การเริ่มต้นสิ่งใหม่และความหมายเหนือชัยชนะของ “สปริงบ็อก” ในเกมชิงชนะเลิศ รักบี้ ชิงแชมป์โลก

แรสซี อีราสมุส
2 November 2019
185 VIEWS

อีกไม่กี่ชั่วโมง ทีมชาติแอฟริกาใต้ จะลงสนามพบ ทีมชาติอังกฤษ ในเกมชิงชนะเลิศ ศึก รักบี้ชิงแชมป์โลกที่ประเทศญี่ปุ่น นี่เป็นโอกาสที่คว้า เว็บบ์ เอลลิส โทรฟี่ สมัยที่ 3 ของทัพ “สปริงบ็อก” และ เป็นโออาสอีกครั้งในการลุ้นแชมป์ สมัยที่ 2 ของทีม “เรดโรส” ซึ่งถือเป็นการรีแมตช์คู่ชิงฯ ปี 2007 อีกครั้งหลังจากเวลาผ่านมา 1 รอบเต็มด้วย

ถึงแม้สปอร์ตไลต์ส่วนใหญ่ จะส่องแสงไปทางอังกฤษ ที่มีเรื่องราวราวระหว่างทาง และ คาแร็คเตอร์ ที่จัดจ้านกว่าแอฟริกาใต้อย่างชัดเจน (แน่นอนว่ารวมถึงฝีปากของ เอ็ดดี โจนส์ และรอยยิ้มของ โอเวน ฟาร์เรล เมื่อมองนิวซีแลนด์ขณะกำลังทำ ฮาก้า ด้วย!) แต่ทาง “สปริงบ็อก” เอง ก็สู้เพื่อความหมายบางอย่างของพวกเขาเช่นกัน

ย้อนกลับไปในปี 1995 แอฟริกาใต้ ได้สร้างตำนานการรวมชาติและยุติความขัดแย้งทางสีผิวด้วยรักบี้เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ “อินวิคตัส” และทำให้กีฬารักบี้กลายเป็นสิ่งที่มากกว่ากีฬาสำหรับประเทศแห่งนี้ตั้งแต่ในตอนที่ ฟรองซัวร์ พีนาร์ กัปตันทีมรักบี้ แอฟริกาใต้ ชูถ้วยแชมป์ที่สนาม เอลิส ปาร์ค 

12 ปีต่อมา “สปริงบ็อก” ก็คว้าแชมป์สมัยที่ 2 ได้สำเร็จ จากทีมที่มีผู้เล่นดาวดัง เพอร์ซี มอนต์โกเมรี, ไบรอัน ฮาบานา และกัปตัน จอห์น สมิต ในแมตช์กับอังกฤษ ที่กรุงปารีส เป็นเหตุการณ์ที่ ซียา โคลิซี หนุ่มน้อยวัย 16 ปี ในตอนนั้น นั่งดูเหตุการณ์อยู่จากโรงเตี้ยมแห่งหนึ่ง เนื่องจากที่บ้านของเขาจนมากและไม่มีเงินพอจะซื้อทีวีไว้ในบ้าน

12 ปีผ่านไป หนุ่มน้อย โคลิซี ได้เติบโตกลายมาเป็นกำลังสำคัญของทีมรักบี้ทีมชาติแอฟริกาใต้ ในฐานะกัปตันทีมผิวสีคนแรกในประวัติศาสตร์ 126 ปี ของทัพ “สปริงบ็อก” แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ แรสซี อีราสมุส หัวหน้าโค้ชของทีมแปลกใจเลยแม้แต่น้อย

กับคนที่มีปูมหลัง จะเป็นคนที่แกร่งมาก ๆ เมื่อได้รับเลือก” อีราสมัส เริ่มเล่าถึง โคลิซี “เพราะคุณจะจำได้เสมอว่า ‘ผมเคยหิวมาก่อน, ผมไม่มีอาหารกินมาก่อน, ผมต้องเคยเดินไปที่นั่นมาก่อน, พ่อแม่ของผมไม่สามารถให้อะไรผมได้เลย, ผมไม่เคยมีรองเท้ามาก่อน, ผมต้องนั่งรถเมล์ และไม่เคยได้นั่งแท็กซีมาก่อน’ คนแบบนี้ไม่มีทางเลยที่จะเหลิงไปได้

