นิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ : ตลาดจีน ความน่าจะเป็นใหม่ในดินแดนเอเชีย

4 April 2019
524 VIEWS

หากจะพูดถึงทีมอเมริกันฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จที่สุดตลอด 2 ทศวรรษหลัง หลาย ๆ คน ก็คงนึกถึงชื่อนิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ มาเป็นชื่อแรก ๆ อย่างไม่ต้องสงสัย 

แต่ถึงแม้ นิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ จะประสบความสำเร็จมากที่สุดในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา แต่พวกเขาก็ไม่ใช่เจ้าตลาดของแฟนอเมริกันฟุตบอล ในสหรัฐอเมริกา เพราะที่นั่นพวกเขายังมี “อเมริกาส์ ทีม” อย่าง ดัลลัส คาวบอยส์ ครองตลาดอยู่ และไม่มีแนวโน้มจะเสียบัลลังก์ไปง่าย ๆ เลย

นั่นเอง ที่ทำให้พวกเขาเริ่มมองหาความน่าจะเป็นใหม่ ๆ และความเป็นไปได้ตรงนั้น ก็เริ่มปรากฏให้เป็นรูปเป็นร่างแล้ว…

จีน ความเป็นไปได้ใหม่ ที่อะไรก็เป็นไปได้

ทุกคนที่ติดตามกีฬาอเมริกันฟุตบอล เอ็นเอฟแอล อย่างใกล้ชิด จะทราบดีว่า โรเบิร์ต คราฟต์ เจ้าของทีม นิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ นอกจากจะเป็นมหาเศรษฐีใจบุญเขายังเป็นนักธุรกิจมือทองด้วย เพราะนับตั้งแต่เขาซื้อทีม “นักรบกู้ชาติ” มาตั้งแต่ปี 1994 ด้วยมูลค่า 172 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5,450 ล้านบาทในตอนนั้น เขาสามารถบริหารมันให้ประสบความสำเร็จได้อย่างต่อเนื่อง จนมูลค่าเพิ่มเป็นเท่าทวี

โดยปัจจุบัน แพทริออตส์ มีมูลค่าทีมจากการประเมินของ ฟอร์บส์ ในปี 2019 ที่ผ่านมา อยู่ที่ราว 3.9 พันล้านเหรียญฯ หรือราว 1.23 แสนล้านบาท!!! (ขออนุญาตตกใจ) ซึ่งเพิ่มขึ้นมาถึง 22.6 เท่าตัวจากวันที่คราฟต์ซื้อทีมมา โดยเขาใช้เวลาบริการทีมในเวลาเพียง 25 ปีเท่านั้น

ซึ่งในสายตาของคราฟต์ เขาเริ่มมองเห็นอุปสรรคของตลาดในประเทศ เพราะถึงแม้จะทำทีมมากว่า 2 ทศวรรษ และได้ถือเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปัจจุบัน แต่กระนั้นพวกเขาก็ยังล้มแชมป์อย่าง ดัลลัส คาวบอยส์ ขึ้นเป็นทีมที่มีแฟน หรือ ผู้ให้การสนับสนุนมากที่สุดไม่ได้เสียที และนับวันกองแช่งในประเทศก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จากการผูกขาดความสำเร็จในหลายปีที่ผ่านมาด้วย

นั่นเองอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ คราฟต์ และทีม นิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ เริ่มมองหาความเป็นไปได้ใหม่นอกประเทศ 

แพทส์ เลือกรุกตลาดเอเชียโดยเริ่มจากประเทศจีนที่มีฐานประชากรมากที่สุดในโลก และมากกว่าสหรัฐอเมริกาถึง 1 พันล้านคน แผนการตลาดของพวกเขาเริ่มจากรุกไปในสื่อโซเชียล ซึ่งเป็นการตลาดที่ง่ายและได้ผลเร็วที่สุด

พวกเขาเริ่มสร้างบัญชีใหม่ใน เว่ยป๋อ (Weibo) โซเชียลมีเดียอันดับ 1 ของจีน ที่มีลักษณะคล้าย ๆ เฟซบุ๊กผมสทวิตเตอร์ และเพื่อให้การสื่อสารในจีนสัมฤทธิ์ผล แพทริออตส์ เลือกจากจ้างทีมงานชาวจีน เพื่อทำคอนเทนต์ในเว่ยป๋อเป็นภาษาจีนอีกด้วย

ผลคือ การตอบรับดีเกินคาดทั้งที่อเมริกันฟุตบอลไม่ใช่กีฬาที่ชาวจีนคุ้นเคย แต่ยอดผู้ติดตามบัญชีของทีมนิวอิงแลนด์ล่าสุด ทะลุ 500,000 รายไปแล้ว

แน่นอน ถ้าจะเที่ยบกับบัญชีเว่ยป๋อที่มีอยู่ทั้งหมดที่มีการใช้งานกว่า 460 ล้านบัญชี หรือ บัญชีที่มียอดผู้ติดตามมากที่สุดอย่าง เซี่ย หน่า (Xia Na) หรือ นาน่า (NaNa) พิธีกรชื่อดังที่มียอดผู้ติดตามกว่า 117 ล้านคนแล้ว ยังถือว่าน้อยมาก แต่สำหรับก้าวแรกในตลาดใหม่ที่ไม่มีใครคุ้นเคยกับกีฬาชนิดนี้ ยอดผู้ติดตามเกิน 5 แสนคน ถือว่ายอดเยี่ยมมากทีเดียว

ทำไมต้องจีน?

