แข้งแห่งอนาคต : นิโกลาส์ เปเป้ เจ้าชายกราบขวาแห่งลีกเอิง

ยังคงต่อเนื่องกับ ซีรีย์ “แข้งแห่งอนาคต” หลังจากเล่าเรื่องราวของ 2 นักเตะดาวรุ่งแห่ง อาแย็กซ์ อัมสเตอร์ดัม กันไปแล้ว วันนี้เราอยากจะย้ายมาเล่าเรื่องราวของยอดกองกลาง/ปีก ดาวรุ่ง (ตอนปลาย) แห่งลีกเอิงกันบ้าง กับเรื่องราวของ นิโกลาส์ เปเป้ คนนี้

หลายคนคงเคยได้ยินกิตติศัพท์ และ ความน่าเกรงขามของเขามาบ้าง และเขาเป็นอีกคนที่มีข่าวเชื่อมโยงกับ ลิเวอร์พูล ในซัมเมอร์​นี้ ถึงแม้ตลาดนักเตะจะเหลือเวลาราว 1 เดือนกับ 2 สัปดาห์เท่านั้น แต่ข่าวลือของเขากับทีม “หงส์แดง” ก็ยังมีให้ได้ยินกันอย่างต่อเนื่อง แม้ล่าสุด สโมสรจะออกมาปฏิเสธข่าวที่เกิดขึ้นก็ตาม แต่ในตลาดนักเตะ ใคร ๆ ก็รู้ว่า อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

ไม่ใช่แค่กับยอดทีมจากเมอร์ซีย์ไซด์ เท่านั้น เปเป้ ยังมีข่าวกับยอดทีมอีกมากมายในยุโรป แม้แต่ทีมคู่ปรับตลอดกาลอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ไม่เว้น

เกริ่นมาขนาดนี้ ก็คงจะไม่เสียเวลาเกินไป หากไปทำความรู้จัดกันอีกสักหน่อย ว่า นิโกลาส์ เปเป้ เป็นใคร ทำไมถึงได้รับการจับตามองกันขนาดนี้…

1995-2013 จากบ้านเกิด สู่ ปัวติเยร์

อาจจะเป็นเรื่องราวที่เราเห็นกันจนชินตาแล้วก็ได้ กับเรื่องราวของนักฟุตบอลอัจฉริยะ ที่เกิดมาจากครอบครัวที่ยากลำบาก และใช้ฟุตบอลไต่เต้าจนประสบความสำเร็จในชีวิต…ใช่แล้ว เรื่องราวของ นิโกลาส์ เปเป้ ก็มีจุดเริ่มต้นแบบนั้นเช่นกัน

นิโกลาส์ “นิโก้” เปเป้ เกิดในครอบครัวชาวผู้อพยพ ชาว ไอเวอรี โคสต์ ที่เข้าสู่ฝรั่งเศส เพื่อหาชีวิตที่ดีกว่า เฉกเช่นเดียวกับนักเตะผิวสีหลาย ๆ คน เขาลืมตาดูโลกที่ มองส์ ลา โจลี ในตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศส และด้วยความยากจน ทำให้สมัยเด็ก เขาต้องเติบโตมาอย่างยากลำบาก ไม่ได้มีของเล่น หรือ เกมส์ ใด ๆ แบบที่เด็กในยุค 90 มีกัน

สิ่งเดียวที่พอจะเป็นของเล่นในวัยเด็กให้เขาได้ คือ ฟุตบอล และเขาก็รักที่จะเล่นเจ้าลูกกลม ๆ นี่ ตั้งแต่จำความได้ และมุ่งมั่นจะเอาดีทางด้านนี้ตั้งแต่ 6 ขวบ…ใช่ 6 ขวบเท่านั้น เพราะในตอนนั้น เขาถูกคุณครูที่โรงเรียนถามว่า “โตขึ้นอยากเป็นอะไร?” แน่นอน “หมอ”, “ตำรวจ”, “ทหาร” และอาชีพเท่ ๆ อีกมากมายออกจากปากเด็ก คนอื่น. ยกเว้น นิโก้ เท่านั้น ที่ตอบคุณครูว่า “ผมอยากจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพเมื่อโตขึ้นครับ” คนเดียวเท่านั้น