เขาไม่ใช่คนพูดมากมายอะไร เขาเป็นผู้เล่นที่วิเศษ ซึ่งสำคัญที่สุดเลย ผู้เล่นคนอื่น มองไปที่เขาเพราะว่า เขาเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม เขาฟิตเสมอ เขาพร้อมเสมอ เขาถ่อมตัวเสมอ และ ผมคิดว่า นี่เป็นสิ่งที่เพื่อนร่วมทีมคนอื่น ๆ หวังจากตัวกัปตันทีมของเขา

นอกจากกัปตันทีมผิวสีคนแรกในประวัติศาสตร์แล้ว ตัว อีราสมุสเอง ก็เป็นที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เขาขยับจากผู้อำนวยการรักบี้ มาเป็นหัวหน้าโค้ชคนใหม่ของ “สปริงบ็อก” ในช่วงที่ทีมตกต่ำที่สุดตลอดกาล หลังหล่นมาเป็นทีมอันดับที่ 7 ของโลก แต่ผลงานก็เป็นตัวพิสูจน์ที่ดี เพราะมีไม่กี่คนหรอก ที่จะคิดว่า 1 ปี หลังจากที่เขาเข้ามารับตำแหน่ง เขาจะพาทีมชาติแอฟริกาใต้ ห่างจากแชมป์สมัยที่ 3 แค่เพียง 80 นาทีเท่านั้น

บางทีนี่อาจไม่ใช่โชค แต่ มันอาจจะเป็นโชคชะตา” โค้ชวัย 47 ปี กล่าวผ่าน ซีเอ็นเอ็น “เราเล่นได้ดี และเราชนะ ถึงแม้ว่าเราจะไม่ชนะ (ในแมตช์ชิงชนะเลิศ) แต่เราก็ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของทีม และ กัปตันผิวสีของเราแล้ว

อาจจะห่างจากเหตุการณ์ในปี 1995 ราว 2 รอบ แต่ อีราสมุส ยังเชื่อว่ามีบางอย่างที่เหมือนกันอยู่ ซึ่งเขาเชื่อว่า ชัยชนะจะเป็นเหมือนตัวช่วยเร่งปฏิกริยาในการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนบางอย่างในประเทศของเขาได้เหมือนกัน

(ชัยชนะ) มันมีความหมายอย่างมาก แต่มันอาจจะไม่ได้มีความหมายอะไรในสัปดาห์เดียว แต่มันจะมีความหมายบางอย่าง และ เราจะต้องใช้ประโยชน์จากมัน แก้ปัญหาบางอย่างให้แอฟริกาใต้จากมันให้ได้

ถึงแม้จะยังไม่รู้ว่า มันจะมีความหมายพิเศษที่ อีราสมุส อธิบายคืออะไร แต่อย่างน้อย เขาก็ได้สร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นจากการตั้งกัปตันทีมผิวสีมาอยู่ในทีม “สปริงบ็อก” เป็นครั้งแรกเรียบร้อย และนั่นอาจจะเป็นความแตกต่างบางอย่างที่เขาสร้างขึ้น ซึ่งมันอาจจะส่งผลในวงกว้างต่อ แอฟริกาใต้ ในอนาคตต่อไป

แต่ในปัจจุบัน สิ่งที่เขา และ ทีมของเขาต้องทำ คือการคว้าชัยชนะเหนืออังกฤษให้ได้ เพื่อสร้างความหมายให้สิ่งที่พวกเขาพยายามมาตลอด 1 ปี ผลิดอกออกผล แม้หลาย ๆ คน จะมองว่าพวกเขาเป็นรองก็ตาม

แต่ไม่ว่าสุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะชนะได้หรือไม่ อีราสมัส ก็เชื่อว่า สิ่งที่เขาพยายามทำมามันจะไม่ไร้ความหมาย อย่างน้อยก็ในสายตาของแฟน ๆ “สปริงบ็อก” แน่นอน

เกร็ดน่าสนใจ

  • เหตุการณ์ อินวิคตัส ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ในปี 2009 นำแสดงโดย มอร์แกน ฟรีแมน และ แมตต์ เดมอน
  • แอฟริกาใต้ ถูกมองว่าเป็นรองอังกฤษ ในเกมนัดชิงชนะเลิศนัดนี้ แต่พวกเขามีสถิติชนะ 100% เต็มในรอบชิงรักบี้ชิงแชมป์โลก
  • ความบังเอิญที่เหมือนกันอีกอย่างคือ ทั้ง 2 ครั้งที่ แอฟริกาใต้คว้าแชมป์โลก พวกเขาได้คะแนนเพียง 15 คะแนนเท่ากัน
  • แถมทั้ง 2 ครั้งที่ว่า แอฟริกาใต้ เป็นรองคู่แข่งก่อนแข่งทั้งคู่ด้วย