โอกาสเลือกครั้งเดียวในชีวิตของ นาโอมิ โอซากะ

นาโอมิ โอซากะ
11 October 2019
176 VIEWS

ก่อนอายุครบ 22 ปีบริบูรณ์ บุคคน 2 สัญชาติที่ถือสัญชาติญี่ปุ่นทุกคน ต้องทำการเลือกสัญชาติของตัวเองตามกฎหมาย และอีก 5 วัน ในวันที่ 16 ตุลาคมนี่ นาโอมิ โอซากะ จะอายุครบ 22 ปี ดังนั้นจึงไม่แปลก ที่วันนี้มีข่าวว่า เธอได้ตัดสินใจเลือกสัญชาติญี่ปุ่น และทิ้งความเป็นพลเมืองของสหรัฐอเมริกาไป

คำถามที่ว่า “ทำไมเธอถึงเลือกสัญชาติญี่ปุ่น?” เบื้องลึกแล้ว คงไม่มีใครรู้คำตอบที่แท้จริงของคำถามนั้น นอกจาก โอซากะ และอาจจะรวมไปถึงครอบครัวของเธอ 

“มันเป็นความรู้สึกพิเศษที่เกิดขึ้นในฐานะที่ได้เป็นตัวแทนของญี่ปุ่นในโอลิมปิก” โอซากะ กล่าวกับ เอ็นเอชเค “ฉันคิดว่าการได้เล่นด้วยความภาคภูมิใจในประเทศนี้ จะยิ่งทำให้ฉันมีอารมณ์ร่วมมากขึ้นด้วย”

นั่นคือทั้งหมดที่เธอบอกกับ เอ็นเอชเค สื่อชื่อดังของประเทศญี่ปุ่น

ในความเป็นจริง ถึงจะเกิดในคันไซ แต่ โอซากะ ใช้เวลาเพียง 3 ปี ในแดนอาทิตย์อุทัยเท่านั้น และเป็นสามปีตั้งแต่เกิด ถึงอายุ 3 ขวบ นั่นไม่น่าจะทำให้เธอจดจำหรือมีผูกพันธ์กับดินแดนบ้านเกิดมากเท่าไหร่นัก โดยหลังจากนั้น เธอ รวมไปถึง ทามากิ โอซากะ มารดา, เลนเนิร์ด ฟรองซัวส์ บิดา และ มาริ โอซากะ พี่สาว ได้ย้ายไปอยู่ยัง นิวยอร์ก ในย่าน วัลเลย์สตรีม 

ที่นี่ เธอได้เริ่มเล่นเทนนิส และมีแรงผลักดันคือการดูสองพี่น้องวิลเลียมส์ ทั้ง วีนัส และ เซเรนา ที่พิชิตวงการนี้ในสมัยที่เธอยังเด็ก บิดาของเธอ สอนลูกสาวทั้งสองคนให้เล่นเทนนิส และใช้โมเดลเดียวกับที่ ริชาร์ด วิลเลียมส์ สอน วีนัส กับ เซเรนา ทำให้ในปี 2006 พวกเธอต้องย้ายบ้านไป ฟลอริดา เพื่อโอกาสมากขึ้นในการเป็นนักเทนนิสอาชีพ 

ในระหว่างนั้น ทามากิ มารดาของ นาโอมิ เหมือนได้เลือกทางเดินไว้ให้ทั้งสองพี่น้องแล้ว เพราะเมื่อ ฟอร์มของ เธอไปเข้าตา สมาคมเทนนิสแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ ยูเอสทีเอ พวกเขาได้เสนอโอกาสที่จะให้ นาโอมิ ได้ฝึกฝนภายใต้ ศูนย์ฝึกเทนนิสแห่งชาติ ซึ่งเป็นโอกาสครั้งใหญ่สำหรับเด็กน้อยที่ยังไม่ประสบความสำเร็จในวงการใด ๆ เลย แต่ เธอก็ตอบปฏิเสธไปในเวลาต่อมา

ทามากิ โอซากะ เลยให้สัมภาษณืกับ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล ว่า เธอได้ตัดสินใจให้ลูกสาวของเธอเลือกญี่ปุ่นมาตั้งแต่แรกแล้ว

“เราตัดสินใจว่า นาโอมิ จะเป็นตัวแทนของญี่ปุ่นตั้งแต่เธออายุยังน้อย” มารดา ของอดีตนักเทนนิสมือ 1 ของโลก กล่าว “เธอเกิดในโอซากะ และ เติบโตมาในบ้านที่มีวัฒนธรรมญี่ปุ่น และ เฮติ ซึ่งค่อนข้างเรียบง่าย

“นาโอมิ และ พี่สาวของเธอ มาริ รู้สึกเสมอว่า เป็นคนญี่ปุ่น นั่นเป็นเหตุผลเดียวของเรา มันไม่เคยมาจากเหตุผลทางการเงิน และไม่ได้มีอิทธิพลใด ๆ จากชาติไหน ๆ มาเกี่ยวข้องเลย”

ถึง ทามากิ จะกล่าวด้วยความภาคภูมิใจเช่นนั้น แต่ในความเป็นจริง มีคนญี่ปุ่นบางส่วน บูลลี โอซากะ ในโลกออนไลน์ โดยใช้คำว่า “ฮาฟุ” หรือ ฮาล์ฟ ในสำเนียงภาษาญี่ปุ่น ซึ่งหมายถึงการเป็นลูกครึ่ง และ เธอยังโดนบูลลี เรื่องสีผิวที่เข้มกว่าคนญี่ปุ่นทั่วไป

แต่สุดท้าย ไม่ใช่คนญี่ปุ่นทุกคนที่มีความคิดเช่นนั้น โดยส่วนมากยินดีที่เธอเลือกธงญี่ปุ่นบนอกเสื้อในการแข่งขันทั้งในโอลิมปิก และ เฟ็ด คัพ นับจากนี้ไป

การเลือกต่อสู้ภายใต้ธงของญี่ปุ่นจะทำให้นักเทนนิส มือ 3 ของโลกที่เพิ่งคว้าแชมป์ 2 รายการติด ทั้ง แพน แปซิฟิค โอเพ่น และ ไชน่า โอเพ่น จะได้เสียงเชียร์กึกก้องในการแข่งขัน โอลิมปิก เกมส์ ครั้งนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

และในทางกลับกัน กลายเป็นว่า ญี่ปุ่น ก็มีลุ้นเหรียญทองเทนนิส ประเภทหญิงเดี่ยว ขึ้นมาแบบเต็มตัวด้วยเหมือนกัน!