โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ : การเข้ามาเพื่อเปลี่ยนแปลง สู่การเปลี่ยนแปลงที่กำลังเข้ามา

วันที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่งตั้ง โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ เข้ามารับตำแหน่งรักษาการณ์ผู้จัดการทีมแทนที่ของ โชเซ่ มูรินโญ่ ทุกคนคาดหวังเพียงความเปลี่ยนแปลงในทีมเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น ในการประครองทีมให้เล่นได้ตลอดรอดฝั่งจนจบฤดูกาล

จากวันนั้นถึงวันนี้ ความเปลี่ยนแปลงแปลงที่เขาสร้างมันยิ่งใหญ่เกินกว่าใครหลาย ๆ คนจะคาดคิด การเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และการกลับมามีลุ้นท็อป 4 หลังจากทำผลงานได้ย่ำแย่ก่อนหน้านี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า โซลชาร์ เข้ามาเพื่อเปลี่ยนแปลง แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างแท้จริง

นั่นเอง ที่ทำให้ “ปีศาจแดง” ตัดสินใจมอบสัญญาระยะยาว 3 ปีให้เขา หลังจากได้ทดสอบเขามากว่า 3 เดือน และนั่น อาจจะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงอีกครั้งก็ได้…หากแต่ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงของยูไนเต็ดเท่านั้น แต่มันอาจจะเปลี่ยนแปลงไปทั่วทั้งวงการฟุตบอลเลยทีเดียว…

เทรนด์ใหม่ ไฉไลกว่า

การจรดปากกาเช็นสัญญายาวนาน 3 ปี ของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ กับ แมนเชสแตอร์ ยูไนเต็ด ลุล่วงไปตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แต่กว่าจะได้สัญญา 3 ปีฉบับนี้ “(อดีต)เพชฌฆาตหน้าทารก” ตนนี้ต้องผ่านการพิสูจน์ตัวเองที่หนักหนา และถ้าสมมติว่า ผลงานไม่ได้ออกมางดงามด้วยการชนะ 14 จาก 19 เกมที่คุมทีมแบบนี้ ทีมอย่าง “ปีศาจแดง” จะยอมมอบสัญญาระยะยาวให้ไหม?

ต้องยอมรับว่า ต้องแต่การจากไปของ “บรมกุนซือ” เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่ปลดระวางตัวเองลงจากตำแหน่ง ยูไนเต็ดต้องเจ็บช้ำจากการเลือกกุนซือมาคุมทีมโดยตลอด นับตั้งแต่ เดวิด มอยส์, หลุยส์ ฟาน กัล จนมาถึง โชเซ่ มูรินโญ่ พวกเขาเจ็บมาเยอะจริง ๆ

หากบวกเงินกลม ๆ ที่พวกเขาต้องจ่ายไปเพื่อเป็นค่าฉีกสัญญากับกุนซือทั้ง 3 คน หลังทำผลงานไม่ได้ตรงตามเป้าหมาย พวกเขาต้องจ่าย มอยส์ 5.2 ล้านปอนด์ หรือราว 216 ล้านบาท ตามด้วยจ่ายให้ ฟาน กัล อีก 8.4 ล้านปอนด์ หรือราว 349 ล้านบาท และล่าสุด ก็ต้องเสียค่าชดเชยให้ มูรินโญ่ อีก 19.6 ล้านปอนด์ หรือราว 814 ล้านบาท เท่ากับว่า รวมกัน 3 คน แมนยูต้องจ่ายเงินทะลุ 33 ล้านปอนด์ หรือกว่า 1,370 ล้านบาท แลกกับการไล่โค้ช 3 คน ในช่วงเวลาเพียง 5 ปีเศษเท่านั้น

นั่นเอง ที่ทำให้ เอ็ด วูดเวิร์ด ไม่ต้องการเสียเงินมหาศาลเพื่อแลกกับอะไรที่ไม่มีการการันตีอีกต่อไป การจ้าง โซลชาร์ เข้ามารับงานจึงเริ่มต้นเพียงสัญญายืมตัวเท่านั้น แต่วันนั้นใครจะรู้ว่าวิธีนี้อาจจะกลายมาเป็นวิธีทดลองงานที่ยอดเยี่ยมในอนาคตอันใกล้ก็ได้

