นาโอกิ ยามาโมโตะ: 27 ปีไม่นานเกิดไปในการเติมเต็มความฝันหลังพวงมาลัยเอฟวัน

8 October 2019
104 VIEWS

มันเป็นความฝันของผม ตั้งแต่ผมยังเด็ก ผมดีใจมาก ๆ ที่จะได้แชร์สิ่งนี้กับเหล่าแฟน ๆ ในสนามที่มหัศจรรย์แห่งนี้ (ซูซูกะ เซอร์กิต) ที่ซึ่งผมได้ดู ฟอร์มูลา วัน เป็นครั้งแรกเมื่อ 27 ปีก่อน

นาโอกิ ยามาโมโตะ กล่าวถึงความรู้สึกหลังได้รับเลือกให้ขับรถของทีม โตโร รอสโซ ลงสนาม ซูซูกะ เซอร์กิต ในรอบฝึกซ้อมรอบแรก โดยเขาจะใช้รถของ ปิแอร์ แกสลีย์ ซึ่งนี่ จะเป็นการจับพวงมาลัยขับ รถสูตรหนึ่ง ครั้งแรกในชีวิตดัวย

แฟน เอฟวัน หลายคนอาจไม่คุ้นชื่อของ ยามาโมโตะ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเขาไม่ใช่คนนักขับในของทีมใดในศึกรถสูตรหนึ่ง แต่เขาก็มีประสบการณ์โชคโชนหลังพวงมาลัย ในฐานะนักขับ ซูเปอร์จีที และ ฟอร์มูลา นิปปง

โดยปีก่อนเขาเพิ่งซิ่ง ฮอนดา เอ็นเอสเอ็กซ์ จีที คู่ใจ คว้าแชมป์ ซูเปอร์จีที ปี 2018 ได้ด้วย ขณะที่ในการแข่งขัน ฟอร์มูลา นิปปง เขาคว้าแชมป์มาแล้ว 3 สมัย ในปี 2013, 2018 และ ปีนี้

ถึงชื่อจะไม่คุ้น แต่ฝีมือของ ยามาโมโตะ น่าจะเป็นของจริง ชนิดที่ เจสัน บัตตัน อดีตนักขับฟอร์มูลาวัน ดีกรีแชมป์โลกปี 2009 ที่ปัจจุบันมาขับ ซูเปอร์จีที ให้ทีม คุนิมิทซึ ทีมเดียวกับนักขับชาวญี่ปุ่นคนนี้ ออกมายืนยันเองว่า เขาฝีมือดีจริง และสมควรได้รับโอกาสในการขับฟอร์มูลา วัน สักครั้งในชีวิต

โอกาสครั้งนี้ของ ยามาโมโตะ ได้รับการสนับสนุนจาก ฮอนดา เจ้าของเครื่องยนต์ที่ทีมเรดบูลล์ และ โตโร รอสโซ ใช้แข่งขันและทำผลงานได้ดีมาตลอด หลังจากเปลี่ยนเครื่องยนต์มาแบรนด์รถจากญี่ปุ่นแบรนด์นี้

สำหรับแฟน ๆ ที่ได้ยินข่าวก็ไม่ต้องตกใจไป เพราะ ยามาโมโตะ จะมาขับแทน แกสลีย์ เพียงแค่รอบฝึกซ้อมรอบแรกเท่านั้น และเมื่อพ้นช่วงพักผ่อน นักขับชาวฝรั่งเศส ก็จะกลับมานั่งหลังพวงมาลัยบนรถของเขา เคียงคู่กับ ดานีล คีฟยาต ต่อไป ไม่ไช่ว่า ด็อกเตอร์ เฮลมุต มาร์โก จะปลดใครออก (อีก) แต่อย่างใด (ฮา)

นี่จะเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี ที่แฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ต ชาวญี่ปุ่น จะได้เห็นนักขับเลือดซามูไร นั่งบังคับรถเอฟวันบนสังเวียนสนามซูซูกะอีกครั้ง โดยครั้งสุดท้ายที่เกิดขึ้น คือในฤดูกาล 2014 สมัยที่ คามุย โคบายาชิ ยังเป็นนักขับของทีม เรโนลต์ อยู่ และเขาขับจบในอันดับที่ 19 ในปีนั้น

ถึงแม้ ยามาโมโตะ จะได้ลงขับแค่ในรอบซ้อม และจะไม่ได้แข่งขันจนจบเรซ แบบที่ โคบายาชิ ทำได้ แต่เชื่อว่า แฟน ๆ ชาวญี่ปุ่น คงจะเข้ามาต้อนรับ รวมถึงส่งเสียงเชียร์ให้เขาในรอบซ้อมรอบแรกกันอย่างแน่นขนัด และ กึกก้องแน่นอน

ซึ่งทาง ยามาโมโตะ ก็คงตั้งใจทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แม้จะไม่ได้มีผลอะไรกับการแข่งขันในเรซนี้ เพราะนี่มันคือความฝันที่เขารอมานานกว่า 27 ปี

ความฝัน ในวัยเด็ก ตั้งแต่อายุเพียง 4 ขว ที่ได้รับการเติมเต็มในวัย 31 ปี

แต่สำหรับความฝันแล้ว ไม่ว่าต้องรอยาวนานแค่ไหน ก็ไม่มีทางจะนานเกินไปอย่างแน่นอน…