การกลับมาสู่เกมที่อาจเป็นปัญหาของ พรีเมียร์ลีก

20 May 2020
13 VIEWS

ดูเหมือนจะยากเย็นกว่าชาวบ้านเขาเสมอสำหรับพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ ที่วางแผนเดินหน้า “โปรเจค รีสตาร์ต” เพื่อที่จะทำให้ฟุตบอลลีกสูงสุดในประเทศกลับมาเดินหน้าเตะกันได้อีกครั้ง หลังจากเพิ่งได้รับไฟเขียวจากรัฐบาลสหราชอาณาจักรไปหมาด ๆ แต่ล่าสุดปัญหาก็ดูเหมือนจะไม่หมดไม่สิ้น และมีปัญหาใหม่ ๆ ผุดมาในเรื่องการเตรียมความพร้อมสำหรับให้ฟุตบอลกลับมาเตะ ที่ดูเหมือนจะไม่ได้รับความร่วมมือสักเท่าไหร่จากนักฟุตบอลที่ยังกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ตั้งแต่โควิด-19 ระบาดตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมา เรามักจะเห็นบุคคลอยู่ 2 ประเภทเสมอ คือคนที่ไม่ได้วิตกเกี่ยวกับการที่ตัวเองจะติดเชื้อ กับอีกพวกที่ดูวิตกกังวลไปเสียทุกอย่าง และแน่นอนว่า ฟุตบอลก็เป็นแบบนั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นกับโปรเจ รีสตาร์ต ก็หนีไม่พ้นปัญหาเหล่านี้เช่นกัน เมื่อมีผู้เล่นบางส่วนไม่โอเคกับการที่จะยอมให้สโมสรกักตัวพวกเขาเป็นเวลา 14 วันก่อนที่จะกลับมาลงสนามอีกครั้ง 

ก่อนหน้านี้ มีข้อเสนอให้พรีเมียร์ลีก กักตัวนักเตะ และ ทีมงานที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันจากครอบครัว และ บุคคลภายนอกเป็นเวลา 1 สัปดาห์ เพื่อมีความมั่นใจว่า พวกเขาจะไม่ได้รับเชื้อ หรือ ติดเชื้อจากใครแล้วนำมาแพร่ใส่คนในทีมหรือนักเตะคู่แข่ง ก่อนการกลับมาลงสนามอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอดังกล่าวถูกคัดค้านและตีตกไปโดย ด็อกเตอร์ มาร์ค กิลเล็ตต์ ที่ปรึกษาทางการแพทย์ของพรีเมียร์ลีก ที่มีข้อเสนอที่ “ฮาร์ดคอร์” กว่านั้นออกมา

กิลเล็ตต์ เชื่อว่า สโมสรต่าง ๆ ควรใช้เวลากักตัวนักเตะและทีมงานที่เกี่ยวข้อนาน 14 วัน ไม่ใช่เพียงแค่ 7 วัน เพราะระยะเวลาดังกล่าวเป็นระยะฟักของไวรัสที่นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ตามการวิจัย (ระยะฟักตัวอยู่ที่ราว 2-14 วัน) ดังนั้นตัวเลขที่สร้างความปลอดภัยได้มากที่สุดคือ 2 สัปดาห์ไม่ใช่แค่ 7 วัน ทว่า สโมสรในพรีเมียร์ลีก ก็คิดว่าเรื่องนี้ออกจะเป็นไปได้ยากเกินไปสักหน่อยที่จะได้รับความร่วมมือจากบรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

“คุณจำเป็นต้องอยู่ในโรงแรม หรือ สภาวะแวดล้อมแบบไม่มีการติดต่อกับคนอื่นราว 14 วัน นั่นถึงจะส่งผลอย่างแท้จริง” ด็อกเตอร์ กิลเล็ตต์ กล่าว

“สำหรับตอนนี้ นั่นเป็นสิ่งที่เราจะต้องคิดถึง และเราจำเป็นต้องนำไปปรึกษาหารือกับบรรดานักเตะ, สโมสร, ผู้จัดการทีม รวมไปถึง พีเอฟเอ และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อก้าวไปสู่ขั้นตอนต่อไป

“แน่นอนว่ามันยังมีบางสิ่งบางอย่างที่เราต้องปรึกษาหารือกันอีก แต่เมื่อขั้นตอนทั้งหมดเข้ามาสู่ระยะที่ 3 (ของ โปรเจค รีสตาร์ต) เราก็ต้องทำการตัดสินใจบางอย่างเพื่อให้แน่ใจว่า ทุกคนจะมีความสุขในการกลับมาเล่นฟุตบอลกันอีกครั้ง”

ไม่ต้องแปลกใจเลยว่า ข้อเสนอแนะของ ด็อกเตอร์ กิลเล็ตต์ จะได้รับการคัดค้านและต่อต้าน เพราะหลายคนมองว่ามันเป็นระยะเวลาที่ยาวนานเกินไป และไม่มีใครต้องการจะเสียสละเวลามากมายขนาดนั้นเพียงเพื่อจะให้มั่นใจว่าจะได้กลับไปเล่นฟุตบอลอีกครั้ง เพราะพวกเขาเห็นตัวอย่างในบุนเดสลีกาแล้วว่า พวกเขาสามารถกลับไปเล่นฟุตบอลลีกได้โดยไม่ต้องเสียสละอะไรมากมายเลย

“นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับการกักตัวนาน 2 สัปดาห์ และนั่นไม่ใช่อะไรที่เราจะทำกับบรรดานักเตะ รวมไปถึงทีมงานของเราแน่นอน” แหล่งข่าวที่ไม่ขอเปิดเผยชื่อจากสโมสรแห่งหนึ่งกล่าว

นอกจากเรื่องราวที่ยังน่าเป็นห่วงเรื่องระยะเวลาการกักตัวที่ว่าแล้ว อีกเรื่องที่น่าคิด ยังเป็นเรื่องของนักเตะบางส่วนที่ไม่มีความต้องการจะกลับมาลงสนามในช่วงเวลาที่เหลือของฤดูกาล ถ้ายังไม่มีการการันตีความปลอดภัยใด ๆ ซึ่งเปรียบเทียบได้เหมือนกับคนที่วิตกกังวลจนไม่เป็นอันทำอะไรในช่วงที่โควิด-19 ระบาดใหม่ ๆ นั่นเอง โดยหนึ่งในนั้นคือ ทรอย ดีนีย์ กองหน้าของ วัตฟอร์ด ที่ยังยืนยันว่าจะไม่กลับมาซ้อมเด็ดขาด

“เราจะกลับมาซ้อมกันในสัปดาห์นี้ ผมบอกเลยว่า ผมจะไม่เข้าไป” ดีนีย์ กล่าว “ถ้ามีใครสักคนในกลุ่มของเราติดเชื้อ ผมก็ไม่อยากนำมันไปสู่ที่บ้าน ลูกชายของผมเพิ่ง 5 เดือนเท่านั้น เขาหายใจได้ลำบาก ดังนั้นผมไม่ต้องการกลับบ้านเพื่อเพิ่มอันตรายให้กับเขา”

นอกจากนี้ ดีนีย์ ยังพูดถึงประเด็นที่น่าสนใจ แม้ยังไม่มีการรับรองทางวิทยาศาสตร์มารองรับก็ตาม ซึ่งมันเป็นประเด็นเกี่ยวกับ คนผิวสี, คนเอเชีย คนกลุ่มน้อยในพรีเมียร์ลีก โดยเขากล่าวเรื่องนี้กับ เอ็ดดี เฮิร์น และ โทนี เบลโล ในรายการทาง ยูทูป

“ปัญหาของผมอยู่ในการประชุม ผมถามคำถามง่ายๆ ไปหลายข้อ” กองหน้าวัตฟอร์ดเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น “สำหรับนักฟุตบอลผิวสี, เอเชีย และคนกลุ่มน้อย พวกเขามีโอกาสที่จะป่วยมากถึง 4 เท่า และมีโอกาสที่จะล้มป่วยยาวนาน 2 เท่า แบบนี้แล้วจะมีการตรวจอะไรที่เป็นพิเศษ ตรวจเพิ่มเติม ตรวจหัวใจเพื่อจะดูว่าคนเหล่านี้มีปัญหาเหล่านี้หรือไม่ คำตอบคือไม่ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้ควรจะได้รับการจัดการ

“ผมไม่สามารถเข้าร้านตัดผมได้จนกระทั่งกลางเดือนกรกฎาคม แต่ผมสามารถลงสนามไปเบียดกับคนอีก 19 คนในกรอบเขตโทษเพื่อไปแย่งกันโหม่งลูก และก็ไม่มีใครที่ตอบคำถามนั้น ไม่ใช่เพราะว่าพวกเขาไม่ต้องการจะตอบ แต่มันแค่เพราะว่าเพราะเขาไม่มีข้อมูลพอที่จะตอบ ดังนั้น ผมเลยบอกว่า ถ้าคุณไม่มีข้อมูล ทำไมผมต้องเอาตัวเองไปเสี่ยงล่ะ?

ความน่าสนใจของคำถามนี้ คือการที่พรีเมียร์ลีก ยังไม่มีคำตอบให้กับกลุ่มนักเตะชนกลุ่มน้อย หรือที่เรียกว่า “BAME” แต่อย่างไรก็ตาม ลีกเยอรมนีที่เปิดไปก่อนหน้านี้แล้ว ก็มีนักเตะ “BAME” เช่นกัน และพวกเขาก็ยังไม่มีคำตอบ 

ถึงตรงนี้ พรีเมียร์ลีก ที่เน้นย้ำมาเสมอว่า พวกเขาให้ความสำคัญกับ “ความปลอดภัย” มาก่อนเป็นอันดับแรก ต้องพิสูจน์เรื่องนี้ให้ได้ แต่อย่างไรก็ตาม พวกเขาอาจจะไม่ยอมให้ประเด็นนี้มาหยุดโปรเจค รีสตาร์ต เช่นกัน

ถึงตรงนี้ก็อดคิดถึงคำพูดของ โชเซ มูรินโญ ขึ้นไม่ได้ คำพูดที่เขาพูดว่า “ถ้าไม่อยากเล่นก็อยู่บ้านดูบุนเดสลีกาไป”

หรือพรีเมียร์ลีก อาจจะต้องยอมรับว่า พวกเขาอาจจะไม่สามารถรองรับความปลอดภัย หรือ ความพอใจของคนทุกกลุ่มได้จริง?…