บัลลงดอร์บนเครื่องหมายคำถาม

หากจะมีอะไรสักอย่างที่บ่งบอกว่าการประกาศรางวัลบัลลงดอร์ในปี 2018 เป็นการประกาศรางวัลที่กระแสตอบรับไม่สู้ดีนัก บางทีการปฏิเสธจะเข้าร่วมงานของ ลิโอเนล เมสซี่, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ เนย์มาร์ 3 ซูเปอร์สตาร์ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกก็น่าจะแทนคำตอบได้หลายอย่าง

ความจริงจะมองว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ก็พอเข้าใจได้ในเมื่อไม่ได้รับรางวัลจะมาทำไม?

แต่อีกนัยหนึ่งก็น่าสนใจว่าอะไรหรือใครที่ทำให้พวกเขารู้ล่วงหน้าว่าจะไม่ได้รับรางวัล? และเกิดความรู้สึกถึงขั้นไม่อยากเข้าร่วมในงานให้เสียเวลา

บางทีมันอาจเป็นความทระนงของนักเตะในระดับนี้ครับพวกเขาเคยและคุ้นกับการได้รับการเสนอชื่อชินกับการได้เป็นจุดสนใจและมีความสุขกับการที่ชื่อของพวกเขานั้นอยู่เหนือนักฟุตบอลคนอื่น

มันทำให้เนย์มาร์เจ้าของนักฟุตบอลค่าตัวแพงที่สุดในโลกทนรับไม่ไหวเมื่อตัวเองได้รับคะแนนโหวตเป็นอันดับที่ 12

ขณะที่ลิโอเนลเมสซี่ถึงจะไม่โดดเด่นเข้าขั้นสุดเหมือนช่วงท็อปพีคของชีวิตแต่ผลงานตลอดทั้งปี 2018 ของเขานั้นก็ยังเป็นมาตรฐานที่มีเพียงตัวเขาและโรนัลโด้เท่านั้นที่ทำได้คือการทำไปมากถึง 45 ประตูจากการลงสนาม 50 นัด 

นอกจากนี้ยังทำไปอีก 23 แอสซิสต์และได้โทรฟี่มาครองถึง 3 ใบ

โดยส่วนตัวผมว่ามันเข้าใจได้นะครับว่าทำไมเมสซี่จึงไม่มาร่วมงานและมันก็เข้าใจได้ไม่ยากเช่นกันหากกลุ่มสาวกของ “ลาพูลกา” จะเป็นเดือดเป็นแค้น

เพราะวัดตามผลงานแล้วทำขนาดนี้ยังได้ที่ 5 แล้วต้องทำขนาดไหนถึงจะได้บัลลงดอร์?

ว่ากันอย่างเป็นกลางผลงานของเมสซี่ในรอบปีที่ผ่านมานั้นดีแต่ไม่ถึงขั้นสุดยอดเหมือนที่เขาเคยทำได้แต่ในภาพรวมแล้วก็ต้องบอกว่าเป็นปีที่ราชาลูกหนังอาร์เจนไตน์กลับมาทำผลงานในระดับสูงได้อีกครั้งหลังจากที่มีช่วงเวลา 1-2 ปีที่ฟอร์มการเล่นตกลงไปจากปกติ

ช่วง 1-2 ปีที่เล่นตกลงไป (โดยมีโรนัลโด้แซงคว้ารางวัลไปครองได้ทั้ง 2 ครั้ง) ทำให้ภาพลักษณ์ของเมสซี่ไม่ได้ดูยิ่งใหญ่เท่าเก่า

บวกกับผลงานในฟุตบอลโลกที่ย่ำแย่ไม่สามารถพาทีมไปได้ไกลกว่ารอบ 16 ทีมสุดท้ายได้ทั้ง ๆ ที่ก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่มมีการวาดฝันกันว่าเมสซี่น่าจะทุ่มเทเต็มร้อยเพื่อพาอาร์เจนติน่าคว้าแชมป์โลกให้ได้เพื่อปลดล็อกสถานะของตัวเองด้วย

