เริ่มปีใหม่กับทัวร์นาเมนท์ใหญ่ “เอเชี่ยนคัพ 2019”

5 January 2019
97 VIEWS

ก่อนอื่นต้องขอกล่าวคำว่า สวัสดีใหม่ แฟน Sportdesk. ทุกคนก่อนเป็นลำดับแรกนะครับ แม้จะเป็นการเอื้อนเอ่ยที่ดูเหมือนจะช้าเกินไปเสียหน่อย เพราะนี่ก็ล่วงเข้าวันที่ 5 ของปี 2019 เข้าให้แล้ว ทว่ามันเป็นครั้งแรกของปีที่ผมจะได้มาพบกับแฟนSportdesk. ทุกท่านผ่านคอลัมน์ฟุบอลเอเชียนี้  

ครับ ขอกลับมาที่ฟุตบอลเอเชีย ที่แม้จะเริ่มปีใหม่มาได้ไม่กี่เวลา แต่นาฬิกาแจ้งเตือนก็ได้ส่งสัญญาณว่าศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอชียอย่าง “เอเชี่ยนคัพ” กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง หลังจากหายหน้าไปเป็นเวลา 4 ปี

วันนี้ (5 มกราคม) ทัวร์นาเมนท์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติที่อุบัติขึ้นครั้งแรกในปี 1956 และมีอายุอานามเก่าแก่เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากศึกโคปา อเมริกาเท่านั้น จะเริ่มฟาดแข้งกันแล้ว โดยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือที่เรียกกันติดปากว่า ยูเออี รับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพ เอเชี่ยนคัพ 2019นี้ และจะลงสนามแข่งขันในเกมเปิดสนามที่จะพบกับบาห์เรนในช่วงกลาดึกตามเวลาของประเทศไทย

แน่นอว่าสำหรับแฟนฟุตบอลชาวไทยรวมถึงตัวผมเองด้วยนั้น สิ่งที่น่าสนใจมากที่สุดในเอเชี่ยนคัพ 2019 ก็คือการติดตามผลงานและเอาใจช่วยทีม “ช้างศึก” หรือทีมไทยที่จะต้องอยู่ร่วมสายกับ ยูเออี เจ้าภาพ , บาห์เรน และอินเดีย ซึ่งขุนพลจากลุ่มน้ำเจ้าพระยาจะลงประเดิมสนามกับอินเดียในวันพรุ่งนี้

อย่างไรก็ดี เอเชี่ยนคัพ 2019ก็ไม่ได้มีประเด็นที่น่าติดตามแค่นั้น แต่มันยังเต็มไปด้วยความน่าสนใจอีกมากมายหลายเรื่องที่ควรจะต้องรู้ก่อนที่ทัวร์นาเมนท์ฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทวีปเอเชียจะเริ่มขึ้น…

เอเชี่ยนคัพ 2019 จะเป็นฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียที่ใหญ่ที่สุด เนื่องจากเป็น “ครั้งแรก” ที่มีทีมเข้าร่วมการแข่งขัน24 ทีม จะมีเกมการแข่งขันทั้งหมด 51 แมทช์ตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มจนถึงรอบชิงชนะเลิศ กินระยะเวลารวมวัน 28 วัน ( 5 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ )

เอเชี่ยนคัพ 2019 จะมีการมอบถ้วยแชมป์ที่ถูกออกแบบใหม่เป็นครั้งแรก โดยถ้วยใบดังกล่าวออกแบบโดยThomas Lyte บริษัทชั้นนำด้านการออกแบบถ้วยรางวัลจากประเทศอังกฤษ  ซึ่งเคยมีผลงานในการออกแบบถ้วยฟุตบอลเอฟเอคัพ โดยถ้วยแชมป์เอเชี่ยนคัพมีความสูง 72 เซนติเมตร กว้าง 42เซนติเมตร หนัก 15 กิโลกรัม ลักษณะเป็นกลีบดอกบัวย่อย 5 กลีบ สื่อความหมายถึงสหพันธ์ฟุตบอลย่อยทั้ง 5 ภายใต้สหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชียหรือ เอเอฟซี

เอเชี่ยนคัพ 2019 จะมี 3ประเทศหน้าใหม่ที่ได้ลงเล่นในศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียเป็นครั้งแรก คือ คีร์กิสถาน , เยเมน และฟิลิปปินส์ 

เอเชี่ยนคัพ 2019 มีเพียง 4ชาติเท่านั้นที่ใช้บริการผู้จัดการทีมที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขประเทศตัวเอง คือ ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย, เกาหลีเหนือ และเติร์กเมนิสถาน นอกนั้นใช้บริการกุนซือต่างชาติทั้งหมด ซึ่งอุดมไปด้วยผู้จดการทีมชั้นนำมากมายที่จะมาใช้สมองประลองปัญญาทางลูกหนังกัน อาทิ มาร์เซโล ลิปปี้ ของจีน, คาร์ลอส เครอซ ของอิหร่าน ,เอคตอร์ คูเปร์ ของอุซเบกิสถาน, สเวน โกรัน อีริคสันส์ ของฟิลิปปินส์ ฯลฯ

ญี่ปุ่น มาสู้ศึก เอเชี่ยนคัพ 2019ในฐานะ “ราชาของศึกเอเชียนคัพ” เนื่องจากได้แชมป์มากที่สุด4 สมัย แต่เราจะได้เห็นภาพองทีมซามูไรบลูส์ที่เปลี่ยนไปเป็นญี่ปุ่นสายเลือดใหม่ ซึ่งจะไม่มีผู้เล่นที่คุ้นตาในทัวร์นาเมนท์นี้อย่าง เคสุเกะ ฮอนดะ, ชินจิ คากาวะ, มาโกโตะ ฮาเซเบะ หรือ ยาสึฮิโตะ เอ็นโดะ 

ออสเตรเลีย มาสู้ศึก เอเชี่ยนคัพ 2019 ในฐานะแชมป์เก่า และเต็มไปด้วยความท้าทายในการป้องกันแชมป์ของตัวเอง ซึ่งถ้าทำได้จะกลายเป็นชาติที่5ต่อจาก เกาหลีใต้, อิหร่าน, ซาอุดิอาระเบีย และญี่ปุ่น

เกาหลีใต้ และ อิหร่าน คือ 2ยักษ์ใหญ่ที่มาสู้ศึก เอเชี่ยนคัพ 2019 ด้วยความหวังที่จะกลับมาคว้าแชมป์ให้ได้อีกครั้ง ซึ่งแชมป์ครั้งสุดท้ายของเกาหลีใต้คือปี 1960 ส่วนอิหร่านคือปี1976

อิกนาตี้ เนสเตรอฟ ผู้รักษาปะตูทีมอุซเบกิสถาน วัย 35 ปี เตรียมจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในศึกเอเชี่ยนคัพ2019 เนื่องจากเจ้าตัวจะเป็นผู้เล่นคนแรกที่เข้าร่วมศึกฟุตบอลรายการนี้มากที่สุด5 ครั้ง 

นั่นคือสิ่งน่าสนใจ และน่าติดตามในศึกฟุตบอลเอเชี่ยนคัพ 2019 และเชื่อเหลือเกินว่าจะมีประเด็นที่น่าสนใจเกิดขึ้นอีกมากมายตลอดช่วงเวลากว่าขวบเดือนต่อจากนี้ ซึ่งผมจะเก็บมานำเสนอต่อไปในคอลัมน์ฟุตบอลเอเชียที่ Spordesk. ครับ