การตัดสินใจครั้งใหม่ที่อาจก่อความง่อนแง่นในการกลับมาของพรีเมียร์ลีก

10 May 2020
30 VIEWS

พรีเมียร์ลีก เดินหน้าไปถึงขั้นตอนล่าสุดในการกลับมาเตะกันอีกครั้งภายใต้โปรเจค รีสตาร์ต ซึ่งจากแถลงการณ์ของลีกเอง พวกเขารอเพียงแค่ให้รัฐบาลของสหราชอาณาจักรไฟเขียวในเรื่องนี้เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยังมีความขัดแย้งอีกพอสมควรเลยที่เกิดขึ้นระหว่างสโมสรสมาชิกของพรีเมียร์ลีกทั้ง 20 ทีม เนื่องด้วยพวกเขายังมีอะไรหลายอย่างตกลงกันไม่ได้ และดูเหมือนความขัดแย้งครั้งใหม่กำลังจะเดินทางมาถึงด้วย

รายงานล่าสุดระบุว่า พรีเมียร์ลีก เตรียมที่จะพิจารณาให้ 3 ทีมในโซนตกชั้น ‘ตอนนี้’ ตกชั้นไปเล่นในฟุตบอล เดอะ แชมเปียนชิพ ในฤดูกาลหน้าทันที หากฤดูกาลนี้แข่งขันกันต่อไม่ได้ตามกำหนดการเดิม นั้นหมายความว่าแอสตัน วิลลา, นอริช ซิตี และ บอร์นมัธ จะเป็นทีมที่ตกชั้นไปเล่นในฤดูกาลหน้าทันที ถ้ามีการตัดจบฤดูกาลเกิดขึ้นจริง โดยนี่เป็นมาตรการที่ทางลีกยืนยันว่า จะเอามาใช้แค่ในช่วงที่ลีกไม่สามารถแข่งขันต่อไม่ได้จริง ๆ เท่านั้น

การเสนอแนวคิดเช่นนี้ ออกมาหลังจากที่มีกระแสว่าพรีเมียร์ลีก อาจจะต้องเจอกับภาวะ ‘ล่าช้า’ ในการจบฤดูกาล ถ้ายังไม่สามารถตกลงรายละเอียดในหลาย ๆ เรื่องของ ‘โปรเจค รีสตาร์ต’ ให้ลงตัวได้ เพราะยังมีอีกหลายประเด็นที่ยังไม่ลงรอยกันระหว่างสโมสรสมาชิก และการโหวตผ่านในหลาย ๆ ประเด็น ก็ต้องใช้เสียงถึง 14 จาก 20 เสียงขึ้นไปด้วย ซึ่งมีแนวโน้มอย่างยิ่งที่จะมีเรื่องให้พวกเขาโหวตกันไม่ผ่าน โดยเฉพาะเรื่องการใช้สนามกลางที่น่าจะมีอย่างน้อย 7 ทีมในตอนนี้ ไม่เห็นด้วย แต่พรีเมียร์ลีก กลับอยากให้เรื่องนี้ผ่านการโหวตให้เร็วที่สุด

การที่มีข่าวจะให้ 3 ทีมในโซนตกชั้นในตอนนี้ ตกชั้นขึ้นมาหากไม่สามารถแข่งขันต่อได้จริง ๆ จึงเหมือนการเล่นเกมการเมืองกับกลุ่มทีมโซนล่าง ซึ่งเป็นแกนนำในการไม่ต้องการใช้สนามกลางในการเล่นเกมอีกราว 9-10 นัดที่เหลือของฤดูกาลนี้ เพราะพวกเขามองว่าตัวเองจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบหากมีการณ์ใช้กฎนี้จริง ซึ่งการยื่นคำขาดว่าจะให้ทั้ง 3 ทีมตกชั้น จะเป็นการบีบ 3 จาก 7 เสียงของกลุ่มไม่เห็นด้วยให้โหวตผ่านเรื่องการใช้สนามกลางได้ตามมุมมองของพรีเมียร์ลีก เนื่องจากหนทางนี้ยังเปิดโอกาสให้ทั้ง 3 ทีม ‘ต่อสู้’ เพื่อความอยู่รอดได้ หากไม่เช่นนั้นแล้ว ถ้าพวกเขายังดึงดันอยู่ในข้างที่ไม่เห็นด้วยกับการใช้สนามกลางต่อไป พวกเขาจะต้องตกชั้นโดยไม่ได้ต่อสู้เลย