ทดลองใช้ ไม่ใช่เรื่องผิด

ว่า ๆ ไป ก็คงคล้าย ๆ จูกัดเหลียง “ขงเบ้ง” แห่งสามก๊ก ที่ทดสอบเล่าปี่ ด้วยการตั้งใจหลบหน้าเขาถึงสองครั้ง ก่อนจะยอมพบในครั้งที่ 3 เอ็ด วูดเวิร์ด ก็คงใช้วิธีคล้าย ๆ กัน

แรกเรื่ม เมื่อ ยูไนเต็ด แต่งตั้งกุนซือชาวนอร์เวย์ เข้ามาเป็นกุนซือรักษาการณ์ พวกเขายอมจ่ายเงินให้ โมลด์ 1.8ล้านปอนด์ หรือราว 77.4 ล้านบาท เพื่อเป็นค่ายืมตัว โดยตอนนั้นมีหลายฝ่ายวิจารณ์ว่า เป็นเงินที่จ่ายไปไม่คุ้มค่า เพราะถ้าต้องจะหาผู้จัดการทีมขัดตราทัพ ก็มีตั้งหลายคน แถมไม่เสียเงินค่ายืมตัวด้วย แล้วในกรณีที่จะตั้งถาวร ก็ไม่ควรยืมให้เสียเงิน 2 เด้ง

แต่ทีม “ปีศาจแดง” มองไกลกว่านั้น เพราะพวกเขาเชื่อว่า โซลชาร์ นี่แหละ คือคนที่ “ใช่” หากแต่ไม่ต้องการเชื่อมั่นในความรู้สึกอีกต่อไป เพราะ 3 ครั้งก่อนหน้านี้ที่พวกเขารู้สึกว่า “คนนี้ใช่” ทำให้พวกเขาต้องจ่ายเงินไปกว่า 1,370 ล้านบาท ดังนั้น วิธีเดียวที่จะรู้ได้ว่า โซลชาร์ ใช่จริง ๆ หรือแค่คิดไปเอง คือการทดลองให้ทำงาน และเงินแค่ 77.4 ล้านบาท มันช่างเล็กน้อย เมื่อเทียบกับการต้องจ่านเงินค่าชดเชยหลักหลายร้อยล้านที่ต้องจ่ายหากต้องเชิญเขาออกจากทีม ดังนั้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จึงยินดีที่จะยืมตัวอดีตกองหน้าของทีมมาลองงานก่อน ทั้งที่ถ้าจ่ายค่าฉีกสัญญาให้โมลด์เลย ก็จะเสียเงินน้อยกว่าก็ตาม

เมื่อมาทำงานจริง แล้วมัน “เวิร์ค” ก้าวต่อมาของยอดทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์ คือการรั้งตัวไว้อย่างถาวรโดยไม่รอจนจบฤดูกาล ซึ่งต้องยอมรับว่านี่เป็นกึ๋นอีกอย่างที่ วูดเวิร์ด แสดงให้เราเห็น เพราะถ้ารอให้จบฤดูกาลแล้วทีมได้อันดับที่ 4 หรือ ได้แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (แม้จะยาก แต่ก็เป็นไปได้) มันจะยิ่งทำให้พวกเขาต้องจ่ายเงินแพงกว่าตอนนี้อีกมากทีเดียว ในเมื่อ แฟนบอลชอบ, โซลชาร์ อยากได้งาน การต่อสัญญาตอนนี้ ก็ไม่มีอะไรที่ไม่ดีต่อทีมเลย ในเมื่อเขาก็พิสูจน์แล้ว และการเช็นสัญญาตอนนี้ก็ตอบโจทย์ทุกฝ่ายด้วย

คาร่า การันตี วิธีนี้เจ๋ง

ย้อนกลับไปเมื่อต้นเดือนมีนาคม เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตกองหลังลิเวอร์พูล ที่ปัจจุบันทำงานเป็น คอลัมนิสต์ และ นักวิเคราะห์ฟุตบอล ได้เขียนผ่าน เทเลกราฟ โดยมองว่า สิ่งที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เลือกทำนั้น อาจจะเป็นการเปลี่ยนแปลงการแต่งตั้งโค้ช ในยุโรปหลังจากนี้ก็เป็นได้

