เทนนิส ‘เดวิส คัพ’ โฉมใหม่กับแรงบันดาลใจโดย ‘ปิเก’!

เดวิส คัพ
18 November 2019
135 VIEWS

เสร็จสิ้นการแข่งขันเทนนิสรายการใหญ่สุดท้ายแห่งปี “เอทีพี ไฟนัลส์” ที่จบลงด้วยชัยชนะและประกายความหวังใหม่ของวงการอย่าง สเตฟานอส ทิตซิปาส ได้ไม่ทันครบ 24 ชั่วโมงดี ชาวลูกสักลาดมีอันต้องตื่นเต้นกันต่อเนื่องทันทีกับการเปลี่ยนแปลงในระดับ “ปรากฏการณ์” ที่เป็นที่กล่าวถึงและถกเถียงกันอย่างมาก

เรื่องที่ว่าคือการแข่งขันรายการ เดวิส คัพ หรือการแข่งขันทีมชาติของ ITF ที่ในปีนี้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบชนิดพลิกโฉมหน้ารายการแข่งขันที่เก่าแก่และมีอายุยืนยาวถึง 119 ปีไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

เพราะคราวนี้ เดวิส คัพ จะกลายเป็นการแข่งขันที่มีระบบคล้ายกับการแข่งขันฟุตบอลโลก!

โดยผู้ที่เป็นต้นคิดในเรื่องนี้ก็ไม่ใช่คนในวงการเทนนิส แต่เป็นสตาร์นักเตะระดับเวิลด์คลาสอย่าง เกราร์ด ปิเก อดีตปราการหลังทีมชาติสเปน และเป็นว่าที่ตำนานตลอดกาลของทีมบาร์เซโลนา

ปิเก เข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ได้อย่างไร?

เรื่องเกิดจากการที่มีความต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแข่งขันเดวิส คัพ ซึ่งระบบการแข่งขันเดิมนั้นใช้มาตั้งแต่ปี 1981 จนถึงปีกลายและไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลงหรืออัพเดตอะไรอีกเลย 

37 ปีที่ผ่านมา เดวิส คัพ ใช้ระบบการแข่งขันที่จะมี 16 ชาติได้เข้าแข่งขันในเวิลด์ กรุ๊ป ส่วนชาติที่เหลือจะแบ่งกันแข่งขันตามภูมิภาคใน 3 โซน

การแข่งขันจะมีขึ้นในเดือน ก.พ., เม.ย., ก.ย. และ พ.ย. โดยจะแข่งขันกันคราวละ 3 วัน

ปัญหาที่เกิดขึ้นคือนักเทนนิสในระดับท็อปมักจะเลี่ยงที่จะเข้าร่วมการแข่งขันเดวิส คัพ เนื่องจากต้องการลดจำนวนการแข่งขันลงไม่ให้หนักจนเกินไป ซึ่งสุดท้ายรายการเทนนิสที่เก่าแก่และเปี่ยมด้วยมนต์ขลังกลับกลายเป็นรายการที่ไม่มีใครเหลียวแลอีกต่อไป

ว่างก็แข่ง เหนื่อยก็ไม่ไป ได้แชมป์ก็เท่านั้น

ในความรู้สึกของคนในวงการเทนนิสรู้สึกเสียดายกับมนต์ขลังที่เสื่อมคลาย และต้องการเห็นเดวิส คัพ กลับมาเป็นรายการแข่งขันที่น่าภาคภูมิใจอีกครั้ง

“ความเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งจำเป็น” ทิม เฮนแมน อดีตมือหนึ่งทีมชาติอังกฤษกล่าว

“ผู้เล่นในระดับท็อปนั้นไม่เข้าร่วมแข่งขัน ซึ่งเราก็ต้องเข้าใจเพราะถ้าหากได้เข้าถึงในรอบสุดท้ายจริงมันจะกินเวลาถึง 8 สัปดาห์ในแต่ละปี ซึ่งมันจะส่งผลต่อเรื่องของสภาพร่างกาย และยังเรื่องของการปรับตัวตามประเทศที่เดินทางไป สุดท้ายเมื่อผู้เล่นในระดับท็อปลงเล่นน้อยลงเรื่อยๆ ก็จำเป็นจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง”