ถึงแม้จะยังไม่ได้รู้เรื่องลึกซึ้ง แต่ ฟุตบอลโลก 1998 ที่ฝรั่งเศส เป็นสิ่งที่ตอกย้ำความต้องการเป็นนักฟุตบอลให้กับ นิโก้น้อย เมื่อเขาได้เห็นมหกรรมฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกกับตาทั้งสองข้าง และได้มีโอกาสวิ่งตามนักฟุตบอลที่ชอบเหมือนกับเด็ก ๆ ฝรั่งเศสที่คลั่งไคล้ฟุตบอลอีกค่อนประเทศ

แต่ในความเป็นจริง ชีวิตของ เปเป้ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเลย แม้ใจจะรักฟุตบอลมากแค่ไหน แต่เขาไม่เคยดีพอที่จะติดทีมอคาเดมี่ที่ไหนเลย ตั้งแต่อายุ 5-9 ปี เขาตระเวนเข้าไปเพื่อคัดเลือกในอคาเดมี่ หลายแห่ง แต่แห้วหมดมาตลอด

ทว่า ความสำเร็จก็มีให้แก่ผู้พยายามเสมอ นิโก เล่นฟุตบอลด้วยความมานะ และ “ใจ” ล้วน ๆ จนกระทั่งอายุเลข 2 หลัก เขาก็มีโอกาสเข้าสู่ทีมฟุตบอลกึ่งอาชีพ กับสโมสร ปัวติเยร์ เอฟซี หรือที่ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น สต๊าด ปัวเตแวง ในลีกดิวิชั่น 5 ของฝรั่งเศสจนได้ 

2013-17 เติบโต กับ อองเชร์ส

จะว่าไปการได้รับโอกาสจาก ปัวติเยร์ ในตอนนั้น ทำให้โลกได้รู้จักกับ นิโกลาส์ เปเป้ ในตอนนี้เลยก็ว่าได้ เพราะนั่นดูเหมือนจะเป็นโอกาสแรก และโอกาสเดียว ที่เด็กวัยเกือบ 17 ปี หาได้ในฐานะนักฟุตบอล และเขาก็ใช้โอกาสนั้นอย่างคุ่มค่ายิ่ง เมื่อได้รับโอกาสลงสนาม 9 นัดที่นั่น และทำได้ 2 ประตู ทั้งยังสร้างโอกาส และ มีส่วนร่วมกับทีมได้มากมายจนกลายเป็นที่รู้จักในฐานะดาวรุ่งดวงใหม่ของวงการฟุตบอลฝรั่งเศส อย่างรวดเร็ว

การทำประสำคัญ ช่วย ปัวติเยร์ เก็บชัย 3-1 และทำให้ทีมรอดตกชั้นในฤดูกาล2012-13 เป็นผลงานชิ้นสำคัญ ที่ทำให้เขาไปต้องตาต้องใจ และได้รับข้อเสนอจาก อองเชร์ส ทันที

นิโก้ ใช้เวลา 2 ปี ที่ อองเชร์ส เดอ หรือ ทีมรองของ อองเชร์ส ก่อนถูกส่งไปเล่นกับทีมใหญ่อย่างเต็มตัว หลังจากกลับมาจากการปล่อยให้ โอร์แลงส์ ยืมตัวในฤดูกาล 2015-16และ มีส่วนสำคัญช่วยให้ทีมเลื่อนชั้นขึ้นมาสู่ ลีกเดอ ได้สำเร็จ จากการยิงไป 9 ประตูในฤดูกาลนั้นด้วย

ดังนั้น เมื่อเขากลับมาที่ อองเชร์ส ชุดใหญ่ เขาจึงได้รับโอกาสมากขึ้น และ นั่นทำให้เขาพบกับจุดเปลี่ยนในอาชีพอีกครั้ง และน่าจะเป็นครั้งที่สำคัญที่สุดเลยด้วย

2017-18 แจ้งเกิด ใน ลีลล์

จุดเปลี่ยนสำคัญในอาชีพของ นิโก้ เกิดขึ้นในแมตช์เดย์ ธรรมดา ๆ วันหนึ่ง ซึ่งเป็นเกมระหว่าง อองเชร์ส กับ ลีลล์ ซึ่งวันนั้น เป็นวันที่สวยงาม และ อากาศดี จากการยืนยันของ หลุยส์ แคมโปส ผู้อำนวยการกีฬาของลีลล์ และเป็นคนที่ดึงตัว เปเป้ มาสู่ทีมในเวลาต่อมา

