แผนการใหม่ในฟุตบอลสโมสรยุโรป

19 April 2020
85 VIEWS

ระหว่างที่ฟุตบอลลีกเริ่มคืบหน้าว่าจะกลับมาเล่นต่อกันได้บ้างแล้ว เพราะทางฝั่งเยอรมนี พวกเขาเริ่มให้นักเตะกลับมาซ้อมกันอีกครั้ง ตัดภาพไปทางอิตาลี แผนการของพวกเขาก็เริ่มชัดเจน หลังเตรียมตรวจโควิด-19 ให้นักเตะและสตาฟฟ์โค้ชทุกคนก่อนที่จะเปิดฉากให้สโมสรต่าง ๆ กลับมาซ้อมอีกครั้ง ส่วนทางอังกฤษ ก็มีแนวโน้มว่าจะ ‘เอาแน่’ หลังการประชุมครั้งล่าสุดเมื่อวันศุกร์ ที่มาพร้อมกับแผนพิชิตลีกภายใน 40 วัน

จากแนวโน้มที่เกิดขึ้น ทำให้ สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า เตรียมเดินหน้าเพื่อปิดฉากฤดูกาล 2019/20 ในฟุตบอลสโมสรยุโรปลงเช่นกัน หลังจากที่การแข่งขันในศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ยังคาราคาซังอยู่ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งบ้างก็แข่งขันจบ และรู้ผลทีมเข้ารอบต่อไปเรียบร้อยแล้ว และบ้างก็ยังต้องรอผลการแข่งขันในเลกที่ 2 ต่อไป ขณะที่ ยูโรปา ลีก ก็ยังค้างคาอยู่ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายเช่นกัน ต่างกันแค่ยังอยู่ในเลกแรก ซึ่งบางคู่แข่งไปแล้ว ขณะที่บางคู่ก็ยังไม่ได้ลงสนาม

จากรายงานล่าสุด ยูฟ่า ได้กำหนดแผนการสำหรับแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ในฤดูกาลนี้ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมันจะไม่เหมือนกับที่ผ่าน ๆ มา หลังพวกเขากำหนดวันแข่งขันตั้งแต่ 7 สิงหาคมเป็นต้นไป และจะแข่งขันกันไปจนถึง 31 สิงหาคม โดยระหว่างนี้พวกเขาหวังว่า ฟุตบอลลีกภายในประเทศทาง ๆ จะทำการแข่งขันกันจนจบหมดแล้ว เพื่อลีกทางให้ฟุตบอลสโมสรยุโรปทั้ง 2 รายการเตะกันได้สะดวก

แผนคร่าว ๆ เท่าที่มีการประกาศออกมา พวกเขากำหนดให้มีเกมเตะทุก 3 วัน นั่นคือ เกมสุดสัปดาห์ กลางสัปดาห์ และกับไปเตะกันในช่วงสุดสัปดาห์อีกครั้ง เพื่อให้การแข่งขันทั้งหมดจบลงภายใน 25 วัน และถ้าวันจันทร์ 31 สิงหาคม คือวันที่ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ลงสนามในรอบชิงชนะเลิศแล้วล่ะก็ นั่นหมายความว่า เกม ยูโรปา ลีก รอบชิงชนะเลิศ ที่เคยออกข่าวว่าจะเตะนัดชิงฯ ก่อน แชมเปียนส์ ลีกราว 3 วัน น่าจะล็อกในวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม

จากการยืนยันของ ยูฟ่า ในครั้งนี้ ทำให้เราพอกำหนดตารางการแข่งขันคร่าว ๆ ของ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ในรอบต่อ ๆ ไป จนไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้ ดังนี้

7-8 สิงหาคม – รอบ 16 ทีมสุดท้าย เลกที่สอง

11-12 สิงหาคม – รอบก่อนรองชนะเลิศ เลกแรก

14-15 สิงหาคม – รอบก่อนรองชนะเลิศ เลกที่สอง 

18-19 สิงหาคม – รอบรองชนะเลิศ เลกแรก

21-22 สิงหาคม – รอบรองชนะเลิศ เลกที่สอง

31 สิงหาคม – นัดชิงชนะเลิศ ที่อิสตันบูล

นั่นหมายความว่า เกมระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี พบ บาเยิร์น มิวนิค, บาเยิร์น มิวนิค พบ เชลซี, ยูเวนตุส พบ ลียง และ บาร์เซโลนา พบ นาโปลี จะแข่งขันกันในวันที่ 7-8 สิงหาคม และผู้ที่เข้ารอบ 4 จาก 8 ทีมนี้ จะเสียเปรียบทีมที่เข้ารอบไปแล้วอย่าง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง, อตาลันตา, อาร์แบ ไลป์ซิก และ แอตเลติโก มาดริด อยู่เล็กน้อย เพราะมีเวลาพักแค่ 3-4 วันเท่านั้น และถ้าทีมที่ต้องแข่งขันในรอบ 16 ทีมสุดท้ายเลกที่ 2 ต้องไปเยือนคู่แข่งในรอบก่อนรองชนะเลิศ เลกแรก ก็จะยิ่งได้พักน้อยเข้าไปอีก