ตรงนี้น่าจะมีส่วนสำคัญไม่มากก็น้อยที่ทำให้คนมองข้ามหรือให้ความสำคัญกับเมสซี่น้อยลง

ในทางตรงกันข้าม โรนัลโด้ผลงานในสนามนั้นดีไม่เท่าถึงจะเป็นพระเอกให้เรอัลมาดริด, ยูเวนตุสและทีมชาติโปรตุเกสแต่เราได้ความมหัศจรรย์ของเขาน้อยลงทุกทีโรนัลโด้ในวันนี้ไม่ใช่จิตรกรหรือศิลปินลูกหนังหากแต่เป็นเครื่องจักรที่มีหน้าที่อย่างเดียวในการถล่มประตู

แต่การคว้าบัลลงดอร์ 2 ครั้งที่ผ่านมากลายเป็นภาพจำและมีส่วนทำให้คนลงคะแนนให้เป็นอันดับ 2

สำหรับเนย์มาร์อาจเพราะอาการบาดเจ็บรุนแรงที่ทำให้ต้องพักการเล่นหลายเดือนก่อนฟุตบอลโลกและภาพการกลิ้งหลุน ๆ ที่รัสเซียทำให้ภาพลักษณ์ของเขากลายเป็นตัวตลกอย่างน่าเศร้าสุดท้ายนักฟุตบอลค่าตัวแพงที่สุดไม่ติดแม้กระทั่ง 10 อันดับแรก

สิ่งที่น่าสนใจจากกรณีของ 3 ซูเปอร์สตาร์คือโลกลูกหนังไม่ได้ให้ “ราคา” พวกเขามากเท่าเก่าไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม

มากกว่านั้นคือโลกกำลังต้องการความเปลี่ยนแปลงต้องการจะก้าวเดินต่อและเชื่อว่ามันหมดเวลาในยุคสมัยของเมสซี่และโรนัลโด้แล้ว

ในวันเวลาของพวกเขาเราเคยตั้งคำถามกันว่าเมื่อไหร่จะมีใครสักคนที่ก้าวเข้ามาแย่งบัลลงดอร์และรางวัลเกียรติยศอื่น ๆ ไปจากพวกเขาได้

วันนี้มาถึงแล้วครับกับลูก้าโมดริช

ผมเองไม่เห็นด้วยนักกับการที่โมดริชได้รับรางวัลเนื่องจากมองว่าผลงานส่วนตัวตลอดทั้งปีนั้นไม่ได้โดดเด่นจนสามารถสัมผัสได้ด้วยหัวใจ

ความสม่ำเสมอน่ะใช่ชั้นเชิงลูกหนังไม่จำเป็นต้องตั้งคำถามแต่ด้วยบทบาทและด้วยองค์ประกอบของทีมไม่ใช่ทุกนัดที่เขาจะเล่นได้อย่างเหนือชั้นจนต้องอุทาน

ก็มีบางเกมที่โมดริชแย่เช่นกันกับหลายๆนัดที่เขาเล่นได้เฉย ๆ

สิ่งที่ทำให้กัปตันทีมชาติโครเอเชียได้กลายเป็นเจ้าของรางวัลน่าจะมาจากผลงานกับโครแอตในช่วงฟุตบอลโลกพ่วงด้วยการพาเรอัลมาดริดคว้าแชมเปี้ยนส์ลีกมาครองได้เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน

เพียงแต่คำถามสำคัญคือ “แค่นี้พอแล้วหรือ?”

ทำไมอองตวนกรีซมันน์ที่พาฝรั่งเศสคว้าแชมป์โลกถึงไม่ได้เช่นกันกับราฟาเอลวาราน?