“ผมตกหลุมรักเขาเดี๋ยวนั้นเลย” แคมโปส เปิดเผยกับ บลีชเชอร์ รีพอร์ต เมื่อถูกถามถึงการดึง เปเป้ มาร่วมกับ ลีลล์ ในตอนนั้น

นิโก้ ย้ายมาร่วมทีมลีลล์ อย่างเป็นทางการในวันที่ 21 มิถุนายน 2017 และได้ลงรับใช้ทีมในลีกเอิงไป38 นัดในฤดูกาลนั้น พร้อมทำ 13 ประตู ส่วนในฤดูกาลที่ผ่านมา เขาลงเล่นไป 38 นัด และทำ 22ประตู ซึ่งทำให้เขาเป็นรองดาวซัลโวของลีกเอิง โดยเป็นรองเพียงแต่ คีเลียน เอ็มบัปเป้ คนเดียวเท่านั้น

นอกจากนี้ สถิติต่าง ๆ ของเขานับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีม ลีลล์ ก็ดีขึ้นแบบ “ก้าวกระโดด” โดยเขากลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่สร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมดีที่สุดในยุโรป และเป็นครั้งแรกของ ลีลล์ นับตั้งแต่เสีย เอเด็ง อาซาร์ ไปในปี 2012 ที่มีนักเตะที่ครบเครื่องขนาดนี้ในทีมด้วย

และปัจจุบัน เขากลายเป็นหนึ่งในนักเตะเนื้อหอมที่สุดของลีกเอิงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

2019 เป็นที่หมายปองของยักษ์ยุโรป

อ้างอิงจาก เว็บ ทรานเฟอร์สมาร์เก็ต วิเคราะห์ค่าตัวของ เปเป้ ในปัจจุบันอยู่ที่ 58.5 ล้านปอนด์ หรือราว 2,300 ล้านบาท ซึ่งในความเป็นจริง ค่าตัวของเขา อาจจะ “เฟ้อ” กว่านั้นด้วย

ด้วยความที่เขาเล่นในตำแหน่งปีกขวาธรรมชาติ และยังสามารถเล่นได้ในตำแหน่งกองหน้าฝั่งขวา และกองกลางตัวรุกฝั่งขวา ทำให้ทีมที่มองขาตัวริมเส้นฝั่งขวา ต่างมองเขาตาเป็นมันกันทั่ว และนั่นอาจจะทำให้ค่าตัวของแนวรุกคนนี้ พุ่งทะลุ 60 ล้านปอนด์ ได้ไม่ยาก ในยุคที่เงินเฟ้อขนาดนี้

โชเซ ฟอนเต เพื่อนร่วมทีมของเขา เคยออกมายืนยันกับ RMC สื่อชื่อดังว่า เด็กคนนี้ มีดีพอจะเล่นให้สโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปได้จริง ๆ

“เขาเล่นในระดับสูงที่สุดได้” ปราการหลังจอมเก๋า“เขาเล่นให้เรอัล มาดริด หรือบาร์เซโลนา หรือทีมใดๆ ก็ได้

“แต่เขาต้องอยากเรียนรู้ต่อไปเรื่อยๆ ต้องทำตัวให้เท้าติดดินเอาไว้ และพยายามพัฒนาขึ้นในทุกๆ วัน นั่นเป็นทางเดียวที่เขาจะขึ้นไปถึงระดับสูงและรักษาระดับเอาไว้ได้ แต่มันก็ชัดเจนแล้วว่าเขามีพรสวรรค์

“เขาจะต้องพัฒนาในบางส่วนของเกมอย่างต่อเนื่อง เช่นในเรื่องของเกมรับหรือแท็กติก เพราะเมื่อเล่นเกมรุก เขาแข็งแกร่งมาก แต่มันก็ยังมีเรื่องของเกมรับอยู่ด้วย” ฟอนเต้อธิบาย

“เราทำงานร่วมกับ นิโคลัส รวมถึงโค้ชของเรา คริสตอฟ กัลติเยร์ เพื่อให้เขาเล่นเกมรับได้ถูกตำแหน่ง ถ้าเขาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมเวลาเล่นเกมรับ ก็จะช่วยเปลี่ยนเป็นเกมรุกได้ดีขึ้น เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ จะช่วยให้เขาขึ้นสู่ระดับสูงสุด ซึ่งเป็นจุดที่เขาควรจะอยู่ใน 2-3 ปีข้างหน้า”

แล้วใครล่ะ ที่จะได้ดาวรุ่งคนนี้ไปร่วมทีม?

