แชมเปี้ยนส์ ลีก..มากกว่าเก่งบวกเฮง

หลังอารมณ์และความรู้สึกตกตะกอนนอนก้น เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คงหาเวลาว่างๆ ในช่วงกลางสัปดาห์ของโปรแกรมแชมเปี้่ยนส์ ลีก รอบตัดเชือก กลับมาทบทวนว่าทำไม ทีมมือวางอันดับหนึ่งอย่างแมนฯ ซิตี้ ถึงแหกโค้ง ไม่ได้ผ่านเข้ามาเป็นหนึ่งในจตุรเทพลูกหนังยุโรป ปีนี้ 

เพราะโชค ? เพราะ VAR ? สองอย่างแค่นั้นหรือเปล่า หรือมันมีเหตุผลอื่นที่เขาต้องยอมรับและเรียนรู้ไปพร้อมกับลูกทีม 

ไม่น่ามีใครปฏิเสธหรอกครับว่าแมนฯ ซิตี้ คือทีมที่เล่นบอลดีสุด เก่งสุด ครบเครื่องที่สุดในแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้ 

เหนือไปกว่านั้น พวกเขาเหมือนมีดวงในการจับฉลาก (หลังจากโชคร้ายมาหลายปี) รอบแบ่งกลุ่มได้คู่แข่งเบาโหวงอย่างลียง, ชัคตาร์ โดนเนตสก์ และฮอฟเฟ่นไฮม์ 

เมื่อเทียบสเปอร์ส ต้องปีนลิฟต์ขึ้นชั้นไปดวลกับบาร์เซโลน่า และอินเตอร์ มิลาน 

หรือลิเวอร์พูล โดนทั้งปารีส แซงต์ แชร์กแมง กับนาโปลี ประกบเป็นแซนด์วิชทูนา เข้าสู่รอบ 16  ทีม

ขณะที่แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องสู้รบปรบมือกับเปแอสเช, หงส์แดงหักด่านบาเยิร์น และไก่เดือยทองเจอโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 

เรือใบสีฟ้ายังคงลูบปากหวานเจี๊ยบกับทีมหนีตกชั้่นในบุนเดสลีกา อย่างชาลเก้

ฟุตบอลมักมีวาทกรรมว่าทีมจะเป็นแชมป์ ต้องมีคุณสมบัติสองข้อพร้อมๆ กัน คือเก่งบวกเฮง 

แต่เอาเข้าจริง แค่สองสิ่งนี้บางทีอาจไม่พอ 

ยิ่งเกมในระดับสูงเสียดยุทธภพอย่างแชมเปี้ยนส์ ลีก คุณสมบัติสำคัญลำดับสามจำเป็นต้องมีแบบยิ่งยวด

คือการเล่นที่ต้องละเอียด เนียนกริบ พลาดให้น้อยที่สุด 

ฟุตบอลระดับนี้ หลายครั้งตัดสินกันแค่ว่า “ทีมไหนพลาดน้อยกว่ากัน” 

ถ้าเป๊ป กวาร์ดิโอล่า หาเวลาว่างได้เมื่อไหร่ เขาอาจค้นพบว่านอกจากดวงกับ VAR แล้ว แมนฯ ซิตี้ ของเขา พลาดแม่งโคตรเยอะทั้ง 2 นัดกับสเปอร์ส

พลาดจนไม่สมควรผ่านเข้ารอบ 

และนี่คือบางตัวอย่างที่พอนึกออก

1.VAR ไม่ได้ผูกโบว์มอบกระเช้าของขวัญให้สเปอร์ส แค่ทีมเดียว ความจริง มันทำหน้าที่อย่างเถรตรงเป็นไม้บรรทัดด้วยการให้คุณแก่แมนฯ ซิตี้ ก่อนด้วยซ้ำในนัดแรก

แฮนด์บอลของแดนนี่ โรส ที่กลายเป็นจุดโทษตั้งแต่ต้นเกม 

แต่เพชฆาตสังหารระดับเซร์คิโอ อเกวโร่ กุน ดันหลอกฮูโก้ ยอริส ไม่สำเร็จ

2.รูปเกมทั้งสองนัดแทบไม่ต่างกัน แต่ขณะที่ยกสองมีการทำประตูถึง 7 ลูก เกมแรกที่ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ สเตเดี้ยม กลับมีแค่สกอร์เดียว และเป็นชัยชนะ 1-0 ของเจ้าถิ่น 

ส่วนทีมเยือนวันนั้นอย่างแมนฯ ซิตี้  ยิงทิ้งยิงขว้าง ไม่เน้น ไม่ละเอียด มีโอกาส 10 ครั้่ง เข้ากรอบแค่สองหน แถมหนึ่งในนั้นคือจุดโทษของอเกวโร่ ที่ถูกเซฟโดยยอริส  

