สิ่งที่จะหยุด ‘เรือ’ และ ‘เป๊ป’


คำถามง่ายๆ แต่ตอบยากเหลือเกินว่า นอกจากไม้หน้าสามกับหนังสติ๊กแล้ว จะมีอะไรที่สามารถหยุด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากการโต้ลมสู่มงกุฏแชมป์พรีเมียร์ ลีก สมัยที่ 3 ติดต่อกันได้อีกงั้นหรือ ? 

สองฤดูกาลหลังสุดที่กวาดคะแนนรวมกันสูงถึง 198 แต้ม ตอกย้ำตัวตนความเป็นกุนซือ “เพอร์เฟ็กชันนิสต์” ผู้หลงใหลและบ้าคลั่งในความสมบูรณ์แบบของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า  ได้อย่างชัดเจนที่สุด 

กระทั่งหลังชัยชนะหมาดๆ แต่หากมองเห็น “ตำหนิ” จากความผิดพลาดของนักเตะเพียงเล็กน้อย บ่อยครั้งที่เจ้าตัวไม่รีรอต้องขอเคลียร์ให้กระจ่างทันทีเดี๋ยวนั้น 

เก็บรายละเอียดทุกเม็ดเพื่อป้องกันการทำผิดซ้ำแบบเดิมๆ ขึ้นมาอีก 

สไตล์ของเป๊ป ถ้าเปลี่ยนโหมดมาอยู่ในชีวิตจริง ผู้หญิงส่วนใหญ่อาจไม่ปลื้ม ยกเว้นภรรยาที่คบกันมาตั้งแต่อายุ 18 และให้ทายาทสามคนกับเขา บอกว่าไม่มีปัญหาตราบใดพ่อบ้านคนนี้ยังหาเงินเก่ง 55 

เป๊ป ไม่ชอบอะไรที่มาแบบเซอร์ไพรส์ไม่คาดคิด ถ้าไม่นับขนมเค้กวันเกิด เขาต้องการคอนโทรลทุกสิ่งอย่างให้อยู่ในการควบคุม วางแผนล่วงหน้า และต้องเป็นไปตามนั้นเป๊ะๆ 

ฟุตบอลในแบบของเป๊ป จึงโหยหาลูกบอลมาอยู่ในอุ้งเท้าลูกทีมเพื่อเป็นฝ่ายทำเกม และถ้าต้องเสียมันไป นักเตะแมนฯ ซิตี้ จะปรี่รุมขย้ำเหมือนฝูงไฮยีนา แย่งมันกลับมาโดยเร็วที่สุด 

หากทำไม่สำเร็จ พวกเขาจะใช้ “แท็กติคัล ฟาวล์” หยุดคู่แข่งตั้งแต่เริ่มคิดจะเปิดเกมสวนกลับ เป็นการฟาวล์แบบตอดเล็กตอดน้อยอย่างเนียนๆ เพื่อหลีกเลี่ยงใบเหลือง 

นี่คือการควบคุมสถานการณ์ของเกมรับวิธีหนึ่ง ทำให้เกมหยุด นักเตะถอยลงมาประจำตำแหน่งตามที่ซักซ้อม

คู่แข่งแทนจะฉกฉวยความได้เปรียบบ้างจากการดันสูงของผู้เล่นเรือใบ กลายต้องมาเริ่มต้นเซตบอลโดยหันหน้าเผชิญกับทั้ง 11 คน

เพราะเป๊ป กำหนดไว้แล้วให้ต้องเป็นแบบนี้

คุณไม่มีทาง แม้แต่ในฝันที่จะหงายไพ่พลิกเกมมาคอนโทรล เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้อยู่ใต้อุ้งตีนคุณได้ตลอดเวลา

คุณอาจคิดว่าการตั้งรับ 8 คนจะเอาอยู่ แต่นี่คือทีมที่สามารถเปิดเกมรุกด้วยเซนเตอร์แบ็กเป็นตัวที่ 9 หรือ 10 

หรือถ้าคุณคิดว่างั้นรับแมร่ง 10 คน ทิ้งหน้าเป้ายืนโด่เด่โดดเดี่ยว แต่ขอโทษเถอะ ! เอแดร์ซอน ผู้รักษาประตู ก็เปิดเกมได้จร้าาาา

พัฒนาการในฟุตบอลของเป๊ป ทำให้นักเตะทั้ง 11 คนในสนามต้องทำเกมรุกได้ และใช้ประโยชน์จากทุกอณูของสนามให้เป็นประโยชน์ 

อย่างที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ เคยบอก…เลิกคิดเลิกฝันจะคอนโทรลอะไรแมนฯ ซิตี้ ส่วนลิเวอร์พูล มีหน้าที่อย่างเดียว คือทำผลงานให้ออกมาดีที่สุด จากนั้นก็ เอิ่ม สวดมนต์ภาวนาชินบัญชร

โชคไม่ดีที่แม้แต่คาถาศักดิ์สิทธ์ยังไม่ระแคะระคายผิวหนังของเป๊ป กับทีมเรือใบในฤดูกาลก่อน ทั้งที่หงส์แดงกวาดแต้มไปมากถึง 97 คะแนน และแพ้แค่นัดเดียวตลอดซีซั่น