เช่นนั้นจึงมีการระดมความคิดในการหาทางทำให้เดวิส คัพ คืนชีพอีกครั้ง และเป็นบริษัทคอสมอส (KOSMOS) ที่มีเกราร์ด ปิเก เป็นเจ้าของกิจการเป็นผู้ชนะในการเสนอตัวชุบชีวิตรายการนี้

ข้อเสนอของคอสมอส มีมูลค่ามากถึง 3 พันล้านดอลลาร์ แลกกับสัญญาระยะเวลา 25 ปี

การแข่งขันในรูปแบบใหม่ได้แรงบันดาลใจมาจากการแข่งขันฟุตบอลโลก โดยในรอบสุดท้ายจะจัดขึ้นที่สนาม คาฮา มาจิกา ในกรุงมาดริด สนามเดียวกับที่จัดรายการ มาดริด มาสเตอร์ ซึ่งจะมีชาติที่เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 18 ชาติ แบ่งการแข่งขันออกเป็น 6 กลุ่ม และแข่งแบบพบกันหมด โดยจะแข่งกันแบบ 3 เซ็ต

ชาติที่ชนะในแต่ละกลุ่ม รวมกับชาติอันดับ 2 ที่ทำผลงานได้ดีที่สุดจะได้ผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาต์ ซึ่งจะเริ่มจากรอบก่อนรองชนะเลิศ รอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศ​ซึ่งจะตัดสินกันในวันอาทิตย์ที่ 24 พ.ย.

อย่างไรก็ดีความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้นำไปสู่การถกเถียงอย่างมากถึงความเหมาะสม

คนที่ต่อต้านอย่างเต็มรูปแบบคือ โรเจอร์ เฟดเดอเรอร์ ตำนานมีลมหายใจที่ไม่เห็นด้วยกับการให้นักฟุตบอลเป็นคนที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงการแข่งขันที่สำคัญของรายการเทนนิส และเกรงว่าจากเดวิส คัพ จะกลายเป็น “ปิเก คัพ” ไป (แต่ก็มีคนมองว่า เฟดเดอเรอร์ เองก็ได้จัดรายการแข่งขัน เลเวอร์ คัพ ในนามบริษัทของตัวเองเหมือนกัน เลยแอบแทงกั๊ก)

ขณะที่อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ ก็ไม่ชอบใจกับรูปแบบใหม่นัก เพราะเขาชอบกับรูปแบบเดิมๆมากกว่า และตัดสินใจบอยคอตต์การแข่งขันไปเรียบร้อย (ส่วน เฟดเดอเรอร์ ไม่เข้าร่วมเพราะสวิตเซอร์แลนด์ ไม่ได้ผ่านเข้ารอบ…)

“ผมไม่คิดว่าฟอร์แมตนี้มันจะเป็นเดวิส คัพ เหมือนเดิมอีก เดวิส คัพมันคือการแข่งขันเหย้าและเยือน บรรยากสทั้งหมด การได้เล่น 3 วัน กับการแข่งขัน 5 เซ็ต เล่นกันในเกมที่มันยากลำบาก”

“การเล่นทั้งหมดแค่สัปดาห์เดียว ในสนามเดียว แล้วตัดสินทุกอย่างเลยมันไม่ใช่เดวิส คัพ ผมหวังว่าทุกคนจะตระหนักได้ว่าเดวิส คัพ มันไม่ใช่เรื่องของเงินเพียงอย่างเดียว แต่มันคือประวัตศาสตร์ด้วย”

แต่สำหรับปิเก เขายืนยันว่านี่คือโปรเจ็คต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา

“นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับอนาคตของวงการเทนนิส สิ่งนี้คือเป้าหมายหลักของเราและมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับพวกเราเพียงเท่านั้น นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ผมไม่สามารถจะรับประกันอะไรกับทุกคนได้ แต่มันคือการก้าวต่อไปที่เราต้องการจะลองดู”