นี่ไม่ใช่เกมลีก แต่เป็นบอลน็อกเอาท์บนเวทียุโรป บางที แมนฯ ซิตี้ อาจประเมินความสำคัญของ “อเวย์ โกล” ต่ำเกินไป หรืออาจมั่นใจสูงเกินไปว่าจะกลับไปเช็กบิลในบ้านได้ไม่ยาก 

ที่เจ็บปวดคืออเวย์ โกล หรือประตูในฐานะทีมเยือน กลายเป็นตัวตัดสินว่าใครจะเข้ารอบจากคู่นี้ สเปอร์ส หาโอกาสได้ 11 ครั้่งที่เอติฮัด สเตเดี้ยม เข้ากรอบถึง 7 หน และ 3 ในนั้นคือประตูนอกบ้านล้ำค่า 

3.VAR อาจเป็นแค่เครื่องมือช่วยผู้ตัดสิน แต่ถ้า “คนเล่น” ฉลาดพอ ย่อมศึกษาคู่มือเพื่อใช้ประโยชน์จากมัน

ประตูชัยนัดแรก 1-0 ของซน เฮือน มิน ส่วนหนึ่งต้องโทษฟาเบียน เดล์ฟ  แบ็กซ้ายของแมนฯ ซิตี้  ที่มองข้ามบทบาทสำคัญของ VAR 

รีเพลย์ภาพนั้่นซ้ำอีกครั้่ง กองหน้าเกาหลีใต้ ได้บอลหลุดทางขวาของกรอบประตู แต่เหมือนแตะไม่ดี บอลทำท่าจะเลยออกเส้นหลัง แต่ซน วิ่งตามไปเก็บแล้วเลี้ยงม้วนออกมา แต่งหาเหลี่ยม เปิดช่องให้กว้างขึ้น ก่อนตะบันเรียดเข้ากลางประตู 

จังหวะที่บอลกำลังจะหลุดเส้นหลังไม่หลุดแหล่ ฟาเบียน เดล์ฟ คือคนที่อยู่ใกล้กับซน มากที่สุด ถ้าไม่นับเอแดร์ซอน ผู้รักษาประตู เขามีเวลาขยับเข้าไปแย่ง ประชิดปิดช่อง หรือบังทางระหว่างที่ซน ต้องพยายามหยุดบอลบนเส้นแล้วตีวงเลี้ยว 180 องศา 

แต่เดล์ฟ กลับหยุดเล่นพร้อมกับชูมือฟ้องผู้กำกับเส้นว่าบอลออกเส้นหลังไปแล้ว ทิ้งเสี้ยววินาทีที่มีค่าไปอย่างไร้ประโยชน์  

แม้จะรู้ตัว และรีบขยับเข้าหา ก็สายเกินไปเรียบร้อย 

นั่นคือเดล์ฟ ไม่รู้จักคู่มือใช้งาน VAR  ที่ถูกต้องว่าเขาไม่จำเป็นต้องหยุดเล่นและยกมือฟ้องใคร  ช็อตไหนก้ำกึ่ง 50-50 ไม่แน่ใจ ไม่ร้อยเปอร์เซนต์ ผู้ตัดสินหรือผู้กำกับเส้น ถูกบัญชาให้ปล่อยเกมไหล 

เพราะสุดท้ายถ้าบอลเข้าประตู ย่อมสามารถเรียกดู VAR ได้

บางที ความที่พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ยังไม่ใช้ VAR มาช่วยตัดสินจนกระทั่งฤดูกาลหน้า อาจทำให้นักเตะลืมตัว ไม่คุ้นชิน 

แต่มันเป็นความผิดพลาดข้อใหญ่ นำไปสู่หายนะของเรือใบ

4.หลายคนพูดแล้ว คงไม่จำเป็นต้องรื้อต่อกับความผิดพลาดของอายเมริค ลาปอร์ต ถึงสองดอกเน้นๆ และทำให้แมนฯ ซิตี้ พลิกตามหลัง 1-2 สถานการณ์เหมือนโดนบีบไข่จนหน้าเขียว เพราะต้องยิงเพิ่มถึงสามลูกเพื่อแซงเข้ารอบ 

โดยมีข้อแม้ว่าห้ามเสียอีกเด็ดขาดแม้แต่ประตูเดียว 

นักเตะเรือใบรีดเหงื่อรวมพลังจนทำได้ตามเงื่อนไขแรกตั้งแต่ไม่พ้นหนึ่งชั่วโมง ด้วยการซัดอีกสามตุง กลับมานำ 4-2 

แต่พวกเขาทำไม่สำเร็จกับเงื่อนไขข้อสอง เพราะดันเสียประตูเพิ่มจากลูกเตะมุม

ความจริง แมนฯ ซิตี้ ยังมีเวลาเหลือร่วมๆ 20 นาที แต่อย่าลืมว่าพวกเขาเร่งเครื่องจนเกือบไหม้มาตั้งแต่เสียงนกหวีดคิกออฟแล้ว