เราเคยตาลุกวาวตอนที่โชเซ่ มูรินโญ่ พาทีมเชลซี คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก ด้วย 95 คะแนนกับการแพ้หนเดียว ว่ามันช่างยอดเยี่ยมยิ่งใหญ่เสียนี่กระไร 

แต่มาวันนี้ กระทั่งขาดแค่สามแต้มจะแตะร้อย กลับถูกเหยียดมองว่าไม่ดีพอ

ฉะนั้น สิ่งที่จะหยุดแมนฯ ซิตี้ ตราบใดที่เป๊ป ยังนั่งหัวโด่บนเก้าอี้ จึงอยู่เหนือการควบคุมของใครคนอื่น หรือทีมอื่น 

มีแต่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กับลูกทีมของเขาเท่านั้น จะกดปุ่มทำลายตัวเอง 

ฤดูกาลที่แล้วเริ่มมีสัญญาณเตือนในช่วง 4-5 เดือนแรกว่าแมนฯ ซิตี้ อาจเป็นโรคภูมิแพ้ตัวเองจากการถูกลิเวอร์พูล ตามบี้กดดันแบบหายใจรดต้นคอ

เป็นสถานการณ์ที่พวกเขาไม่เคยเจอตลอดทั้งซีซั่น 100 แต้ม และเข้าป้ายแบบม้วนเดียวจบ

หลังแพ้เกมแรกของซีซั่นในนัดที่ 16 ต่อเชลซี 0-2 ต้นเดือนธันวาคม พร้อมกับตำแหน่งจ่าฝูงเปลี่ยนมือเป็นของลิเวอร์พูล แรงสั่นสะเทือนจากความกดดันสามารถรับรู้ได้

แมนฯ ซิตี้ แพ้ติดๆ กันอีกสองนัดต่อคริสตัล พาเลซ คาบ้าน ตามด้วยบุกไปโดนเลสเตอร์ ฟัดจมเขี้ยวจิ้งจอก ช่องว่างห่างเพิ่มอย่างน้อย 7 คะแนน 

เมื่อนั้นแหละที่แรงกดดันเริ่มคลายปม พวกเขาไม่อยู่ในสถานะผู้ถูกล่า แต่กลายเป็นผู้ล่า แถมในเวลาเดียวกันก็รับรู้เรียบร้อยว่าผู้ถูกล่าหน้าใหม่อย่างหงส์แดงทีมนี้ มีของไม่ธรรมดา 

จึงกลายเป็นที่มาของการจาริกผลงานชนะ 14 นัดรวด และชนะ 18 จาก 19 เกมหลังสุด 

แต่อย่างน้อยที่สุด การส่งสัญญาณวับๆ แวมๆ ว่าเป๊ป ไม่อาจควบคุมทุกอย่างได้ดังใจหมาย ก็ควรทำให้ทีมไล่หลังไม่ว่าลิเวอร์พูล, สเปอร์ส, เชลซี, อาร์เซน่อล รวมทั้ง แมนฯ ซิตี้ บี เอ๊ย แมนฯ ยูไนเต็ด พอจะมีความหวังกันขึ้นมานิดๆ หน่อยๆ 

ที่สำคัญไปกว่านั้นคือฤดูกาลนี้มีอาวุธลับที่อาจเป็นศัตรูตัวฉกาจของเรือใบสีฟ้า นั่นได้แก่ VAR เทคโนโลยีที่ดูเหมือนไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแถวแมนเชสเตอร์ สักเท่าไหร่ 

บาดแผลจากการถูก VAR พ่นพิษในรอบก่อนรองฯ แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลที่แล้ว ยังไม่หายดี  เป๊ป ยังต้องผิดหวังกับผลเสมอคู่ปรับหน้าเดิมอย่างสปอร์ส 2-2 โดยมีสองเหตุการณ์สำคัญในเขตโทษให้ถกเถียง 

และแน่นอน แมนฯ ซิตี้ เป็นทีมที่เสียผลประโยชน์ทั้งสองหน

หนึ่งคือตอนที่ เอริค ลาเมล่า ใช้แขนเหนี่ยว โรดรี้ ในจังหวะป้องกันเตะมุม แต่ผู้ตัดสินโบกมือเล่นต่อ และทีมงาน VAR ปล่อยผ่าน

หลายคนนินทาว่าน่าจะเป็นจุดโทษมากกว่าไม่ใช่ 

แม้ทาง เดอร์ม็อต กัลลาเกอร์ อดีตผู้ตัดสิน ออกมาชี้แจงเหตุผลว่าทีมงาน VAR จะแทรกแซงการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน ก็ต่อเมื่อเป็นความผิดพลาดแบบทิ่มตาและฟาวล์เคลียร์ 

แต่พอมาถึงเหตุการณ์ที่สอง VAR กลับทำลายบรรยากาศฉลองประตูของเจ้าถิ่น ด้วยการตัดสินว่า อายเมริก ลาปอร์ต  ทำแฮนด์บอลก่อนลูกไปถึง กาเบรียล เชซุส ยิงเข้าไป 

