หมายเลข 10 คนใหม่ของอินทรีเหล็ก

6 September 2018
433 VIEWS

หลังจากโม่แข้งกันมาสักระยะหนึ่ง ตอนนี้ฟุตบอลลีกยุโรปถึงคราวต้องพัก และต้องเบี่ยงซ้ายเปิดทางให้กับโปรแกรมฟุตบอลทีมชาติกันบ้างแล้ว สำหรับวันนี้ขอหยิบยกประเด็นเล็ก ๆ ของทีมชาติเยอรมนีมาฝากกัน นั่นคือเรื่องของเบอร์เสื้อสำคัญที่ตอนนี้ต้องเปลี่ยนผ่านจากรุ่นสู่รุ่นอีกครั้งหนึ่งแล้ว…

หลังจบฟุตบอลโลก 2018 เยอรมนีที่ล้มเหลวไม่เป็นท่า จากการตกรอบแรกนับตั้งแต่ปี 1954 และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามมาด้วยเอฟเฟ็กต์ต่าง ๆ มากมาย รวมถึงการประกาศอำลาทีมชาติแบบช็อกวงการของ เมซุต โอซิล อดีตจอมทัพหมายเลข 10 ของอินทรีเหล็ก ซึ่งสาเหตุมาจากความรู้สึกเจ็บปวดน้อยเนื้อต่ำใจซึ่งเกิดจากเรื่องของการเหยียดเชื้อชาติและการไม่ได้รับเกียรติจากทุกฝ่าย และในเมื่อโอซิลตัดสินใจแบบนั้นไปแล้ว ทุกฝ่ายก็ต้องยอมรับ “การเลือก” ของโอซิล และเมื่อสายน้ำไม่อาจไหลย้อนกลับได้ ทำให้ตอนนี้หมายเลข 10 ของเยอรมนีเป็นอันว่างลง

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดจากการประกาศรายชื่อทีมชาติเยอรมนีของโยอัคคิม เลิฟ ในเกมที่จะดวลกับฝรั่งเศส ศึกยูฟ่า เนชั่นลีก วันที่ 6 ก.ย. และอุ่นเครื่องกับเปรูวันที่ 9 ก.ย. นี้ กุนซือมาดเท่ราวกับหลุดออกมาจากปกนิตยสารแฟชั่นได้เลือกให้ ยูเลี่ยน บรันด์ ปีกเลเวอร์คูเซ่น มาสวมใส่เสื้อหมายเลข 10 อันศักดิ์สิทธิ์แทนการจากลาไปของโอซิล

แต่เดิมนั้น ยูเลี่ยน บรันด์ ในวัย 22 ปี กับดีกรีติดทีมชาติมาในช่วง 2-3 ปีหลัง ด้วยจำนวน 19 นัด ยิง 1 ประตู เคยสวมใส่เสื้อหมายเลข 20 ในช่วงลุยฟุตบอลโลกที่ผ่านมา แต่จากการที่เลิฟมอบเสื้อหมายเลข 10 ให้ในยุคปัจจุบันนี้ ก็ทำให้คาดการณ์กันว่า น่าจะเป็นการยกบทบาทสำคัญในการทำเกมรุกของของเยอรมนีในช่วงต่อจากนี้ไป แม้สื่อเมืองเบียร์จะเชื่อว่า บรันท์คงจะไม่ได้ลงเล่นแทนในตำแหน่งตัวรุกตรงกลางของโอซิลแบบโดยตรงในลักษณะ “จอมทัพเบอร์ 10” แต่บรันท์จะยังเดินเกมรุกริมเส้นเหมือนเดิม เพียงแต่บทบาทกับจะมีมากขึ้นเป็นเงาตามตัวแน่นอน

“การได้ครองหมายเลข 10 มันมีความหมายในเกมฟุตบอลมากๆนะครับ รวมถึงมันมีความหมายมากในนามทีมชาติเยอรมนี ผมเองจะทุ่มเทสุดชีวิต กับภาระหน้าที่หมายเลข 10 ตรงนี้” ยูเลี่ยน บรันท์เปิดใจหลังจากได้หมายเลข 10 ทีมอินทรีเหล็ก

