การจากไปในวัย 87 ปี ของ ‘ฮีโร่ แห่ง มิวนิค’

แฮร์รี่ เกร็ก
18 February 2020
170 VIEWS

แม้หลายคนเกิดไม่ทันเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่มิวนิค ในปี 1958  แต่เชื่อว่าก็น่าจะเคยรู้เรื่องราวผ่านการดู, การอ่านอ่าน หรือ การฟัง มาบ้าง และน่าจะพอรู้ว่ามันเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของสโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว โดยมีผู้เคราะห์ร้ายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด 23 คน และเพิ่งมีการรำลึกเหตุการณ์นี้ในวาระครบรอบ 62 ปี ไปเมื่อเดือน กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมานี้เอง

หลังจากการลำลึกเหตุการณ์นี้ครบ 62 ปี ได้ไม่ถึง 3 สัปดาห์ แฮร์รี เกร็ก อดีตผู้รักษาประตูจากทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เป็นหนึ่งในผู้ประสบเหตุในโศกนาฏกรรมที่มิวนิค ก็เสียชีวิตในวัย 87 ปี เมื่อวันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยนอกจากที่เขาจะเป็นหนึ่งในผู้ประสบเหตุกับตัวเองแล้ว อดีตนายทวารชาวไอร์แลนด์เหนือคนนี้ ยังเป็นผู้ที่ได้รับฉายาอันยิ่งใหญ่ว่า “ฮีโร่ ออฟ มิวนิค” อีกด้วย

ย้อนกลับไปในวันนั้น เที่ยวบิน BE609 ของสายการบิน บริติช ยูโรเปียน แอร์เวย์ส ซึ่งบินจากอังกฤษ ไปยังกรุงเบลเกรด ประเทศยูโกสลาเวีย (ในขณะนั้น) มีกำหนดลงจอดในสนามบิน มิวนิค เพื่อเติมเชื้อเพลิง แต่หลังจากเติมเชื้อเพลิงแล้ว นักบินไม่สามารถนำเครื่องขึ้นได้ตามปกติจนเครื่องบิน ไถลออกไปนอกรันเวย์ และระเบิดในเวลาถัดมาก ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 23 คร และ 8 ในนั้น เป็นนักเตะของ แมนฯ ยูไยเต็ด และอีก 3 คน เป็นสตาฟฟ์ของทีม

อย่างไรก็ตาม เกร็ก เป็นหนึ่งในผู้ที่รอดชีวิตในวันนั้น เพราะแม้จะหมดสติไปหลังจากที่เครื่องบินมีการปะทะ แต่เขาก็ฟื้นขึ้นมาพร้อมกับมีเลือดไหลเต็มหน้า สิ่งแรกที่เขาทำไม่ใช่วิ่งหนีเอาชีวิตรอด แต่เขาดึงตัวเด็กชาวเซิร์บ ที่รอดตายจากแรงกระแทกคนหนึ่งออกมา และปีนออกจากเครื่องผ่านรอยแตก หลังจากนั้นก็ลงมารับตัวแม่ของเด็กคนนั้นให้ลงจากเครื่องอย่างปลอดภัย

“ผมนึกว่าผมตายแล้วเสียอีก เลือดไหลเต็มหน้าผม ผมไม่กล้าจะเอามือไปจับดูบนศีรษะเพราะกลัวว่ามันจะหลุดออกเหมือนเวลาปอกไข่ต้ม”

เท่านั้นยังไม่พอ เพราะเขายังอยู่รอบ ๆ ตัวเครื่อง เพื่อหาทางช่วยผู้โดยสายคนอื่นที่นอดชีวิตให้ได้มากที่สุด ก่อนที่ บิล โฟกส์ แบ็คขวาของทีม “ปีศาจแดง” ที่เป็นหนึ่งในผู้ประสบเหตุที่รอดชีวิต จะมาช่วยกันกับ เกร็ก ในการช่วยเหลือผู้โดยสารคนอื่น รวมไปถึงนำร่างผู้รอดชีวิตที่บาดเจ็บหนักออกจากเครื่องด้วย

ทำให้หลังเหตุการณ์ดังกล่าวเขาได้รับการขนานนามว่า ‘ฮีโร่ แห่ง มิวนิค’ นอกจากนี้ เขาก็ยังได้รับเข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ แห่งจักรวรรดิบริทิชอันมีค่ายิ่ง ชั้นเจ้าหน้าที่ หรือที่รู้จักกันในนาม เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นโอบีอี อีกด้วย

แม้ในสนาม เขาจะอยู่เฝ้าเสาในรับ โอลด์ แทรฟฟอร์ด โดยไม่ได้รับรางวัลใด ๆ นานถึง 9 ปี กับการลงสนามรวม 247 นัดนับตั้งแต่เขาย้ายมาจาก ดอนคาสเตอร์ โรเวอร์ส ด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลกในตำแหน่งผู้รักษาประตูในตอนนั้น ที่ 23,500 ปอนด์ แต่สำหรับแฟนบอล และ ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์นั้น เกร็ก คือคนที่พวกเขาขอบคุณเหนือสิ่งอื่นใด

แม้จะไม่มีเหรียญรางวัล หรือ ถ้วยแชมป์กับทีม “ปีศาจแดง” แต่กับสิ่งที่เขาทำลงไปในวันนั้น มันมีค่ากว่าเกียรติยศใด ๆ ในสนามทั้งหมดทั้งสิ้น เพราะสิ่งที่เขาทำ คือการ ต่อชีวิตให้ผู้ประสบภัยที่อาจจะจากไปก็ได้ ถ้าเขาเพียงแค่เอาตัวรอดคนเดียว

แฮร์รี เกร็ก พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นตั้งแต่ก่อนโลกจะรู้จักกับ อเวนเจอร์ ว่า ฮีโร่…มีอยู่จริงบนโลกใบนี้