“เวลคัม” นิวลุค เชลซี

28 July 2018
584 VIEWS

นับถอยหลังอีกไม่ถึง 2 สัปดาห์แล้วนะครับ “พรีเมียร์ลีก” ฤดูกาลใหม่จะได้ฤกษ์ระเบิดแข้งพร้อมกับกุนซือใหม่ และนักเตะใหม่ให้น่าค้นหาติดตามมากมาย

ในเพจส่วนตัว https://facebook.com/khaimukdam ผมได้แตะไปแล้วว่า ท่ามกลางผู้เล่นใหม่ “พาเหรด” ตบเท้าสู่พรีเมียร์ลีก 2018/19 อย่างต่อเนื่องด้วยเม็ดเงินมหาศาล

นักเตะที่ผม “แอบเชียร์” ส่งใจถึงมากที่สุด คือ จอร์จินโญ่ ดาวเตะเชื้อสายบราซิเลียน ทีมชาติอิตาลี ของเชลซี

เหตุผลมี 2 ประการครับ: 1.จอร์จินโญ่ ถูก “เจิม” โดยเป๊ป กวาร์ดิโอลา ระหว่างแมนฯซิตี้ ทัวร์อเมริกาอย่างต่ำ 2 ครั้ง รวมถึงครั้งสุดท้ายที่พูดว่า ดีแล้วที่ไปเชลซี เพราะหากใจอยากไปที่ไหนก็ควรไปเล่นที่นั่น

อาการลักษณะนี้เหมือน “เป๊ป” ยังอาลัยอาวรณ์นิด ๆ และหากคนระดับนี้ รำพึงรำพันถึงใครได้

คน ๆ นั้นน่าจะ “ไม่ธรรมดา”

2.ส่วนตัวชอบนักเตะสไตล์นี้ครับ คือ “คลาสสิค” เทคนิคสูง มันสมองเลิศ เป็นส่วนผสมประมาณ อันเดรีย ปิร์โร่ กับชาบี้ อลองโซ่ แต่สามารถเคลื่อนที่ และไปกับบอลได้ดีกว่า เร็วกว่า

ลองกดเข้าไปดูคลิ๊ป VDO ของจอร์จินโญ่ นะครับ อย่างน้อย ๆ จะได้เห็นทักษะการจับบอลแล้วเทิร์นในลักษณะ Half turn ก่อนเปิดบอลออกไปทั้งสั้น และยาว อย่างแม่นยำ สวยงาม

จากทั้ง 2 ข้อนี้จึงไม่แปลกครับที่จะมองกันว่า  จอร์จินโญ่ คือ “มันสมอง” ของ เมาริซิโอ ซาร์รี ในสนาม

 

นอกจาก ยอดมิดฟิลด์จากนาโปลี วัย 26 ปีแล้ว กุนซือที่อยากจะให้จับตาเป็นพิเศษซีซั่นที่จะถึงนี้จึงหนีไม่พ้น ซาร์รี ยอดโค้ชที่ปาดหน้าดึงตัว จอร์จินโญ่ มาจากแมนฯซิตี้ นั่นแหละครับ

เหตุผลง่าย ๆ มี 2 ข้อเหมือนกัน: 1.เป๊ป (อีกนั่นแหละ) ยอมรับสไตล์ของซาร์รี่ ในระดับเป็นคู่ต่อกรที่หินที่สุดคนหนึ่งของเค้า

2.ผมชอบบอล “เกมรุก” และเป็นฝ่าย take initiative หรือช่วงชิงความได้เปรียบด้วยการบุกเข้าหาคู่แข่งก่อนดังที่เคยเขียนเรื่อง “ชัยชนะของผู้แพ้” ถึงโครเอเชีย นั่นแหละครับ

แต่เน้นอีกที ไม่ได้หมายความว่า ฝรั่งเศส ผิด หรือไม่เก่งนะครับ เช่นกันที่ไม่ได้จะต่อว่าบอลสไตล์ โจเซ่ มูรินโญ่ และแมนฯยูฯ ที่ต้องการเน้นผลการแข่งขันมาก่อนเรื่องสไตล์เช่นกัน

เดี๋ยวจะเข้าใจผิดกันนะ…

แน่นอนครับ พื้นฐานระบบการเล่นของซาร์รี คือ 4-3-3 เหมือนแมนฯซิตี้ หรือลิเวอร์พูล หรือบราซิล ในบอลโลกที่ผ่านมาซึ่งระบบแบบนี้ “ยืดหยุ่น” พอควร