เป็นที่รู้กันว่า ‘ตลาดจีน’ เป็นหนึ่งในตลาดที่มีกำลังซื้อมากที่สุดในโลก เนื่องจาก สาธารณรัฐประชาชนจีน มีประชากรทั้งประเทศรวมกัน ทะลุ 1 พันล้านคน

ข้อมูลจากเว็บไซต์ เวิลด์ ป็อปปูเลชั่น รีวิว (worldpopulationreview.com) แหล่งอ้างอิงประชากรโลกที่เชื่อถือได้มากที่สุดแหล่งหนึ่ง ระบุว่า ปัจจุบัน จีนมีประชากรกว่า 1,414 ล้านคนไปแล้ว และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากที่ทางการจีน ยกเลิกนโยบายลูกคนเดียวเมื่อ 1 มกราคม 2016 โดยกำหนดให้มีลูกได้ไม่เกิน 2 คนนับแต่นั้น และล่าสุดก็มีข่าวออกมาว่า พวกเขากำลังพิจารณายกเลิกนโยบายมีลูกได้แค่ 2 คนด้วย

นั่นเองที่ทำให้ บีบีซี วิเคราะห์จีน อาจจะมีประชากรเพิ่มขึ้นทะลุ 30 ล้านคนในอีก 10 ปีข้างหน้า หรือประชากรรวมจะมากกว่า 1,450 ล้านคน และนั่นนำมาซึ่งความเสี่ยง และ โอกาสต่าง ๆ มากมาย

จากข้อมูลดังกล่าว ทำให้หลายหน่วยงาน และ หลายองค์กร เลือกที่จะรุกคืบเข้าสู่ตลอดจีนไปแล้วก่อนหน้านี้ ทั้งในส่วนของ ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก, ฟุตบอลลาลีก้า หรือ ฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา ก็มีแมตช์ที่เตะพรีซีซั่นส์ หรือ แมตช์ชิงฟุตบอลถ้วยในจีนมาแล้วทั้งสิ้น

หากนับเฉพาะองค์กรในสหรัฐอเมริกาเอง ก็ต้องยอมรับว่า ผู้สร้างหนังฮอลิวูด หลายสตูดิโอ ในช่วงหลัง ก็พยายามจะสร้างหนังที่เอาไปฉายในจีนได้ และถ้าฉายไม่ได้ ก็ยินดีทำอีกเวอร์ชั่น เพื่อให้ไปฉายในจีนได้ก็มี ยกตัวอย่างเช่นหนังดังอย่าง เดดพูล ขณะที่ วงการกีฬาอย่าง บาสเก็ตบอล เอ็นบีเอ ก็รุกคืบเข้าไปในจีนตั้งแต่ยุคของ เหยา หมิง เช็นเตอร์ร่างยักษ์ และทำให้เอ็นบีเอ มีฐานแฟนในจีนอยู่ถึงปัจจุบันด้วย

ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกสักเท่าไหร่ ที่ถ้า ตลาดเอ็นเอฟแอล อยากจะเข้ามามีส่วนแบ่งในเค้กก้อนใหญ่ก้อนนี้บ้าง…

จากทีม สู่ลีก ไปถึงความน่าจะเป็นอื่น

การรุกตลาดจีนของนิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ นอกจากจะประสบความสำเร็จเกินกว่าที่ทีมคาดหมายไว้แล้ว มันยังดีเกินกว่าที่ เอ็นเอฟแอล คาดการณ์ไว้ด้วย

อันที่จริงแล้ว โรเจอร์ กูเดลล์ ผู้อำนวยการจัดการแข่งขันในศึกคนชนคน เล็งเห็นโอกาสในตลาดจีนก่อนหน้านี้มานานแล้ว และเคยหยั่งเชิงตลาดในจีน ด้วยการจัดงานเอ็นเอฟแอล เอ็กซิบิชั่น โชว์ ในประเทศจีน ในปี 2013 โดยทางลีกได้ส่งหนึ่งในสุดยอดควอร์เตอร์แบคตลอดการอย่าง โจ มอนทาน่า ไปที่จีนในครั้งนั้นด้วย

แต่ดูเหมือน การที่ เอ็นเอฟแอล เป็นกีฬาใหม่ในจีน ทำให้พวกเขาไม่ค่อยจะปลื้มสตาร์ที่เขาไม่ได้เห็นในเกมสักเท่าไหร่ แม้จะเป็นสตาร์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดก็ตาม

