ข้อพิพาทครั้งใหม่กับความหวังต่อไปในการกลับมาเตะของฟุตบอลอังกฤษ

5 May 2020
38 VIEWS

อย่างที่รู้กันว่า ตอนนี้ ฟุตบอลอังกฤษ เหลือแค่ 4 ระดับชั้นเท่านั้นที่ยังรอการอนุมัติให้ลงสนามกันอีกครั้ง ซึ่งคือ พรีเมียร์ลีก, เดอะ แชมเปี้ยนชิพ, ลีกวัน และ ลีกทู ที่ต้องรอไฟเขียวจากรัฐบาลสหราชอาณาจักรให้กลับมาลงสนามกันอีกครั้ง แน่นอนว่าในวันนี้ ยังไม่มีไฟเขียวดังกล่าวปรากฏขึ้น เหมือนที่เกิดขึ้นแล้วในเยอรมนีกับบุนเดสลีกา แต่กลับปรากฎสัญญาณใหม่ที่อาจจะทำให้การคืนสนามของฟุตบอลอังกฤษ ยากกว่าเดิม

โดย ริค แพร์รี่ ประธานของ อิงลิชฟุตบอลีก หรือ อีเอฟแอล ได้เปิดเผยถึงข้อพิพาทครั้งใหม่ระหว่างพรีเมียร์ลีก และ อีเอฟแอล เกี่ยวกับการปรับปรุงกฎเงื่อนไขของ พาราชูต์ เพย์เมนต์ (Parachute Payment) ซึ่งมันอาจจะส่งผลต่อการกลับมาของพรีเมียร์ลีก และ ฟุตบอลอังกฤษอื่น ๆ เพราะผลสืบเนื่องของเรื่องนี้มันทำให้การ ตกชั้นในศึกพรีเมียร์ลีก ไม่มีความชัดเจนจนกว่าเรื่องนี้จะถูกนำมาพูดคุยและปรับเปลี่ยนกันอย่างลงตัวให้ได้เสียก่อน

พาราชูต์ เพย์เมนต์ คือ เงินช่วยเหลือที่พรีเมียร์ลีกจะมอบให้กับ สโมสร 3 ทีมที่ตกชั้นไป เพื่อไม่ให้ทีมประสบภาวะช็อกทางการเงินมากเกินไป เพราะเมื่อรายได้จากพรีเมียร์ลีกจากการตกชั้น เท่ากับพวกเขาจะเสียรายได้ไปก้อนใหญ่ แต่ก็ยังพอมีเงินชูชีพ เอาไว้ประคองตัวเพื่อบริหารจัดการให้เอาตัวรอดได้โดยไม่ล้มละลายไปก่อน เปรียบเสมือนการติดร่มชูชีพให้สำหรับทีมที่ตกชั้น เพื่อให้ร่อนลงไปอย่างไม่เจ็บตัว เงินก้อนนี้จึงถูกเรียกว่า “พาราชูต์ เพย์เมนต์”

ซึ่งปัจจุบัน เงินก้อนดังกล่าวจะถูกมอบให้กับทีมที่ตกชั้นเป็นเวลา 3 ฤดูกาล โดยจำนวนเงินจะคิดเป็นเปอร์เช็นต์จากอัตราส่วนจากเงินปันผลที่พรีเมียร์ลีก แบ่งให้กับสโมสรสมาชิกทั้ง 20 ทีมในแต่ละปี โดย ทีมที่ตกชั้นลงไปปีแรก จะได้ส่วนแบ่งอยู่ที่ 55% ของเงินที่พรีเมียร์ลีกแบ่งให้สโมสรสมาชิก ปีที่สองอยู่ที่ 45% และถ้าสโมสรที่ตกชั้นดังกล่าว อยู่ในพรีเมียร์ลีกมามากกว่า 1 ฤดูกาล พวกเขาจะได้ส่วนแบ่งในปีที่ 3 อีกราว 20% ด้วย

3 ปีหลัง พรีเมียร์ลีก ต้องจ่ายเงินก้อนนี้ให้สโมสรที่ตกชั้นไปรวม ๆ ปีละราว 250 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 1 หมื่นล้านบาทต่อปี ซึ่งหลายครั้ง พาราชูต์ เพย์เมนต์ กลายมาเป็นสิ่งที่ทำร้ายระบบลีกของฟุตบอลอังกฤษเอง เนื่องจากมันสร้างความเหลื่อมล้ำมหาศาลระหว่างทีมที่เพิ่งตกชั้นลงไป กับทีมที่ดิ้นรนเพื่อขึ้นชั้นจาก เดอะ แชมเปียนชิพ โดยตัวอย่างที่ชัดเจนคือ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ชุดที่ตกชั้นในฤดูกาล 2015/16 แต่ขึ้นชั้นมาในฤดูกาลต่อมา โดยพวกเขาเลือกใช้เงินที่ได้รับตามสัญญานี้ไปเช็นสัญญากับนักเตะต่าง ๆ จนทำให้ทีมมีอัตราค่าเหนื่อยเพิ่มขึ้นถึง 8% และขาดทุน 55 ล้านปอนด์ ทว่าพวกเขาก็จบฤดูกาลด้วยการขึ้นชั้นกลับมา