เอ็มบัปเป้นักเตะที่มีอิมแพ็คต์ต่อ “เลส์เบลอส์” สูงสุดคนหนึ่งในการคว้าแชมป์โลกทำไมจึงไม่ได้ลุ้นรางวัลใหญ่ได้เพียงแค่รางวัลเล็ก “โกปาโทรฟี่” ที่มอบให้แก่ดาวรุ่ง

ยังมีคำถามอีกมากครับสำหรับการประกาศรางวัลของปีนี้ซึ่งชวนให้คิดถึงเมื่อปี 2001 ที่ไมเคิลโอเว่นได้และมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

แต่เรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องหาคำตอบหรือคิดอะไรให้มันมากมายครับ

เพราะขึ้นชื่อว่าการประกวดสุดท้ายสิ่งที่จะตัดสินคือ “ความคิด” ของคนซึ่งมันนานาจิตตัง

ไม่ต่างอะไรจากการประกวดนางงามบางคนชอบคนนั้นเพราะแบบนี้บางคนชอบคนนี้เพราะแบบนั้นบางคนมองว่าสวยบางคนมองว่าขี้เหร่

แต่ในการประกวดนางงามมันจะมีวันที่ได้เจ้าของมงกุฏที่สวยโดดเด่นเป็นสง่ามากกว่าคนอื่นและสมควรได้รับรางวัลเกียรติยศ

บัลลงดอร์ก็เช่นกันในปีนี้อาจจะแป้กบรรยากาศอาจจะกร่อยแต่ไม่ได้หมายความว่าสิ่งดีๆที่สั่งสมกันมายาวนานตั้งแต่ปี 1956 จะจบลงแค่ตรงนี้

ในปีหน้าหรืออีกหลายปีถัดไปผมเชื่อว่าบัลลงดอร์จะเริ่มค่อย ๆ กลับเข้าสู่ภาวะสมดุลอีกครั้ง

เป็นรางวัลที่มอบให้แก่มนุษย์ผู้เล่นฟุตบอลได้เก่งที่สุดในปีนั้น

ไม่ใช่มนุษย์ต่างดาวหรือพระเจ้าจากไหนอีก



RELATED POSTS

Feature

ฟุตบอลไม่มีเพศ : ผู้หญิงอิหร่านก็มีหัวใจที่จะรักการดูฟุตบอล

SPORTDesk. Team

ภาพยนตร์ “Offside ผู้หญิงก็มีหัวใจ” เป็นภาพยนตร์สัญชาติอิหร่านที่ฉายต่อสายตาชาวโลก เมื่อปี 2006 คืองานศิลปะชิ้นสำคัญ ที่ทำให้คนทั้งโลก รับรู้ถึงการ “จำกัด” สิทธิ์ของผู้หญิงในประเทศอิหร่าน ที่ไม่สามารถเข้าไปชมเกมฟุตบอลในสนามได้

Thought

#footballquote สิ่งที่ดาวซัลโวทุกคนต้องเจอ

ไข่มุกดำ

“ซาลาห์ ยิงได้แล้ว เขาเป็นนักเตะที่ดีจริง ไม่ใช่มาฉาบฉวยแบบแสงแวบ ๆ บนกระทะ ดาวซัลโวทุกคน ไม่ว่าจะเก่งขนาดไหนล้วนต้องผ่านช่วงเวลาปืนฝืดอะไรไม่เป็นใจทั้งนั้น” แกรี่ ลินิเกอร์ ประโยคข้างต้นเป็น “ทวีต” โดยอดีตดาวยิงที่ดีที่สุดคนหนึ่งของเกาะอังกฤษ แกรี่ ลินิเกอร์ ที่ปัจจุบันเป็นผู้ดำเนินรายการ Match of the Day ทาง “บีบีซี” นะครับ

Feature

ซานโช่ : ดาวรุ่งที่ไม่มีใครหยุดได้…

SPORTDesk. Team

ค่ำคืน 12 ตุลาคม 2018 ทีมชาติอังกฤษ มีโปรแกรมยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ลีก A กลุ่ม 4 ด้วยการบุกไปเยือนโครเอเชีย รองแชมป์โลกที่กำลังหาฟอร์มเก่งไม่เจอ ประเด็นที่น่าสนใจของเกมนี้ก็คือ ชื่อของดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษอย่าง จาดอน ซานโช่ แนวรุกวัย 18 ปี จากสโมสรดอร์ทมุนด์ในเวทีบุนเดสลีกา ที่น่าจะได้ประเดิมทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่เป็นเกมแรก หากไม่มีอะไรพลิกโผ