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้อาจจะไม่ได้ง่ายดายอย่างที่พรีเมียร์ลีกคาดคิดก็ได้ เนื่องจากหลาย ๆ ชาติที่ใช้มาตรการ ‘ตัดจบ’ ฟุตบอลลีกภายในประเทศทั้ง เบลเยียม, เนเธอร์แลนด์ และรวมไปถึงฝรั่งเศส ก็ต่างมีข่าวเชื่อมโยงเกี่ยวกับการฟ้องร้องต่อ ศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลก หรือ ซีเอเอส ทั้งสิ้น และเรื่องราวเกี่ยวกับการฟ้องร้องที่ว่า ก็ล้วนแต่เป็นเรื่องในแง่ของการ ‘ตัดจบฤดูกาลอย่างไม่เป็นธรรม’ ทั้งนั้น ซึ่งนั่นอาจจะเกิดขึ้นกับพรีเมียร์ลีกก็ได้ ถ้าเลือกเดินบนเส้นทางนี้ต่อไป

โดย บอร์นมัธ น่าจะเป็นทีมที่ไม่พอใจที่สุด หากมีการตัดจบฤดูกาลอย่างที่ว่ามาจริงเนื่องจากพวกเขามีคะแนนเท่ากับทั้ง วัตฟอร์ด และ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ขณะเดียวกัน แอสตัน วิลลา ก็คงจะไม่พอใจไม่น้อยกว่ากันสักเท่าไหร่ เนื่องจากพวกเขาแข่งน้อยกว่าทั้ง บอร์นมัธ, วิลลา และ เวสต์แฮม อยู่ 1 นัดด้วยกัน ซึ่งทั้ง 2 สโมสรที่ว่า น่าจะจับมือเป็นแกนนำในการฟ้องร้องต่อ ซีเอเอส แน่นอน ถ้ามีการตัดจบฤดูกาลอย่างที่ว่ามาจริง ๆ

มีการวิเคราะห์กันว่า พรีเมียร์ลีก อาจจะไม่ได้ต้องการใช้มาตรการนี้จริง ๆ แต่ที่ออกข่าวมาเช่นนี้ เพราะต้องการขู่ และ ต้องการให้ทั้ง 3 สโมสรโหวตผ่านมติการยอมให้มีการใช้สนามอย่างที่ได้กล่าวไป แต่นอกเหนือจากนั้นแล้วพวกเขาอาจจะลืมคิดว่าทั้ง 3 มติต่าง ๆ จำเป็นจะต้องผ่านการโหวตอย่างน้อย 14 จาก 20 สโมสรสมาชิก นั้นอาจจะกล่าวได้ว่า ถ้าพรีเมียร์ลีก ต้องการใช้มาตรการให้ 3 ทีมที่อยู่ท้ายตารางตกชั้นลงไปจริงก็จะต้องมาผ่านการโหวตจากสโมสรสมาชิกก่อ

แต่ที่น่าสนใจ คือถ้ามีการโหวตกันจริง ๆ ให้สโมสรในโซนท้ายตารางทั้ง 3 ทีมตกชั้นหากฤดูกาลไม่สามารถกลับมาแข่งขันกันต่อไปได้ ก็น่าสนใจว่า สโมสรอื่น ๆ อีก 17 สโมสร จะใจร้ายยกมือให้พวกเขาตกชั้นไปเพียงเพราะนั้นไม่ใช่ทีมของตัวเองจริง ๆ หรือไม่?

อย่างไรก็ตาม กว่าจะถึงขั้นตอนนั้นมันยังต้องผ่านการพูดคุยและโหวตกันอีกมากมาย และในวันจันทร์นี้ก็มีการประชุมครั้งสำคัญของสโมสรสมาชิกรออยู่ด้วย ซึ่งก็มีอีกหลายเรื่องที่ต้องโหวตกัน ซึ่งหากมองในแง่ดี พรีเมียร์ลีกอาจจะกลับไปเตะกันอีกครั้งอย่างไร้ปัญหาก็ได้ และเรื่องราวที่ว่ามาก็อาจจะกลายเป็นเพียงแผนการที่ไม่ได้ใช้ และไม่มีปัญหาอะไรตามมา

แต่ในทางกลับกัน ถ้าแผนนี้ถูกใช้จริง ๆ แม้จะตัดจบฤดูกาลโดยมีทั้งแชมป์ และ ทีมตกชั้นได้ตามที่ควรจะเป็น แต่พรีเมียร์ลีก อาจจะต้องแก้ไขปัญหาที่ตามมาอีกยาวเป็นหางว่าวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แน่นอน เพราะไม่ใช่แค่สโมสร และนักเตะจะไม่พอใจเท่านั้น แฟนบอลในเมืองต่าง ๆ ที่เสียประโยชน์ อาจจะถึงขั้นลุกฮือขึ้นมาประท้วงได้เลยทีเดียวด้วย!