จุดโทษคุกคามบอลโลก

3 July 2018
165 VIEWS

ฟุตบอลโลกบนแผ่นดินรัสเซีย กำลังถูกจดจำด้วยภาพสังหารหมู่บนลานประหารโทษมากขึ้นเรื่อยๆ

แน่นอนว่าประตูสวยๆ ระดับนางงามเดินสายประกวด ก็ดารดาษอยู่ไม่น้อย จากฟรีคิกของโรนัลโด้, วอลเลย์ของนาโช่,  คูตินโญ่ ปั่นโค้ง, เมสซี่ ดูดบอลอย่างเหนือ,กวาเรสม่ากดไซด์ก้อย ฯลฯ

แต่สัดส่วนของประตูที่มาจากจุดโทษในบอลโลกเที่ยวนี้ เพิ่มสูงขึ้นพอกับมาตรน้ำภายในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนยามมรสุม

หลังจบคืนที่สองของรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่ลากคนดูทางบ้านอย่างเราให้คอพับสัปงกเป็นระยะทั้่งสองคู่ สถิติฟ้องว่าจำนวนประตูที่เกิดขึ้นทั้่งทัวร์นาเมนท์ 136 ลูก เป็นผลผลิตของจุดโทษมากถึง 21 ประตู

คิดเป็นสัดส่วนสูงกว่า 15 เปอร์เซนต์

นี่นับเฉพาะที่ยิงเข้านะครับ ไม่รวมอีก 6 ครั้งที่พลาดเป้าโดยเพชฆาตมือดีอย่างเมสซี่, โรนัลโด้, กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน ไปจนถึงลูก้า โมดริช

เอาจริงๆ ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ จุดโทษถูกแจกเยี่ยงโปรโมชั่นลดกระหน่ำซัมเมอร์เซล ช่วงรอบแบ่งกลุ่มเคยมีถึง 5 จุดโทษในวันเดียว ขณะที่สี่คู่แรกของรอบ 16 ทีม ก็แจกกันไปถึง 3 สนาม

ยังไม่พูดถึงว่าจุดโทษถูกใช้เป็นเครื่องมือตัดสินหาทีมเข้ารอบไปแล้วถึงสองเกมจากสี่คู่บนเวทีน็อกเอาท์

บทบาทของจุดโทษกำลังขยายอิทธิพลในฟุตบอลโลกยิ่งกว่านักการเมืองท้องถิ่น

ใครบางคนเคยบอกว่าจุดโทษไม่ต้องซ้อม  เพราะมันไม่เสมือนจริง ไม่มีบรรยากาศ ไม่มีความกดดัน แต่ชั่วโมงนี้ หลายทีมให้ความสำคัญกับการซ้อมดวลเป้าไม่แพ้สกิล (skill) อื่น

บราซิล ซ้อมดวลโทษทุกเซสชั่นตั้งแต่เท้าเหยียบแผ่นดินรัสเซีย เช่นเดียวกับสวีเดน และเจ้าภาพ รัสเซีย ต่างก็ซ้อมเข้มเป็นกาแฟอราบิก้า

สเปน, โคลอมเบีย, เดนมาร์ก รวมถึงอุรุกวัย ข่าวว่ามีการซ้อม แต่เป็นแค่ส่วนหนึ่ง ไม่ได้เน้นอะไร

ส่วนอาร์เจนตินา ซ้อมยิงโทษหนึ่งวันก่อนเจอฝรั่งเศส เสียดายแต่วาสนาไปไม่ถึงตรงนั้น

ถ้าพูดถึงทีมที่เอาจริง ซ้อมจุดโทษเป็นหลักสูตรป.โท ต้องยกให้อังกฤษ โดยเฉพาะแกเร็ธ เซ้าธ์เกต ที่มีความทรงจำเลวร้ายส่วนตัวกับการยิงไม่เข้า ทำให้ทีมแพ้เยอรมัน อดเข้าชิงยูโร 1996

มันคือหนึ่งใน 6 ครั้งที่สิงโตคำรามมีอันเป็นไปเพราะแพ้ดวลจุดโทษในทัวร์นาเมนท์ใหญ่อย่างฟุตบอลโลกและยูโร  ขณะที่เอาชนะได้เพียงหนึ่งหน

โชคชะตาอย่างเดียวเหมือนที่เควิน คีแกน อดีตกุนซืออังกฤษ เคยปรามาส ไม่เห็นค่าของการซ้อมสังหารจากระยะ 11 เมตร อย่างนั้นหรือ

แต่เซ้าธ์เกต มองต่าง สอดใส้การยิงจุดโทษไว้ในตารางการซ้อมมาตั้งแต่เดือนมีนาคม

เบน ลิตเติลตัน คนเขียนหนังสือ Twelves Yard : The Art and Psychology of the Perfect Penalty เฝ้าสังเกตการซ้อมจุดโทษของทีมอังกฤษ ชุดนี้อย่างใกล้ชิด ซ้อมกระทั่งจำลองการเดินเสมือนจริงจากวงกลมกลางสนามหลังฝึกซ้อมทุกอย่างเสร็จสิ้น ความเหนื่อยเพลียอ่อนล้าคล้ายเพิ่งห้ำหั่นมาเต็มเหยียด 120 นาที

เคยมีรีเสิร์ชชิ้นหนึ่งระบุหลักฐานว่าอังกฤษ เป็นทีมที่ใช้เวลาในการยิงจุดโทษแต่ละครั้ง น้อยกว่าทุกชาติในฟุตบอลโลก หรือพูดง่ายๆ ว่ารีบเข้ามายิงนั่นเอง

ความรีบนี้อาจมาจากการขาดความมั่นใจ พยายามรีบเข้ามายิงให้จบๆ ไม่ละเอียด และที่สุดคือไม่แม่นยำ

ลิตเติลตัน บอกว่านี่อาจเป็นสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปในทีมชุดนี้ สังเกตได้จากวิธีการยิงจุดโทษของแฮร์รี่ เคน ในนัดถล่มปานามา

ศูนย์หน้ากัปตันทีมใช้เวลาตั้งหลัก หายใจเข้าลึกยาวหลังจากผู้ตัดสินเป่านกหวีดให้สัญญาณ

และแม้แต่ตอนถูกผู้เล่นปานามา พยายามรบกวนให้เสียสมาธิ เคน กลับมาเริ่มต้นรูทีนใหม่ ไม่รีบร้อน ลนลาน

แต่ทั้งนี้ก็ยังคงบอกอะไรจนกว่าอังกฤษ จะขึ้นศาลฏีกาดวลเป้าชี้ขาด ถึงพิสูจน์ได้ว่าฝันร้ายบนลานประหารนานเกือบสามทศวรรษนับตั้งแต่แพ้เยอรมันตะวันตกในฟุตบอลโลก 1990 ถูกฝังดินโบกปูนทับเรียบร้อยแล้วหรือยัง