปร่วมทีมยูเวนตุส แบบไม่มีค่าตัว โดยจะรับเงินมหาศาลในฐานะนักเตะฟรีเอเยนต์สัปดาห์ละ 140,000 ปอนด์ หรือ 7.2 ล้านปอนด์ต่อปี หรือรวมตลอดสัญญาแล้วกว่า 36 ล้านปอนด์ เป็นรองเพียงแค่ คริสเตียโน่​ โรนัลโด้, เปาโล ดิบาล่า และ ดักลาส คอสต้า เท่านั้น

Story

5 ประเด็นที่ควรรู้ก่อน ‘สิงห์บลูส์’ เปิดศึก ‘ผีแดง’

SPORTDesk. Team

ว่างเว้นพักเบรกโปรแกรมทีมชาติไปหนึ่งสัปดาห์ ตอนนี้ฟุตบอลลีกใหญ่ของยุโรปกลับมาฟาดแข้งกันอีกครั้ง และทางพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีคู่บิ๊กแมตช์ตั้งแต่คู่แรก ของวันเสาร์ทันที ในเวลา 18.30 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยเชลซี รองจ่าฝูง จะได้เปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์รับการมาเยือนของแมนฯ ยูไนเต็ด ของโจเซ่ มูรินโญ่

Story

อัลฟอนโซ่ เดวิส … เขาคือใคร ?

SPORTDesk. Team

ชื่อของ อัลฟอนโซ่ เดวิส ขึ้นพาดหัวข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ออนไลน์ แม้จะไม่ใช่ข่าวใหญ่ เขย่าวงการฟุตบอลยุโรป อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ที่ย้ายไปซบรั้วม้าลาย ยูเวนตุส ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ในฐานะที่ ค่าตัวของเขาแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลลีกสหรัฐ มันก็น่าหยิบหยกมาพูดถึงเขาสักนิดหนึ่ง