ก้าวต่อไปของพรีเมียร์ลีก กับบทบาท “รายการทีวี”

13 April 2020
12 VIEWS

ถึงแม้แนวโน้มยังไม่ชัดเจน และเสียงก็ยังคงแตกออกเป็นสองฝ่าย ระหว่างฝ่ายที่สนับสนุนให้พรีเมียร์ลีกเล่นกันต่อจนจบฤดูกาล กับอีกฝ่ายที่หวังให้พรีเมียร์ลีกตัดจบ แต่ท่าทีของทางฟุตบอลลีกสูงสุดของอังกฤษนั้น ชัดเจนมาตลอดนั้นตั้งแต่วันแรกคำสั่งระงับการแข่งขัน โดยพวกเขาหวังอย่างยิ่งว่า “จะกลับมา” เล่นกันอีกครั้งให้ครบตามโปรแกรมที่เหลือให้ได้ เพื่อป้องกันความเสียหายมหาศาล และความยุ่งยากนานัปการที่อาจจะตามมาหลังจากนั้น

จากที่มีรายงานก่อนหน้านี้ ความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับพรีเมียร์ลีก อาจมีมูลค่าถึง 1.2 พันล้านปอนด์ หรือราวเกือบ 5 หมื่นล้านบาท และบรรดาสโมสรก็ต้องสูญเสียรายได้เฉลี่ยราวทีมละ 50-80 ล้านปอนด์ ลดหลั่นกันไป นั่นเองที่ทำให้บรรดาผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งตัวผู้บริหารลีกเอง และสโมสรสมาชิก ต่างพยายามผลักดันเส้นทางในการลงสนามต่อจนจบแม้อาจจะต้องพิจารณาทางเลือกการเล่นในสนามปิดที่ไร้คนดู และอาจจะต้องสูญเสียรายได้ราวนัดละ 1 ล้านปอนด์ หรือราว 41 ล้านบาท เพื่อให้ลีกเดินหน้าต่อก็ตาม

ล่าสุด สื่อใหญ่อย่าง “เดอะ ไทม์” รายงานข่าวที่อาจจะทำให้เรื่องราวที่พรีเมียร์ลีกผลักดันการเล่นในสนามปิดเป็นจริงมากขึ้น เมื่อพวกเขาบอกว่า ลีกสูงสุดของอังกฤษ เตรียมแผนที่จะกลับมาในรูปแบบของ “รายการทีวี” ในเดือน มิถุนายน หรือ กรกฎาคม นี้ ซึ่งเรื่องราวนี้สอดคล้องกับข่าวที่เกิดขึ้นตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาทั้งเรื่องของการที่พวกเขาพยายามวิ่งเต้นกับรัฐบาลอังกฤษ เพื่อขอให้มีการรับรองให้ลงเล่นในสนามปิดได้ สืบเนื่องไปยังการส่งข่าวให้นักฟุตบอลเตรียมฟิตร่างกายเพื่อกลับมาซ้อมราวกลางเดือนพฤษภาคม และการเดินหน้าติดเครื่องตรวจสอบโควิด-19 ในสนามซ้อมของทุกทีมในพรีเมียร์ลีกด้วย

สโมสรส่วนใหญ่มีเกมตกค้างให้ลงสนามอีกทีมละราว 9 เกมก่อนมีการระงับการแข่งขัน และก่อนหน้านี้ก็มีข่าวออกมาว่า พรีเมียร์ลีกวางแผนที่จะจบฤดูกาลภายใน 56 วัน ถ้าพวกเขาสามารถกลับมาลงสนามได้อีกครั้งในช่วงเดือนมิถุนายน โดยตั้งเป้าจะแข่งให้จบทั้งฟุตบอลลีก และ เอฟเอ คัพ ที่ค้างคาอยู่ในรอบที่ 6 หรือรอบก่อนรองชนะเลิศ โดยพวกเขาต้องการที่จะให้ทุกอย่างกลับมาครบเพื่อตัดปัญหาเรื่องสัญญาการถ่ายทอดสดที่พวกเขาทำไปแล้วกับค่ายทีวียักษ์ใหญ่

ดังนั้นทำให้ประธานพรีเมียร์ลีกเชื่อว่าเมื่อฟุตบอลกลับมาเตะอีกครั้ง มันจะเป็นเกมที่ถูกเตะให้ครบโปรแกรมเพื่อถ่ายทอดสดทางทีวีเท่านั้น ซึ่งนั้นหมายความว่าพวกเขาจะไม่จำเป็นต้องเอาใจคนดูในสนามอีกต่อไป ดังนั้นลูกเล่นระหว่างเกมบางอย่าง เช่นการดู วีเออาร์ หรือการรอในช่วงพักครึ่ง อาจจะถูกปรับเพื่อให้กลายเป็น “รายการทีวี” แบบสมบูรณ์แบบ และนั่นเองอาจจะนำพรีเมียร์ลีกไปสู่ความแปลกใหม่ในอีกหลาย ๆ ด้าน