ความผิดพลาดทั้งหลายแหล่จากช่วงต้นเกม หรือตั้งแต่แมตช์แรกด้วยซ้ำ เท่ากับซิตี้ หางานให้ตัวเองจนสถานการณ์เข้าขั้นคับขัน

5.ข้อนี้ ไม่เกี่ยวกับความผิดพลาดของแมนฯ ซิตี้ แต่ต้องให้เครดิตเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ว่าทำได้สมราคาคุยตั้งแต่ก่อนเตะยกแรก

วันนั้น กุนซือสเปอร์ส พูดถึงการเจอกันระหว่างเขากับเป๊ป กวาร์ดิโอล่า สมัยทำศึกดาร์บี้ แมตช์ เอสปันญ่อล กับบาร์เซโลน่า 

ว่าแม้เป็นรองในด้านตัวผู้เล่นขนาดไหน แต่เอสปันญ่อล ไม่เคยยอมก้มหัวง่ายๆ ทุกครั้งที่เจอกัน บาร์ซ่าต้องเหนื่อย ต้องรีดเหงื่อเป็นปี๊บๆ 

โปเช็ตติโน่ กระชุ่นปิดท้ายว่าเป๊ป รู้ดี จะต้องเจอกับบอลสไตล์ “กูไม่กลัวมึง” ของสเปอร์ส 

แล้วเขาก็ท้าชนแบบนั้นทั้งสองนัด โดยเฉพาะในบ้านของแมนฯ ซิตี้ ที่ยังจัดแนวรุกลงสี่คนเท่ากับเกมแรก 

เป็นแท็คติกที่พร้อมแลก “ได้เสีย” ด้วยเป้าหมายคือประตูในฐานะทีมเยือน 

กระทั่งท้ายครึ่งแรก ตอนที่มุสซ่า ซิสโซโก้ เล่นต่อไม่ไหว และสเปอร์ส ยังกุมความได้เปรียบ แม้โดนแมนฯ ซิตี้ แซงนำ 3-2 

สถานการณ์ชวนคิดว่าโปเช็ตติโน่ จะเพลย์เซฟด้วยการส่งตัวรับเหมือนๆ กันลงมาแทน 

ถ้าเป็นทีมอื่น และต้องมาเยือนแมนฯ ซิตี้ ก็คงทำแบบนั้น ไม่แปลกและไม่ผิด

แต่เปล่าเลย กลับกลายเป็นกองหน้าอย่างเฟร์นานโด ยอเรนเต้ ที่ได้รับโอกาส พร้อมกับขยับหมากในแดนกลาง โดยที่มีวิคเตอร์ วันยามา เป็นคนเดียวที่มีสกิลเกมรับธรรมชาติ 

นาทีนั้น สเปอร์ส อุดมไปด้วยตัวรุกทั้งซน, เดเล่ อัลลี, คริสเตียน เอริคเซ่น, ลูกัส มูร่า รวมถึงยอเรนเต้ 

นี่คือบอลสไตล์  “กูไม่กลัวมึง” ที่ทำให้สเปอร์ส บุกมาปล้นสะดมประตูล้ำค่าจากแมนฯ ซิตี้ ได้ถึงสามลูก….


MOST POPULAR

RELATED POSTS

Thought

ใกล้แค่ไหนคือ “ไกล”

ไข่มุกดำ

ปรบมือสิครับ! พร้อม ๆ กับยืน standing ovation ให้กับทัพนักเตะ “ซามูไร บลู” ญี่ปุ่นที่ต่อกรกับ1 ในตัวเต็งอย่าง เบลเยียมได้แบบสมศักดิ์ศรี

Thought

บทเรียนลูกผู้ชาย

ลูกแม่กิ่ง

หมุนเข็มนาฬิกาย้อนเวลากลับไปในเกมที่ลิเวอร์พูลเอาชนะไบรจ์ตันได้อย่างหวุดหวิด 1-0 เมื่อสัปดาห์ก่อนในเกมนั้นมีอยู่ 2-3 จังหวะที่อลิสซันได้แสดงทักษะการครองบอลให้เห็นซึ่งหนึ่งในนั้นคือลูกชิพหรือลูกยกบอลอย่างเหนือชั้นหลบคู่ต่อสู้ก่อนจะจ่ายบอลให้กับเพื่อนต่อได้อย่างสบาย ๆ

Thought

วาง “กับดัก” กดดัน

ไข่มุกดำ

งานนี้มีแต่คน “ล้อเลียน” ทริปเปียร์ และความผิดพลาดดังกล่าวที่ดูแล้ว “เหลือเชื่อ” ว่าจะเกิดขึ้นได้จริง ๆ ในเวทีฟุตบอลระดับสูง