เพียงหนึ่งเดียว

สารภาพกันจากใจตามประสาคนเริ่มจะเข้าสู่วัยกลางคนว่าผมจำแทบไม่ได้เลยครับว่าเกมระหว่างฝรั่งเศสกับโครเอเชียในฟุตบอลโลก1998 นั้นมีอะไรเกิดขึ้นระหว่าง90 นาทีที่แซงต์เดอนีส์บ้าง

จำได้แค่บรรยากาศในช่วงของฟุตบอลโลก98 ที่ค่อนข้างคึกคักทีเดียวในสมัยนั้นซึ่งเป็นบรรยากาศที่แตกต่างจากฟุตบอลโลกในปัจจุบัน

อีกเหตุผลนั้นอาจเป็นเพราะในตอนนั้นผมเรียนสายศิลป์-ฝรั่งเศสดังนั้นฟุตบอลโลกซึ่งจัดขึ้นที่ฝรั่งเศสจึงเป็นความพิเศษที่เชื่อมโยงเข้ากับชีวิตในเวลานั้นค่อนข้างมากไม่ว่าจะชอบดูฟุตบอลหรือไม่เพื่อนๆทุกคนต่างก็ต้องร่วมติดตามไปด้วยโดยปริยาย

ในห้องเรียนวิชาฝรั่งเศส(ซึ่งเป็นเหมือนฐานบัญชาการของพวกเรา)ก็มีการประดับตกแต่งกันอย่างสวยงามให้เข้ากับบรรยากาศของการแข่งขันไปด้วย

นั่นเป็นภาพเลือนรางของความทรงจำกับวันเวลาที่ผ่านมาร่วม20 ปีแล้ว

ย้อนกลับไปในเกมระหว่างฝรั่งเศสและโครเอเชีย- ผมต้องมาหาอ่านบันทึกลูกหนังแล้วจึงถึงบางอ้อว่าในเกมรอบรองชนะเลิศวันนั้นลิลิยองตูรามปราการหลังที่ได้รับการยกย่องว่าเก่งที่สุดในโลกคนหนึ่งในยามนั้นเป็นฮีโร่ทำคนเดียว2 ประตูช่วยให้“เลส์​ เบลอส์” เป็นฝ่ายกำชัยชนะเอาไว้ได้ด้วยสกอร์2-1 (ฝั่งโครแอตได้ประตูจากฮีโร่ของพวกเขาเหมือนกันดาวอร์ซูเคอร์ซึ่งยิงขึ้นนำก่อนด้วยแต่โดนตีเสมอในเวลาแค่ไม่กี่อึดใจ)

2 ประตูของตูรามไม่ใช่เรื่องปกติครับแต่เป็นเรื่องที่พิเศษอย่างมากเพราะก่อนหน้านั้นเขาไม่เคยทำประตูในนามทีมชาติฝรั่งเศสได้มาก่อนเลยแต่ในวันนั้นวันเดียวกลับทำถึง2 ประตูซึ่งสำคัญอย่างมาก

ก่อนที่ฝรั่งเศสจะก้าวไปสู่ตำแหน่งแชมป์โลกสมัยแรกได้ด้วยการถล่มบราซิลอย่างขาดลอย3-0 (ซึ่งเป็นเกมที่ผมจำรายละเอียดได้มากกว่าโดยเฉพาะกรณีของโรนัลโด้และเอ็ดมุนโด้และลูกโหม่งของซีดาน)

นั่นเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่ฝรั่งเศสและโครเอเชียได้พบกันในฟุตบอลโลก

และคืนนี้พวกเขาจะได้พบกันเป็นครั้งที่2 ในฟุตบอลโลกในเกมที่มีเดิมพันสูงมากกว่าเดิมในเกมนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกเกมที่นักฟุตบอลทุกคนมีความฝันอยากจะลงสนามในเกมแบบนี้สักครั้งในชีวิต

สำหรับนัดขิงเกมนี้อาจจะไม่ใช่นัดชิงที่เป็น“ดรีมไฟนัล” แบบที่คาดหวังกันมากนัก

แต่การตัดสินความเป็นหนึ่งระหว่างฝรั่งเศสและโครเอเชียก็ใช่จะไม่มีสิ่งที่น่าสนใจและเอาใจใส่ครับเพราะในทางตรงกันข้ามมันก็มีเรื่องมีราวที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยทีเดียว

มองกันแค่ในเรื่องของความเชื่อมโยงระหว่างเกมวันนี้กับเกมเมื่อ20 ปีที่แล้วก็สนุกแล้วครับ

ทีมชาติฝรั่งเศสในวันนี้มี“เลอเซอเลคซิยอนเนอร์” คือดิดิเยร์​ เดส์ชองป์สกัปตันทีมชาติในวันนั้นและมีองค์ประกอบทีมหลายอย่างที่ชวนให้คิดถึงทีมในชุดนั้น

ไม่ว่าจะเป็นกองหน้า0 ประตูอย่างโอลิวิเยร์ชิรูด์ที่เหมือนกับสเตฟานกิวาร์ชขณะที่ดาวเด่นในวันนี้ก็เป็นนักเตะมากพรสวรรค์ที่มีสไตล์ไม่ถึงกับคล้ายมากแต่ก็ชวนให้คิดถึงกันอยู่ระหว่างคิลิยองเอ็มบัปเป้และเธียร์รี่อองรี