เพราะด้วยประสิทธิภาพ และผลลัพธ์ ที่น่าพอใจ แลกกับความเสี่ยงที่น้อยกว่า รวมไปถึงการที่ทีมจะมีโอกาสกลับตัวด้วยการเลือกไม่ต่อสัญญากับกุนซือรักษาการณ์ในกรณีที่ไม่พอใจผลงานได้นั้น เป็นทางเลือกที่ชาญฉลาด และ สโมสรได้ประโยชน์อย่างเต็มที่กว่า

“ผลกระทบของการใช้ผู้จัดการทีมรักษาการณ์ อาจจะช่วยเปลี่ยนแนวคิดของบอร์ดบริหารทีมฟุตบอลทั่วยุโรป ฟุตบอลเป็นกีฬาที่มีแนวโน้มในการลอกเทรนด์กันมาก และในคราวหน้า เมื่อมีสโมสรมีปัญหา ไม่ต้องแปลกใจเลยถ้าพวกเขาจะมองหา โซลชาร์ ของตัวเอง โดยการใช้อดีตผู้เล่นที่โด่งดังกับทีม มากอบกู้ความยิ่งใหญ่ในอดีตอีกครั้ง” คาร์ร่า เขียนไว้ตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา

โดยนอกจากเหตุผลในแง่ของความเสี่ยงต่อเม็ดเงินของสโมสรแล้ว อีกหนึ่งมุมมองที่น่าสนใจของเขา คือการมองว่า อดีตดาวดังของทีมที่มารับงานเป็นกุนซือรักษาการณ์นั้น มีแนวโน้มจะประสบความสำเร็จได้ง่ายกว่า เพราะพวกเขาเหล่านั้น ได้รับการยอมรับจากแฟนบอล ตั้งแต่ก่อนมาทำงานแล้ว ทำให้เรื่องของความกดดันที่ต้องเผชิญหน้าน้อยกว่าความจริงที่เป็น เมื่อเทียบกับกุนซือคนอื่น ๆ

แต่ถึงกระนั้น ก็ไม่ใช่ทุกคนจะประสบความสำเร็จเหมือน โซชชาร์, ซีเนดีน ซีดาน หรือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่มารับงานกับทีมเก่าแล้วทุกอย่างงดงาม เพราะมันก็มีที่ล้มเหลวเหมือนกัน แบบชัด ๆ ก็ เธียร์รี่ อองรี กับ อาแอส โมนาโก โดยทั้งนี้ทั้งนั้นมันอยู่ที่เรื่องของ เวลา โอกาส ฝีมือ และ โชคอีกนิดหน่อยด้วย 

ความเปลี่ยนแปลงเป็นปัญหา หรือ เรื่องธรรมดากันแน่?

ขณะที่การตั้งกุนซือรักษาการณ์ขึ้นมาทดลองงานก่อนตั้งยาวนั้น อาจจะเป็นทางเลือกให้หลาย ๆ สโมสรในยุโรป และ ในอังกฤษหลังจากนี้ แต่ล่าสุดก็มีสถิติน่าสนใจที่เกิดขึ้นในฟุตบอลลีกผู้ดี หลังมีการเปิดเผยว่า 48 จาก 92 ทีม ในลีกอันดับสูงสุด 4 ลีกบนของประเทศ มีการเปลี่ยนผู้จัดการทีม ในเวลาไม่ถึง 1 ปี

โดยทั้งในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และลีกอื่น มีผู้จัดการทีม 39 คนไปแล้วในฤดูกาลนี้ ที่ต้องออกจากสโมสร ทั้งในแง่การลาออกเอง และ โดนไล่ออก ตอกย้ำภาพที่ลีกอังกฤษ “ใช้โค้ชเปลือง” ยิ่งขึ้นไปอีก

เรื่องนี้ถูกนำมาถกเถียงในแง่ประเด็นที่ว่า มันเป็นปัญหา หรือว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่ฟุตบอลต้องมีการเปลี่ยนแปลงจากแข่งขันกันอยู่แล้ว