พวกเขายังคิดถึงการต้องมีเกมหลาย ๆ เกมภายใน 1 วันเพื่อให้มีความต่อเนื่อง อาจจะปรับตารางถ่ายทอดใหม่ ให้บางคู่ไม่ต้องเตะพร้อมกัน ยกเว้นในช่วง 2-3 นัดสุดท้ายของฤดูกาล และอาจจะมีเตะมากสุดใน 1 วันได้ถึง 4 คู่ นอกจากนี้การเล่นในสนามปิดแบบไม่มีคนดูทำให้พรีเมียร์ลีกเริ่มมีความคิดใหม่ ๆ เพิ่มเติมถึงความไม่ได้เปรียบหรือเสียเปรียบในแง่เสียงเชียร์ พวกเขาจึงอยากจะเสนอให้มีการลงสนามใน เวมบลีย์ ซึ่งเป็นสนามกีฬาแห่งชาติในกรุงลอนดอน เพื่อความง่ายในการถ่ายทอดสดด้วย

“ภายในเดือนมิถุนายนหรือกรกฎาคม พวกเขา(พรีเมียร์ลีก)จะเล่นเกมอีกครั้งแต่เพื่อให้มันออกมาเป็นรายการทีวีเท่านั้น” แหล่งข่าวกล่าวกับ เดอะ ไทม์ “หากพวกเขาต้องเล่นสี่เกมต่อวันที่ Wembley เพื่อให้ฤดูกาลจบลงอย่างทันเวลาพวกเขาจะทำเช่นนั้น”

แน่นอนว่าถึงตอนนี้ยังไม่มีสัญญาณใด ๆ จากรัฐบาลอังกฤษ และ กระทรวงสาธารณสุขที่ออกมายืนยันให้พรีเมียร์ลีก กลับมาแข่งขันได้ในช่วงนี้ หลังจากที่ สหราชอาณาจักรมีผู้ป่วยจากการติดไวรัสทะลุ 8 หมื่นรายไปแล้ว และยังมีผู้เสียชีวิตแล้วเกิน 10,000 คนด้วย แถมตลอด สัปดาห์ที่ผ่านมา มียอดผู้ป่วยที่ติดเชื่อเพิ่มเกิน 5 พันคนต่อวัน ถึง 5 จาก 7 วันด้วย แต่เชื่อว่า พรีเมียร์ลีก มีทางเลือกไม่มากนักในการพยายามเดินหน้าเพื่อวิ่งเต้นให้ฟุตบอลกลับมาเร็วที่สุด

อย่าลืมว่า การกลับมาเตะอีกครั้งของฟุตบอล แม้จะชดเชยความเสียหายมหาศาลที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไม่ได้ แต่มันก็จะ “หยุดเลือด” ที่เกิดขึ้นจากการขาดทุนของของบรรดาสโมสรต่าง ๆ ลงได้ไม่มากก็น้อย การที่ฟุตบอลกลับมาเตะกันอีกครั้ง จะทำให้สโมสรกลับมามีรายได้จากการถ่ายทอดสด และ ฆ่าโฆษณารวมถึงสปอนเซอร์ต่าง ๆ และจะช่วยหยุดการ “พักงาน” ที่กำลังเป็นปัญหาในตอนนี้ได้

ความน่าสนใจอยู่ตรงนี้…

สโมสรเองก็ไม่อยากถูกประณามจากการสั่งพักงานลูกจ้างที่ไม่ใช่นักฟุตบอล และรวมไปถึงพวกเขาก็คงไม่อยากตัดเงินนักเตะในทีม ขณะเดียวกันนักเตะเองก็ไม่อยากถูกตัดเงิน และมองไปที่ฝั่งรัฐบาล พวกเขาเองก็คงไม่อยากให้มาตรการชดเชยรายได้คนละ 80% ต่อเดือน ไม่เกินคนละ 2,500 ปอนด์ถูกใช้ไปกับบรรดาพนักงานของสโมสรฟุตบอล ดังนั้นหากได้ข้อตกลงที่ยอมรับได้ การยินยอมจากรัฐบาลให้มีการลงสนามอีกครั้งของพรีเมียร์ลีก อาจจะเกิดขึ้นจริงก็ได้ เพราะมันหมายถึงการประหยัดงบประมาณไปหลายล้านปอนด์

ถึงตรงนี้ แม้ว่าจะยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการกลับมาเตะกันอีกครั้ง หรือได้รับการยืนยัน แต่การที่จะเดินหน้ารายการทีวีของพรีเมียร์ลีกนั้น ยืนยันกับเราได้อีกเรื่องว่า ลีกสูงสุดของผู้ดีลีกนี้ อาจจะกลับมาลงสนามในอีก 9 นัดที่เหลือแบบ…ใจจะขาดแล้ว