สามารถขยับมิดฟิลด์เป็น “ถ้วยหงาย” หรือ “ถ้วยคว่ำ” และปรับระหว่างเกม หรือแต่ละนัดเป็น 4-2-3-1หรือ 4-1-4-1 ได้หมด

เขียนถึงตรงนี้ก็แอบ “เสียดาย” อยู่บ้างที่วันเวลา อันโตนิโอ คอนเต้ นั่นหมดเร็วเพียงแค่ 2 ฤดูกาลเท่านั้น

ทั้งที่เป็น 2 ซีซั่นซึ่งคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ตามด้วยเอฟเอ คัพ

แต่การ “สูญเสีย” เอกภาพในห้องแต่งตัว (Dressing room) ทั้งกับทีมงาน และนักเตะหลักทำให้ โรมัน อบราโมวิช และผู้บริหารเชลซี เล็งตัวซาร์รี มาแทนนานแล้ว

ติดตรง กว่าจะได้รับการปล่อยตัว และ “คอนเฟิร์ม” จากยอดทีมแห่งเนเปิ้ลก็กินเวลาพอควร อันทำให้ซาร์รี มีเวลาเตรียมตัวน้อยมากช่วงพรีซีซั่น

อีกทั้งยังมี “ช่องว่าง” ขณะยังตกลงกันไม่ได้เกือบ 1 สัปดาห์ตอนต้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมาที่ คอนเต้ ต้องเข้ามาคุมทีมก่อนด้วยซ้ำ

ประเด็นที่น่าสนใจจึงเป็นว่า คอนเต้ กับระบบ 3-4-3 แทบต้องยกเครื่องใหม่ให้เป็น “หลัง 4” โดยซาร์รี และหลายผู้เล่น เช่น ดาวิด ลุยซ์ อาจได้กลับมา

ซีซาร์ อัสปิลิกวยต้า คงต้องกลับไปเล่นแบ็คขวา!? ขณะที่สุดยอดวิงก์แบ็คทั้ง โมเสส และอลองโซ่ จะทำอย่างไร?

มิดฟิลด์ที่จะมี กองเต้, จอร์จินโญ่, เชสก์ ฟาเบรกาส/รอสส์ บาร์คลีย์/บากาโยโก้/ลอฟตัส ชีค จะยืนอย่างไร? ไม่นับตัวใหม่ตามข่าวลือ มิลินโควิช-ซาวิช เพราะจอร์จินโญ่ น่าจะยืนต่ำตรงกลางทำหน้าที่ออกบอลแรกแทนกองเต้ที่เราน่าจะได้เห็นดาวเตะแชมป์โลกดันสูง และ box-to-box มากขึ้น

หลัง ติโบ คูร์ตัวส์ และวิลเลียน อยู่กับทีมต่อไป เอแดง อาซาร์ จะอย่างไร?โมราต้า จะฟื้นคืนฟอร์มไหม? แล้วชิรูด์ จะอยู่หรือไป?และ/หรือข่าวลือกับ ฮิกัวอิน!?

ไม่นับรวมตัวดี ๆ ที่ไม่ได้พูดถึง และตกสำรวจอยู่อีกเพียบ รูดิเกอร์, คริสเตนเซ่น, เคฮิลล์, ดริงควอเตอร์, เปโดร,บัสซูอายี่ ฯลฯ

ถึงตอนนี้ ในภาพรวม เชลซี ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะระบบ 3-4-3 เดิมของคอนเต้ กับปัจจุบัน 4-3-3 ต่างเป็นบอลเกมรุกอยู่แล้ว

แต่ปัญหาของทีมตอนนี้ คือ ซาร์รี มีเวลาน้อยในการเตรียมทัพ ไม่นับรวมผู้เล่นเก่า และใหม่ และนักเตะตามข่าวลือ ที่ยังไม่ “ลงตัว” ง่าย ๆ ในซีซั่นที่งวดเข้ามา

ทว่าเมื่อถึงเวลา เชลซี “นิว ลุค” จะเป็นทีมที่น่าติดตาม และน่าสนใจอย่างแน่นอน ณ ซีซั่นที่แฟน ๆ คงต้องใจเย็นกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้