คนที่สนับสนุนกับเรื่องนี้ยังมี แอนดี มาร์รี ที่ยืนยันจะเข้าร่วมการแข่งขัน และขอให้ทุกคนช่วยสนับสนุนเดวิส คัพ ในรูปแบบใหม่ด้วย

“เทนนิส ไม่ใช่จะเลปี่ยนแปลงอะไรง่ายๆและการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือว่าใหญ่มาก เราคงต้องมาดูกันว่ามันจะเป็นอย่างไร ผมหวังว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี เพราะถ้ามันเป็นไปด้วยดีจริงก็จะเป็นสิ่งที่ดีมากๆสำหรับวงการเทนนิส”

“ผมคิดว่ามีคนที่หวังว่ามันจะไม่เป็นไปด้วยดีอยู่บ้าง แต่สำหรับผม ผมหวังว่าทุกยอ่างจะเป็นไปด้วยดีและประสบความสำเร็จ”

“ทั้งผู้เล่นและแฟนๆต้องการจะลองให้โอกาสดูว่ามันจะเป็นอย่างไร และผมคิดว่าเราน่าจะได้เห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นเมื่อจบรายการนี้”

ความจริงแล้วในวงการเทนนิสยังมีการแข่งขันรายการใหม่ที่เตรียมจะเกิดขึ้นอีกในต้นปีหน้าคือรายการ เอทีพี คัพ ซึ่งเป็นการแข่งขันในระดับชาติเหมือนกันแต่เป็นรายการของ ATP โดยจะมี 24 ชาติเข้าร่วมการแข่งขันในช่วงก่อนจะถึงออสเตรเลียน โอเพน ซึ่งจะเป็นการอุ่นเครื่องของนักเทนนิสด้วย และจะห่างจากรายการเดวิส คัพ แค่ 6 สัปดาห์เท่านั้น

สุดท้ายเดวิสคัพโฉมใหม่จะไปรอดหรือไม่คงต้องติดตามกันอีกทีหวังว่าจะออกมาดีสำหรับทุกฝ่าย 🙂

ตารางการแข่งขันเดวิสคัพ

รอบแบ่งกลุ่ม: 18 -21 พ.ย.

รอบก่อนรองชนะเลิศ: 21 – 22 พ.ย.

รอบรองชนะเลิศ: 23 พ.ย.

รอบชิงชนะเลิศ: 24 พ.ย.

ชาติที่เข้าร่วมการแข่งขัน

กลุ่ม เอ: ฝรั่งเศส, เซอร์เบีย, ญี่ปุ่น

กลุ่ม บี: โครเอเชีย, สเปน, รัสเซีย

กลุ่ม ซี: อาร์เจนตินา, เยอรมนี, ชิลี

กลุ่ม ดี: เบลเยี่ยม, ออสเตรเลีย, โคลอมเบีย

กลุ่ม อี: สหราชอาณาจักร, คาซัคสถาน, เนเธอร์แลนด์

กลุ่ม เอฟ: สหรัฐอเมริกา, อิตาลี, แคนาดา

นักเทนนิสท็อป 20 ที่เข้าร่วมการแข่งขัน

ราฟาเอล นาดาล (สเปน, 1)

โนวัค โยโควิช (เซอร์เบีย, 2)

มัตเตโอ เบอร์เรตตินี (อิตาลี, 8)

โรแบร์โต เบาติสตา อกุต (สเปน, 9)

กาแอล มงฟิลส์ (ฝรั่งเศส, 10)

เดวิด กอฟฟิน (เบลเยี่ยม, 11)

ฟาบิโอ ฟอจจินี (อิตาลี, 12)

ดีเอโก ชวาร์ตซแมน (อาร์เจนตินา, 14)

เดนิส ชาโปวาลอฟ (แคนาดา, 15)

คาเรน คาชานอฟ (รัสเซีย, 17)

อเล็กซ์ เดอ มิเนอร์ (ออสเตรเลีย, 18)