แต่ในกรณี แพทริออตส์นั้นต่างออกไป พวกเขามี ทอม เบรดี้ ซูเปอร์สตาร์ควอร์เตอร์แบค ที่นอกจากจะยังเล่นอยู่ แต่ยังเล่นได้ในระดับคว้าแชมป์ซูเปอร์ โบวล์ ด้วย และ เบรดี้ เองก็ป็อปปูล่า ในสายตาแฟน ๆ ชาวจีนไม่น้อย เพราะเมื่คราวที่เขาไปเปิดตัวสินคา อันเดอร์ อาร์เมอร์ ในเซี่ยงไฮ้ เมื่อ 2 ปีก่อน มันประสบความสำเร็จอย่างงดงามทีเดียว

%MINIFYHTML9446b90b0db9a7783db22befd7a29f024%

นั่นเอง ที่ทำให้ แพทริออตส์ จับ เบรดี้ มาเป็นพิธีกรในรายการ “ทอม เบรดี้ ไชน่า โชว์” ที่จะลงในทุกเดือน ในรายการนี้ แฟน ๆ ชาวจีน จะได้เห็นเขาพูดภาษาจีน, ใช้ตะเกียบ และลงทุนทำอะไรอีกหลายอย่าง ซึ่งในตอนแรกที่ออกอากาศไป มีคนดูทะลุ 15.8 ล้านวิวเลยทีเดียว

กระแสของ เบรดี้ กับ แพทริออตส์ ในจีน ทำให้กระแสของเอ็นเอฟแอล ตื่นตัวตามไปด้วย และในการประชุมเจ้าของทีมครั้งล่าสุด ก็มีการนำเสนอประเด็นสำคัญอย่างการที่เอ็นเอฟแอล จะไปเล่นเกมเปิดฤดูกาล 2020 ที่ประเทศจีนด้วย ซึ่งนี่อาจจะเป็นประเด็นที่แฟนในบ้านเราจะต้องติดตามกันต่อไป เพราะเราอาจจะได้ดูเอ็นเอฟแอลกันแถวนี้ก็ได้ 

จะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต?

ปัญหาใหญ่ที่ทำให้ เอ็นเอฟแอล ไม่บูมในจีนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คือช่องว่างระหว่างไทม์โซนที่ห่างกันถึง 15 ชั่วโมง ซึ่งมันส่งผลต่อกิจวัตรประจำวันของแฟน ๆ ชาวจีนอยู่พอสมควร

แต่จากการมาของเทคโนโลยี สตรีมมิ่ง ออนไลน์ และการรับชมย้อนหลังเมื่อไหร่ก็ได้ ทำให้ปัญหาเรื่องพอจะคลี่คลายลงบ้าง ซึ่งเป็นผลให้ อเมริกันฟุตบอล ในประเทศจีน เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน

จากรายงานระบุว่า ในปี 2011 ที่ไม่มีฐานแฟนของกีฬาชนิดนี่เลย สามารถเริ่มตั้ง ไชน่าอารีนาฟุตบอลลีก หรือ ซีเอเอฟแอล ได้ในที่สุดเมื่อปี 2016โดยแรกเริ่ม มีการแข่งขันกัน 6 ทีม และยังมีผู้เล่นจากต่างชาติเข้ามามีบทบาทอยู่มาก

ทว่าต่อมา อเมริกันฟุตบอลในจีนกลับเติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะไม่นานหลังจากลีกอารีน่า พวกเขามีลีกอเมริกันฟุตบอลสนามใหญ่ อย่าง อเมริกันฟุตบอลลีกออฟไชน่า หรือ เอเอฟแอลซี เพื่อชิงถ้วยซิตี้ โบวล์ โดยลีกนี้ มีผู้เล่นรวมกันถึง 1,750 คน และมีคนให้ความสนใจหลักแสนคนต่อปี

เท่านั้นไม่พอ ในส่วนของแฟลกฟุตบอล ซึ่งเป็นอีกแขนงของกีฬาชนิดนี้ ปัจจุบันมีทีมกว่า 300 ทีมทั่วประเทศ จาก 16 เมืองใหญ่ ซึ่งเติบโตแบบก้าวกระโดดจากปี2014 ที่มีทีมเพียง 36 ทีมด้วย

มีการคาดการณ์กันว่า มีคนรุ่นใหม่ราว 120,000 ที่ให้ความสนใจที่จะเล่น หรือเป็นส่วนหนึ่งในกีฬาแขนงต่าง ๆ ของอเมริกันฟุตบอล ไม่ว่าจะเป็น อารีน่า ฟุตบอล, อเมริกันฟุตบอลสนามใหญ่ หรือ แฟลกฟุตบอล ในปี 2020 และจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากนี้

ดังนั้นจะเห็นว่า พัฒนาการแบบก้าวกระโดดในประเทศจีน เป็นช่องให้ เอ็นเอฟแอล ก้าวเข้ามามีบทบาทหลังจากนี้ได้ไม่ยาก และถ้าหากเกมเอ็นเอฟแอลในปี 2020 ที่จีนเกิดขึ้นจริง และ ประสบความสำเร็จแล้วล่ะก็

พวกเราแฟนชาวไทย อาจจะได้อานิสงค์ในการได้ดูเอ็นเอฟแอลแถวนี้ไปอีกหลายปีเลยก็ได้…