2019 ปลายทาง?

ด้วยวัย 24 ปี หมาด ๆ ปฏิเสธไม่ได้แล้วว่า นี่อาจจะเป็นโอกาสทองของทั้ง นิโก้ และ ลีลล์ 

สำหรับ นิโก้ นี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุด ที่เขาจะได้ย้ายทีมไปสู่ยักษ์ใหญ่ของยุโรป และจะได้โอกาสในการพิสูจน์ตัวเอง พร้อมกับรับค่าเหนื่อยมหาศาล เท่าที่นักฟุตบอลฝีเท้าดีคนหนึ่งควรได้รับ

สำหรับ ลีลล์ นี่เป็นโอกาสทอง ในการกอบโกยเงินมหาศาลในการปล่อยตัวเขาออกไปจากทีม เพราะถึงแม้เขาจะไม่ได้ตำแหน่งดาวซัลโว ลีกเอิงในปีนี้ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ฟอร์มของเขาในฤดูกาลที่ผ่านมา จัดอยู่ในระดับ “ยอดเยี่ยม” และไม่แน่ว่า ในฤดูกาลอื่น ๆ หลังจากนี้ เขาจะโชว์ฟอร์มได้ดีเท่านี้หรือไม่

ที่สำคัญคือ เลข 24 ปี ที่อายุของเขาเป็น จะเป็นช่วงสุดท้าย ที่เขาจะยังคงเป็นนักเตะดาวรุ่ง (ตอนปลาย) ซึ่งอายุการใช้งานจะยังดูนานกว่านักเตะที่มีอายุ 25 ขึ้น ดังนั้น ด้วยเวลา และ โอกาส นี่จึงเหมาะสมมาก ๆ กับทั้งนักเตะ และ ทีมต้นสังกัด

คำถามมีแค่ว่า “ใคร” จะกล้าทุ่มเพื่อนักเตะคนนี้มากพอเท่านั้น! 



MOST POPULAR

RELATED POSTS

Thought

เพียงแค่ 1.12 เซนติเมตร

ไข่มุกดำ

ภาพรวมตั้งแต่ “วินาทีแรก” แสดงให้เห็นครับว่า แมนฯซิตี้ มี game plan จะรุก และ “เสี่ยง” มากกว่าเกมแรกเสมอ 0-0 ที่เจอกันในแอนฟิลด์ 7 ต.ค.2018 อย่างแน่นอน เพราะเตะในบ้าน และผลต่าง 7 คะแนนก่อนเกม

Thought

ปีทองหงส์ (แต่ยังไม่ได้แชมป์)

มาริโน่

ลิเวอร์พูล เริ่มต้นปี 2018 ในคืนฉลองศักราชใหม่ ด้วยการบุกชนะเบิร์นลี่ย์ 2-1 ที่เทิร์ฟ มัวร์ เข็มนาฬิกาขยับเข้าสู่นาทีสุดท้ายของช่วงทดเจ็บ ทีมเยือนเพิ่งถูกตีเสมอหมาด ๆ ไม่กี่อึดใจ หลังโดนบอมบ์ด้วยลูกครอสส์ด้านข้าง รักนาร์ คลาวาน แพ้ดวลโหม่งกับแซม โวคส์ ก่อนโยฮันน์ กุดมุนด์สสัน พุ่งมาโหม่งซ้ำที่เสาสอง

Feature

10 ประเด็นเกาะติดจากลีกใหญ่กลาง ธันวาคม

SPORTDesk. Team

หลังจากกลางสัปดาห์ทีมใหญ่ๆต้องเคี่ยวกรำศึกฟุตบอลยุโรปในนัดชี้ชะตาการเข้ารอบน็อกเอาท์กันมา สุดสัปดาห์นี้บางทีมยังมีโปรแกรมสุดโหดรออยู่อีกด้วย อาทิ ลิเวอร์พูล-แมนฯยูไนเต็ดที่ต้องโคจรมาเจอกันในศึกแดงเดือด ภาคแรกของฤดูกาลนี้ และนี่คือประเด็นต่างๆที่น่าจับตามองจากทุกลีกใหญ่ของยุโรป