โอกาสครั้งใหม่ในการโบยบินของ “กวินทร์บินได้”

กวินทร์
6 February 2020
381 VIEWS

นักเตะสัญชาติไทยกลายเป็นวัตถุดิบลูกหนังที่ขายดีในญี่ปุ่นจริงๆครับ

เพียงสัปดาห์เดียวหลังธีรศิลป์ แดงดา กลายเป็นนักเตะสัญชาติไทยคนที่ 3 ในปีนี้ที่จะได้โอกาสข้ามน้ำข้ามทะเลไปเล่นฟุตบอลเจลีก 1 ลีกฟุตบอลสูงสุดของดินแดนอาทิตย์อุทัยกับ ชิมิสุ เอส-พัลส์  ล่าสุด กวินทร์  ธรรมสัจจานันท์ ผู้รักษาประตูดีกรีทีมชาติไทยเจ้าของสมญา “ กวินทร์บินได้” ก็กลายเป็นนักเตะสัญชาติไทยคนที่ 4 ที่จะได้โอกาสมาลงเล่นในลีกฟุตบอลที่ว่ากันว่าดีที่สุดของเอเชีย หลังย้ายจาก โอเอช ลูเวน สโมสรในลีกรองเบลเยี่ยม ไปอยู่กับ คอนซาโดเล ซัปโปโร ทีมดังในเจลีก1 ลีกสูงสุดของประเทศญี่ปุ่นด้วยสัญญาที่คาดว่าจะมีการยืมตัวกันเป็นเวลา 2 ปี

แม้จะยังไม่มีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ แต่ดูเหมือนกระแสข่าวที่ออกมาทำให้เชื่อได้ว่าทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกับดีลนี้ ไม่ว่าจะเป็น โอเอช ลูเวน ต้นสังกัด , คอนซาโดเล ซัปโปโร และตัว กวินทร์ มีการตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหากฟ้าไม่ถล่มแผ่นดินไม่ทลาย กวินทร์ จะได้ย้ายเป็นสมาชิกใหม่ของยอดทีมจากแดนเหนือญี่ปุ่นร่วมกับชนาธิป สงกระสินธ์ อย่างแน่นอน
เบื้องหลังดีลนี้เชื่อได้ว่าเป็นความต้องการของทางสโมสรคอนซาโดเล ซัปโปโร เองที่ต้องการผู้รักษาประตูมือดีมาเป็นกำลังสำรองของทีมทั้งในระยะสั้น และระยะยาว นั่นอาจเป็นที่มาที่ไปของการยืมตัวเป็นระยะเวลานานถึง 2 ปี 

โดยในระยะสั้นยอดทีมจากแดนเหนือของญี่ปุ่นต้องแก้ปัญหาเมื่อ ชุนตะ อะวะกะ ผู้รักษาประตูมือ 3 ของทีมได้รับบาดเจ็บเข่า ทำให้ทีมเหลือผู้รักษาประตูที่น่าจะใช้งานได้ 2 คน คือ กู ซึง ยุน ผู้รักษาประตูมือ 1 ของทีมชาวเกาหลีใต้ และทาคาโนริ ซุเงะโนะ ผู้รักษาประตูมือ 2 จอมเก๋าวัย 35 ปี

ส่วนในระยะยาวว่ากันว่าปีหน้า คอนซาโดเล ซัปโปโร น่าจะต้องเสีย กู ซึง ยุน ไปเข้ากรมเป็นทหารรับใช้ชาติตามกฏหมายของแดนกิมจิ และ ซุเงะโนะ ที่เป็นมือ 2  เองก็ไม่แน่ว่าจะยังเล่นต่อหรือไม่ด้วยอายุอานามที่มากขึ้น ทำให้พวกเขาต้องเตรียมพร้อมรองรับกับเรื่องดังกล่าว
 
นั่นทำให้ กวินทร์ จะได้โอกาสครั้งใหม่ ซึ่งน่าจะบอกว่าเป็นโอกาสสำคัญในการเรียกความมั่นใจของตัวเองกลับคืนมาอีกครั้ง หลังที่ผ่านมาดูเหมือนต้องเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบากในเบลเยี่ยม