พวกเขามีแนวรับที่แข็งแกร่งอย่างราฟาเอลวารานกับซามูเอลอุมติตี้ที่เป็นเหมือนเงาของฟรองก์เลอเบิฟกับมาร์กแซลเดอไซญี่และยังมีฟูลแบ็กที่ยอดเยี่ยมทั้งในเกมรับและเกมรุกอย่างลูกาเออร์นองเดซกับเบนจามินปาวาร์ซึ่งอดคิดถึงบิเซนเต้ลิซาราซูกับลิลิยองตูรามเป็นไม่ได้(ปาวาร์อาจจะพลิ้วกว่าหน่อย)

อองตวนกรีซมันน์ก็ชวนให้คิดถึงยูริจอร์เกฟฟ์ขณะที่ปอลป็อกบาอาจจะใจร้ายไปหน่อยหากจะจับไปเทียบกับซีเนอดีนซีดานแต่ในบทบาทและความสำคัญที่มีต่อทีมแล้วก็พอจะบอกได้ว่าเดินตามรอยกันอยู่

ขณะที่โครเอเชียพวกเขาสร้างผลงานได้“เกินจินตนาการ” ไปมากไม่ต่างจาก20 ปีที่แล้ว

วันนั้นทีม“ตาหมากรุก” มีนักเตะระดับพระกาฬชั้นอ๋องอย่างดาวอร์ซูเคอร์, ซโวนิเมียร์โบบัน, โรเบิร์ตยาร์นี, อิกอร์สติมัช, ดาริโอซิมิชและบนม้านั่งสำรองยังมีรุ่นเก๋าอย่างโรเบิร์ตโปรซิเนสกี้

วันนี้พวกเขาก็มีมาริโอมานด์ซูคิช, ลูก้าโมดริช, อิวานเปริซิช, เดยันลอฟเรน, โดมากอยวิดาและอิวานราคิติช

แถมยังมีประตูสุดหนึบอย่างดานิเยลซูบาซิชที่ดูดีกว่าดราเซนลาดิชในยุคนั้นด้วยเอ้า

โครเอเชียในฟุตบอลโลกหนนี้ยังมีเกมสร้างชื่อเหมือนในครั้งนั้นด้วยการถล่มคู่แข่งขาดลอย3-0 โดยในปี1998พวกเขาเอาชนะเยอรมนีในรอบ8 ทีมสุดท้ายส่วนในครั้งนี้พวกเขาไล่ต้อนอาร์เจนติน่าที่มีลิโอเนลเมสซี่ย่อยยับ

สำหรับฝรั่งเศสในชุด1998 พวกเขาได้รับสมญาว่า“เหล่านักรบสีรุ้ง” ในความหมายถึงทีมที่เต็มไปด้วยนักเตะหลากเชื้อชาติซึ่งการลงสนามของพวกเขาได้ร้อยรัดหัวใจของชาวฝรั่งเศสซึ่งเป็นชาติที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ที่ไม่ค่อยรักกันมากนักมาก่อนให้กลับมามีหัวใจดวงเดียว

ครั้งนี้มีการบันทึกเอาไว้ว่าเลส์เบลอส์ชุด2018 มีนักเตะที่มีเชื้อชาติหลากหลายอย่างมากโดย23 ขุนพลครั้งนี้มีนักเตะที่เป็นชาวฝรั่งเศสแท้ๆดั้งเดิมอยู่เพียง2 คนเท่านั้นคือปาวาร์และฟลอริยองโตแว็ง

และแน่นอนว่าพวกเขาก็ร้อยรัดหัวใจของคนฝรั่งเศสเอาไว้ไม่แตกต่างกัน

ฟากฝ่ายโครเอเชียด้วยหัวใจนักสู้ของพวกเขาที่ลุยมาจนถึงรอบชิงชนะเลิศได้ในสภาพสะบักสะบอมครั้งนี้ก็ปลุกความหวังให้แก่คนโครเอเชียทั้งชาติกว่า4.5 ล้านคนเหมือนเมื่อ20 ปีที่แล้ว

ยังมีเรื่องราวอีกมากมายหลากหลายแง่มุมที่พูดถึงได้เยอะแยะไปหมดครับ

เรื่องเกมในสนามก็น่าสนุกเอาแค่คิดเป็นการบ้านแทนโครเอเชียว่าพวกเขาจะหาทางเจาะปราการเหล็กของฝรั่งเศสเข้าไปทำประตูได้อย่างไรก็คุยกันได้ยาวแล้ว

หรือทุกรอบ20 ปีของฟุตบอลโลกในปีที่ลงท้ายด้วยเลข8 ที่จะมีแชมป์หน้าใหม่เกิดขึ้น(1998: ฝรั่งเศส, 1978: อาร์เจนติน่า, 1958: บราซิล, 1938: อิตาลี) ก็เป็นปริศนาลูกหนังที่น่าสนใจ

อย่างไรก็ดีใต้เรื่องราวและเรื่องเล่ามากมายเหล่านี้ที่ต่างฝ่ายก็ต่างมีเหตุผลที่อยากจะเป็นผู้ชนะในค่ำคืนนี้

มีเพียงทีมเดียวเท่านั้นที่จะได้ครองถ้วยสีทอง

ทีมที่ดีที่สุดเท่านั้นที่คู่ควร

มาร่วมเป็นสักขีพยานไปพร้อมกันนะครับ🙂