อย่างไรก็ตาม การเล่นที่ไม่มีเกมฟุตบอลลีกมาคั่น แต่ต้องเล่นกันทุก ๆ 3 วัน ถือเป็นภาระที่หนักหนาทีเดียวสำหรับทีมที่เข้ารอบไป เพราะอย่าลืมว่า ช่วง บ็อกซิงเดย์ ของฟุตบอลอังกฤษที่สโมสรต้องแข่งขันทุก ๆ 3 วัน เป็นเวลา 2 สัปดาห์ บรรดานักเตะยังบ่นกันระงม แต่นี่คือฟุตบอลสโมสรยุโรป ที่ต้องเดินทาง “ข้ามประเทศ” ไม่ใช่ข้ามเมือง ดังนั้น เวลาพักผ่อนจะน้อยกว่า และการปรับตัวจะยากขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัยเลยด้วย

ข้อเป็นห่วงอีกอย่างที่มีการวิตกกัน คือความได้เปรียบเสียเปรียบของลีกแต่ละชาติ เพราะอย่างที่รู้กันในตอนนี้ คือโควิด-19 ที่ระบาดในแต่ละชาติของยุโรป มีความหนักเบาไม่เท่ากัน โดยเมื่อพิจารณาจากทีมที่เหลืออยู่ในตอนนี้ ทีมที่จะได้เล่นกันในเดือนสิงหาคมนั้น จะเป็นสโมสรจากลีกชั้นนำอย่างไม่ต้องสงสัย นั่นทำให้ เยอรมนี ที่เตรียมจะกลับมาเล่นฟุตบอลลีกก่อนนั้น น่าจะได้เปรียบที่สุด หากพวกเขาจบลีกเร็ว และทั้ง อาร์เบ ไลป์ซิก กับ บาเยิร์น มิวนิค รอแข่งแชมเปียนส์ ลีก เพียงอย่างเดียว

ขณะที่ทางลีกอังกฤษ มีแนวโน้มจะกลับมาเตะกันในวันที่ 8 มิถุนายน ตามกำหนดการล่าสุด และจะใช้เวลาทั้งหมด 40 วัน นั่นหมายความว่า พวกเขาต้องอัดเกมเตะทุก ๆ 3 วันเป็นระยะเวลา 1 เดือนเต็ม ก่อนที่ พรีเมียร์ลีก จะจบกลางเดือน กรกฎาคม และมีเวลาพักราว 2 สัปดาห์ ก่อนไปเล่นในฟุตบอลสโมสรยุโรป ซึ่งจะว่ามากก็มาก จะว่าน้อยก็น้อย เพราะระหว่างนั้น นักเตะต้องรักษาความฟิตอยู่ตลอด

ที่ลำบากสุดเห็นจะเป็น สเปน กับ ฝรั่งเศส ที่ปัญหาโควิด-19 ระบาดหนักที่สุด โดยสเปน มียอดผู้ติดเชื้อแซงหน้าอิตาลี ไปแล้ว ส่วนฝรั่งเศส แม้ยังใม่แซง แต่ยอดผู้ติดเชื้อใหม่รายวันก็เยอะกว่ามาก และจากสถานกาณ์นี้ก็ไม่รู้ว่าทั้ง ลาลีกา และ ลีกเอิง จะได้กลับมาเตะกันอีกทีเมื่อไหร่ด้วย ซึ่งนั่นอาจจะส่งผลให้พวกเขาเสียเปรียบที่สุดท้าต้องมาอัดเกมในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม แล้วมาต่อฟุตบอลสโมสรยุโรปทันที หรือแย่กว่านั้น พวกเขาอาจจะเตะควบคู่กันไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ทาง ยูฟ่า จะกางแผนออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่แผนนี้เปลี่ยนแปลงได้เสมอขค้นอยู่กับสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้น และแฟนบอลอย่างเรา ทำได้เพียงภาวนาเท่านั้น ในตอนนี้…