ในเสี้ยววินาทีแบบเรียล ไทม์ ไม่น่าจะมีมนุษย์คนไหนมองทันว่าบอลไปโดนแขนหรือหัวกองหลังแมนฯ ซิตี้ ฉะนั้นจึงควรอนุโลมได้ว่าผู้ตัดสินในสนามคือ ไมเคิ่ล โอลิเวอร์พูล เอ๊ย โอลิเวอร์ เฉยๆ แม้ผิดพลาดก็จริง แต่ไม่โจ๋งครึ่ม ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม เพราะมันเป็นจังหวะที่ได้หรือเสียประตู ทีม VAR สามารถช่วยผู้ตัดสินได้ในทุกกรณี ทั้งการทำฟาวล์และแฮนด์บอล

มันอาจขัดใจแฟนเรือใบอยู่บ้าง แต่ต้องยอมรับว่าทั้งสองเหตุการณ์ไม่เป็นใจให้พวกเขา

บางที สถานการณ์ทำนองนี้แหละคือตัวแปรอีกอย่างที่อยู่เหนือการควบคุมของเป๊ป 

ถึงเล่นดีขนาดไหน สร้างสรรค์โอกาสยิงร่วม 30 ครั้ง แต่ VAR บอกว่าไม่ได้ประตู 

เป๊ปก็เป๊ปเถอะ แบบนี้ต้องยอมเหมือนกัน….


MOST POPULAR

RELATED POSTS

Story

ฟลอยด์ดวลคาบิบ ? เกิดขึ้นได้ถ้าเงินถึง

SPORTDesk. Team

หลังจากคาบิบ มูร์มาโกเมดอฟ นักสู้ MMA เลือดรัสเซียสร้างชื่อก้องโลกวงการต่อสู้ ด้วยการปราบคอเนอร์ แม็กเกรเกอร์ คว้าแชมป์รุ่นไลท์เวทของ UFC สถาบันที่ใหญ่ที่สุดของวงการมิกซ์มาเชียล อาร์ท หรือศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานได้ พร้อมเหตุการณ์อันดราม่าสุดวุ่นวายหลังจากแข่งขัน จากเหตุชุลมุนกันบนเวที 8 เหลี่ยม เมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ตอนนี้กระแสข่าวที่ คาบิบ จะข้ามสายพันธุ์การต่อสู้ โดยจะไปดวลกำปั้นกับ “เดอะมันนี่” ฟลอยด์ เมย์เวเธอร์ จูเนียร์ ในกติกามวยสากลนั้น มีโอกาสมากขึ้นเรื่อย ๆ

Feature

5 เรื่องที่ควรรู้ก่อน ‘ปืน’ ดวล ‘ผี’ เวอร์ชั่น ‘เอฟเอ คัพ’

SPORTDesk. Team

สุดสัปดาห์นี้ไม่มีโปรแกรมพรีเมียร์ลีก เพราะต้องหลีกทางให้กับฟุตบอลเอฟเอ คัพ ฟุตบอลรายการที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และไม่เคยมีที่ว่างให้กับคนแพ้ และแถมรอบนี้ รอบ 32 ทีม มีบิ๊กแมตช์ระดับ 10 กระโหลกเมื่ออาร์เซน่อล ต้องโคจรมาเจอกับแมนฯยูไนเต็ด และนี่คือ 5 ประเด็นที่ควรรู้ ก่อนศึกปืนปะทะผี เวอร์ชั่นฟุตบอลน็อกเอาท์  1.ฟุตบอลเอฟเอ คัพ ปีนี้ เป็นปีที่ 138 แล้ว และ 2 ทีมที่ได้แชมป์รายการนี้มากที่สุด ต้องโคจรมาพบกัน โดย อาร์เซน่อล เป็นแชมป์สูงสุดที่ 13 สมัย ขณะที่แมนฯยูไนเต็ด รองแชมป์ปีก่อน เป็นแชมป์มา 12 สมัย โดยคู่นี้จะซัดแข้งกันตั้งแต่คืนวันศุกร์ 02.55 น.  2. มาเจาะลึกกันที่ตัวผู้เล่น อาร์เซน่อลหมดสิทธิ์ใช้งาน เฮคตอร์ เบเยริน ที่เพิ่งปิดเทอมยาวไปทั้งฤดูกาลแล้ว นอกจากนี้ก็ยังมีร็อบ โฮลดิ้ง และแดนนี่ เวลเบ็ค , ส่วน เฮนริค มคิตาร์ยาน […]

Feature

“ปืน v ผี” แย่งท็อปโฟร์

SPORTDesk. Team

แม้ว่าในช่วง 3-4 ปีหลัง ทั้งสองทีมอย่าง แมนฯยูไนเต็ด และ อาร์เซน่อล จะผลงานตกลงไป แต่การเจอกันของคู่นี้แต่ละครั้ง ดีกรีความร้อนแรงทะลุองศาเดือดเสมอ