และถ้ามองว่า การเปลี่ยนแปลงกุนซือบ่อย ๆ ในลีกฟุตบอลอังกฤษ ไม่ใช่เรื่องดี โมเดลของกุนซือรักษาการณ์ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดใช้ ก็จะเป็นดาบ 2 คมทันที เพราะการใช้กุนซือรักษาการณ์ เป็นการจ้างงานระยะสั้นก่อน ดังนั้น มันก็มีโอกาสที่สโมสร จะไม่พอใจผลงาน และไม่จ้างต่อ ทำให้ตัวเลขการเปลี่ยนแปลงของผู้จัดการทีมในอังกฤษ หนักหนาเข้าไปอีก

อย่างไรก็ตาม ตัวสโมสรเอง ก็คงจะบอกว่า “หาแคร์ไม่” เพราะถ้าโมเดลนี้แล้วจะช่วยให้พวกเขาประหยัดเงินไปได้มหาศาลในการเฟ้นหากุนซือที่ดีเข้ามาในทีมแล้วล่ะ เรื่องสถิติด้านบนคงไม่ใช่ประเด็นแน่นอน

และไม่ว่าความเปลี่ยนแปลงเป็นปัญหา หรือ เรื่องธรรมดา การที่ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่งตั้ง โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ เข้ามาเป็นกุนซือชั่วคราวจนมอบสัญญาถาวรให้ เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แน่นอน ทั้งต่อถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด และต่อวงการฟุตบอลหลังจากนี้ด้วย…



MOST POPULAR

Thought

หงส์สุกงอม ?

อ่าน 23,325 ครั้ง

Thought

หงส์สุกงอม (2) ?

อ่าน 15,922 ครั้ง

Thought

หงส์แดงชนะเพราะ?

อ่าน 14,091 ครั้ง

RELATED POSTS

Feature

เกาะติด 10 ประเด็นลีกใหญ่ส่งท้ายปี 2018

SPORTDesk. Team

สุดสัปดาห์สุดท้ายของปี 2018 หรือปี “หมาดุ” ยังมีโปรแกรมลีกใหญ่ของยุโรปเตะกันทั้งอังกฤษ และ อิตาลี , ส่วนสเปนและเยอรมนี หลีกทางให้นักเตะได้พักผ่อนหย่อนกายแล้ว แต่ความเข้มข้นของ 2 ลีกใหญ่ทั้งพรีเมียร์ลีกและกัลโช่ เซเรีย อา ก็ยังมีประเด็นให้น่าติดตามกันอย่างแนบชิดสนิทเนื้อเหมือนเดิมเช่นเคย โดยเฉพาะเกมบิ๊กแมตช์เมื่อหงส์แดงต้องโคจรมาเจอปืนใหญ่

Story

วิลเลี่ยนขออยู่กับเชลซีต่อ(แต่…)

SPORTDesk. Team

ช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา เชลซี คือหนึ่งในทีมยักษ์ใหญ่ของอังกฤษ ที่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพอสมควร ในส่วนของทีมงานที่จะต้องกลับมายกระดับมาตรฐานให้สูงขึ้นมากกว่าเดิม จากที่ฤดูกาลก่อน จบอันดับ 5 พลาดไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อันเป็นเหตุให้อันโตนีโอ คอนเต้ กุนซืออิตาเลียนต้องแยกทางจากกันไป

Thought

ปีทองหงส์ (แต่ยังไม่ได้แชมป์)

มาริโน่

ลิเวอร์พูล เริ่มต้นปี 2018 ในคืนฉลองศักราชใหม่ ด้วยการบุกชนะเบิร์นลี่ย์ 2-1 ที่เทิร์ฟ มัวร์ เข็มนาฬิกาขยับเข้าสู่นาทีสุดท้ายของช่วงทดเจ็บ ทีมเยือนเพิ่งถูกตีเสมอหมาด ๆ ไม่กี่อึดใจ หลังโดนบอมบ์ด้วยลูกครอสส์ด้านข้าง รักนาร์ คลาวาน แพ้ดวลโหม่งกับแซม โวคส์ ก่อนโยฮันน์ กุดมุนด์สสัน พุ่งมาโหม่งซ้ำที่เสาสอง