นอกจากนี้ บรันท์ที่ได้เสื้อหมายเลขใหม่แล้ว ยังมีนักเตะอีกหลายคนที่ได้เสื้อหมายเลขใหม่ จากการที่มีนักเตะซีเนียร์จากชุดบอลโลก 2018 อาทิ ซามี่ เคห์ดิร่า,เซบาสเตียน รูดี้,โยนาส เฮคเตอร์ และ มาร์วิน แพลทเทนฮาร์ดท์ หลุดจากทีมไปในครั้งนี้…โดยไล่เรียงตั้งแต่ เลออน โกเร็ตซ์ก้า ขยับมาใส่เบอร์ 6 ของเคห์ดิร่า, ไค ฮาเวิร์ตซ์ เจ้าหนูดาวรุ่งวัย 19 จากเลเวอร์คูเซ่นได้เบอร์ 20,นิโก้ ชูลซ์ กองหลังหน้าใหม่ทีมชาติเยอรมนีจากฮอฟเฟ่นไฮม์ได้เบอร์ 14 และ ธิโล เคห์เลอร์ กองหลังเปแอสเช ได้เบอร์ 12 ซึ่งเป็นเบอร์เดิมของเควิน แทรปป์ ซึ่งไม่อยู่ในทีมชุดนี้ เพราะเลิฟเลือกโกล์มาแค่ 2 คน.

สำหรับ ทีมชาติเยอรมนี ที่กำลังจะผลัดใบไปสู่อีกรุ่นแล้ว ยังมีอีกประเด็นหนึ่ง ที่น่าจะหยิบยกเอามากล่าวถึง นั่นคือการหวนติดทีมชาติของเลรอย ซาเน่ ปีกดาวรุ่งยอดเยี่ยมของพรีเมียร์ลีกจากแมนฯ ซิตี้ แต่ล่าสุดเพิ่งถูกเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ตัดออกจากทีมในนัดชนะนิวคาสเซิ่ล 2-1 โดยสาเหตุที่เป๊ปตัดซาเน่นั้น มาจากปัญหาซาเน่เวลาอยู่นอกสนาม หลังปาร์ตี้แชมป์ซีซั่นก่อนที่เขาเมามายไม่รู้เรื่อง จากนั้นก็ดื่มจนเมาอีกหลายหน ขาดความเป็นมืออาชีพ

เรื่องนี้ ตื้น-ลึก-หนา-บาง คงจะมี เป๊ปและซาเน่ที่รู้กันจริง ๆ ว่ารากของปัญหาจริง ๆ คืออะไร แต่อย่างน้อยเรื่องนี้ รุ่นพี่ทีมชาติของซาเน่อย่างโทนี่ โครส ก็ออกแสดงความเป็นห่วง โดยออกมาเตือน ๆ ปราม ๆ ซาเน่ และยังเชื่อมั่นว่ารุ่นน้องคนนี้ ยังสามารถก้าวไปเป็นนักเตะระดับเวิลด์คลาสได้ไม่ยาก เพียงแต่ต้องมีคนชี้แนะแนวทาง ขัดเกลาเจียระไนฝีเท้ากันสักนิดเท่านั้นเอง

สำหรับเกมอินทรีเหล็กดวลกับฝรั่งเศส ที่มิวนิค วันที่ 6 ก.ย. นี้ จะเป็น บทชีวิตบทใหม่ ของบรันท์ภายใต้หมายเลข 10 และการเกิดใหม่อีกครั้งในทีมชาติของซาเน่ ทั้งสองคนจะมีผลลัพธ์ของบทแรกออกมาเช่นไร

…คงต้องติดตามและให้กำลังใจกันต่อไป…
——————————-
Face Files : หมายเลข 10 อินทรีเหล็กผู้ประสบความสำเร็จ

แชมป์โลก 1954 : แวร์เนอร์ ไลบริช (ไกเซอร์สเลาเทิร์น)
แชมป์ยูโร 1972 : กุนเธอร์ เน็ตเซอร์ (กลัดบัค)
แชมป์โลก 1974 : กุนเธอร์ เน็ตเซอร์ (เรอัล มาดริด)
แชมป์ยูโร 1980 : ฮันซี่ มุลเลอร์ (สตุ๊ตการ์ท)
แชมป์โลก 1990 : โลธ่า มัทเธอุส (อินเตอร์)
แชมป์ยูโร 1996 : โธมัส เฮสเลอร์ (คาร์ลสรูห์)
แชมป์โลก 2014 : ลูคัส โพดอลสกี้ (อาร์เซน่อล)