นั่นเองที่ทำให้ทั้ง พรีเมียร์ลีก และ อีเอฟแอล ต่างอยากจะหาทางแก้เงื่อนไขของพาราชูต์ เพย์เมนต์ มาตลอดเพื่อให้ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างทีมที่เพิ่งตกชั้นลงไปให้น้อยลง แต่ก็ยังคงสามารถช่วยให้ทีมตกชั้นไม่ต้องเผชิญหน้ากับสภาวะปัญหาทางการเงินได้ไปในเวลาเดียวกัน เพราะจากตัวเลขปีก่อนระบุว่า พรีเมียร์ลีกจ่ายเงินให้กับ อีแอลเอล ไปทั้งหมด 400 ล้านปอนด์ หรือราว 16,000 ล้านบาท แต่เงิน 260 ล้านปอนด์ หรือราว 10,500 ล้านบาทนั้น อยู่กับสโมสรเพียง 9 แห่งเท่านั้น ซึ่งเป็นสโมสรที่ตกชั้นไปจากพรีเมียร์ลีก และได้รับเงินจากกฎ พาราชูต์ เพย์เมนต์

ขณะที่ตอนนี้ อีเอฟแอล เองก็ไม่แน่ใจว่าพวกเขาจะได้ประโยชน์อะไรจากการกลับไปเตะอีกครั้งของพรีเมียร์ลีก ถ้าลีกระดับต่ำกว่านั้นไม่ได้ลงสนามพร้อม ๆ กัน และการจบฤดูกาลโดยยังคาราคาซังปัญหาเรื่อง พาราชูต์ เพย์เมนต์ไว้โดยไม่มีการตกลงให้เรียบร้อยนั่นแสดงว่า หากพรีเมียร์ลีกแข่งขันจนจบ 3 ทีมที่ตกชั้นก็จะได้รับการ “อุ้ม” ตามกฎเกณฑ์เดิมไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด ซึ่งพวกเขาไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น

โดยจากการประชุมระหว่าง อีเอฟแอล กับตัวแทนจากกระทรวงสื่อดิจิตัล, วัฒนธรรม และกีฬา หรือ DCMS เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แพร์รี่ ได้เสนอเรื่องนี้ไปในที่ประชุมเพื่อให้มีการแก้ไข โดยเขายืนยันว่า เขาต้องการจัดการกับกฎนี้ก่อนให้มีการเริ่มกลับมาเตะกันอีกครั้งของฟุตบอลอังกฤษ

“พาราชูต์ เพย์เมนต์ เป็นสิ่งที่ชั่วร้ายซึ่งเราต้องกำจัดให้สิ้นซาก” เขากล่าว “เรามีสโมสร 6 แห่งที่ได้รับเงินจากกฎพาราชูต์ เพย์เมนต์ โดยพวกเขาได้รับเงินเฉลี่ยทีมละราว 40 ล้านปอนด์ ขณะที่อีก 18 สโมสร พวกเขาได้เงินเฉลี่ย 4.5 ล้านปอนด์เท่านั้น

“ดังนั้นเราจึงพยายามดิ้นรนเพื่อจัดการเรื่องนี้อย่างเร็วที่สุด

“เราต้องการรู้ว่าเราจะมุ่งหน้าไปในทิศทางไหนในอีก 2-3 ปีต่อจากนี้ เราต้องการความหวัง เราต้องการแผน และ เราต้องการความชัดเจนในอนาคตระยะยาวของพวกเรา”

อาจต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าที่ พรีเมียร์ลีก กับ อีเอลแอล จะตกลงกันได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่านั่นเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเพื่อรากฐานที่มั่นคงของฟุตบอลอังกฤษนับตั้งแต่ลีกรองลงไป เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว เราอาจจะเห็นสโมสรอย่าง นิวคาสเซิล, ฮัลล์ หรือ เบิร์นลีย์ ที่ขึ้นชั้นจากการใช้เงินพาราชูต์ โดยได้เปรียบทีมอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด และถ้ากฎนี้ยังดำรงต่อไปในระยะยาว เราก็แทบจะไม่มีโอกาสเลยที่จะได้เห็นทีมเล็ก ๆ ที่มีเงินไม่มากได้ลืมตาอ้าปากไปเล่นในพรีเมียร์ลีก…