แม้การย้ายจาก เมืองทอง ยูไนเต็ด ไปอยู่กับ โอเอช ลูเวน เมื่อช่วงมกราคมปี 2018  จะเป็นดีลที่สร้างความฮือฮา ด้วยสนนค่าตัวที่แพงที่สุดในประเทศไทย และเริ่มออกสตาร์ทการค้าแข้งในลีกยุโรปได้ดีด้วยการได้ลงสนามต่อเนื่อง

ทว่าหลังจากนั้น กวินทร์ ดูเหมือนจะไม่มีโชคเมื่อได้รับบาดเจ็บจนต้องพักยาวไม่ได้ลงสนามไปนาน พอหายเจ็บกลับมาก็ยังไม่สามารถยึดตำแหน่งผู้รักษาประตูมือ 1 ของ โอเอช ลูเวน ได้ จนต้องตกไปเป็นมือ 3 ของทีม

ดังนั้นการออกจาก โอเอช ลูเวน มาร่วมทีมกับ คอนซาโดเล ซัปโปโร จึงถือเป็นโอกาสดีที่ กวินทร์ จะได้เริ่มต้นเรียกความมั่นใจ และทำผลงานกลับมาเป็น “กวินทร์บินได้” อีกครั้ง เพราะดูเหมือนการหาโอกาสลงสนามกับยอดทีมจากแดนเหนือของญี่ปุ่นนั้นจะมีมากกว่าการที่เจ้าตัวยังคงอยู่ในเบลเยี่ยมต่อไป

เนื่องจากสถานการณ์ของทีมจากแดนเหนือญี่ปุ่นดูจะเป็นใจให้แก่นายด่านวัย 30 ปีชาวไทยอย่างยิ่ง ทั้งจากที่ผู้รักษาประตูมือ 3 ได้รับบาดเจ็บขณะนี้ และมือ 2 เองก็อายุอานามมากขึ้นจนใกล้วัยเกษียณของนักฟุตบอลอาชีพเต็มทีไม่รู้จะเลิกเล่นเมื่อไหร่

ส่วนมือหนึ่งอย่าง กู ซึง ยุน นั้น หากใครได้ชมเกมของ คอนซาโดเล ซัปโปโร ผ่านการถ่ายทอดสดของทรูวิชั่นส์มาตลอดจะพบว่าเขามีความผิดพลาดจนนำมาซึ่งการเสียประตูบ่อยครั้ง ดังนั้นมันก็มีโอกาสที่ กวินทร์ จะเบียดแย่งตำแหน่งมือ 1 ได้เช่นกัน โดยไม่ต้องรอให้นายด่านชาวเกาหลีไปเข้ากรมรับใช้ชาติในปีหน้าด้วยซ้ำ

แต่สำคัญคือนายด่านวัย 30 ปีชาวไทยต้องปรับตัวเข้ากับทีม และระบบการเล่นของ คอนซาโดเล ซัปโปโร ที่ มิไฮโล เปโตรวิช กุนซือต้องการให้ลูกทีมเซ็ตบอลจากแดนหลังมาแดนหน้า โดยผู้รักษาประตูต้องสามารถใช้เท้าออกบอลได้ ซึ่งเราเห็น กู ซึง ยุน ทำบ่อยครั้ง ซึ่งบางที กวินทร์ อาจจะยังไม่คุ้นชินนัก

รวมทั้งอีกสิ่งที่สำคัญก็คือ “สภาพร่างกาย” ที่ กวินทร์ ต้องรักษาสภาพร่างกายให้มีความฟิต และปราศจากอาการบาเจ็บรบกวน เพราะหากเกิดบาดเจ็บอีก ก็จะทำให้พลาดการฝึกซ้อม และลงสนาม โอกาสที่จะเรียกฟอร์มการเล่นกลับมาก็จะเป็นเรื่องยากไปในทันที เหมือนที่เจ้าตัวเผชิญที่เบลเยี่ยม

ถ้านายด่านวัย 30 ปีสามารถทำได้ โอกาสที่จะเบียดขึ้นมาเป็นนายประตูมือ 1 ของซัปโปโร ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไป

แต่ กวินทร์ จะทำได้หรือไม่ แฟนบอลชาวไทยอย่างเราจะได้ติดตามเอาใจช่วยไปพร้อมๆกันครับ