เหล้าเก่าในขวดใหม่

เห็นฟอร์มของจอร์แดน เฮนเดอร์สัน ในสองนัดหลังสุด  แอบเสียดายว่าเจอร์เก้น คล็อปป์ ใช้ประโยชน์จาก “กัปตัน” แค่ครึ่งเดียวในห้วงเกือบสี่ฤดูกาล

ปล่อยให้โดนเด็กหงส์รุมทึ้งล่อเป้าจิกหัวด่าอยู่นานว่าเป็นส่วนเกินของทีม

กระทั่งคล็อปป์ ต้องแอ่นอกยกมือยอมรับว่าผิดเองที่ไม่ศึกษาเฮนโด้ ให้ละเอียดกว่านี้

บางที เพราะความไม่นิ่งในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับทั้งก่อนและหลังที่อดีตกุนซือดอร์ทมุนด์ ยกเลิกโปรแกรมพักผ่อนแบบไม่มีกำหนดเพื่อมารับเผือกร้อนจากเบรนแดน ร็อดเจอร์ส ในเดือนตุลาคม 2015 

สตีเว่น เจอร์ราร์ด เพิ่งรูดม่านอำลาทีมในช่วงซัมเมอร์ พร้อมกับส่งมอบปลอกแขนกัปตันทีมให้เฮนเดอร์สัน รับไปสวม

สองปีต่อมา ลูคัส เลว่า ย้ายไปลาซิโอ ตามด้วยเอ็มเร่ ชาน เผ่นซบยูเวนตุส แบบฟรีๆ หลังหมดสัญญา 

เหล่านี้คือ “โฮลดิ้ง มิดฟิลด์” ที่ควรมีบทบาทในการสร้างทีมของคล็อปป์ จะมากบ้างน้อยบ้างว่ากันไป 

สุดท้ายกลายเป็นเฮนโด้ ที่ยืนหยัดแบบ Last man standing บวกกับความเป็นผู้นำในห้องแต่งตัวนอกเหนือจากปลอกแขน

สถานการณ์พาไปให้ทุกอย่างเลยตามเลยและเลยเถิด

ทั้งที่หลายคนทักท้วงเสียงดังว่านี่ไม่ใช่นักบอลที่เกิดมาเพื่อเล่นตำแหน่งนี้

แต่คล็อปป์ ก็พยายามพิสูจน์ความเชื่อตัวเอง

อย่างที่บอกว่าเขาลืมย้อนกลับไปศึกษาว่าในยุคของร็อดเจอร์ สามารถปั้่นเฮนโด้ ให้ปังได้ในบทบาทของมิดฟิลด์ box to box 

ครั้งหนึ่ง ผมเคยเทียบจอร์แดน เฮนเดอร์สัน ว่าเหมือน “เป็ด” 

บินได้ ว่ายน้ำได้ แต่ไม่เก่งสุดๆ สักอย่าง

สำหรับนักบอลเผ่าพันธุ์นี้ ไม่สมควรจับให้เล่นบทใดบทหนึ่งแบบตายตัว เพราะคุณสามารถหาคนที่ดีกว่าในตำแหน่งนั้นได้เสมอ 

เหมือนที่คล็อปป์ เจอแล้ว และเฮนโด้ ก็ยอมรับอย่างลูกผู้ชายว่าฟาบินโญ่ เล่นในฐานะโฮลดิ้ง มิดฟิลด์ ได้เนียนตากว่า ดูเป็นธรรมชาติกว่า 

ส่วนนักเตะอย่างเฮนโด้ ต้องให้ทำงานมากกว่าหนึ่งหน้าที่ เอาประโยชน์ด้านหนึ่งไปกลบจุดด้อยด้านอื่น คุณถึงจะเห็นคุณค่าได้แบบเต็มๆ 

เขาไม่ใช่มิดฟิลด์รุกที่เก่งที่สุด ไม่ใช่กลางรับที่เนี้ยบที่สุด รวมถึงไม่ใช่ตัวเปิดเกมที่ดีที่สุดเช่นกัน

แต่เฮนโด้ มีคุณสมบัติทั้ง 3-4-5-6 อย่างคลุกแบบยำรวมมิตรอยู่ในตัว 

ก่อนโดนปรับบทบาทในสองนัดหลัง ผลงานทั้่งซีซั่นนี้ เขียนว่า 0 ประตู กับ 0 แอสซิสต์ 

แต่พอโยกมาเล่นมิดฟิลด์ตัวข้าง มีอิสระมากขึ้นในการวิ่งสนับสนุนเกมรุก และอาศัยลูกขยันลงมาช่วยเกมรับ นั่นคือเด็กหงส์ถึงได้เห็นเฮนโด้ คนเดิมเมื่อ 4-5 ปีก่อน

ฤดูกาลลุ้นแชมป์ของร็อดเจอร์ส 2013/14 นักเตะคนนี้กดไป 4 ลูกและ 7 แอสซิสต์ในพรีเมียร์ ลีก 

แค่นั้นยังน้อยไป เพราะปีถัดมา ขยับเพิ่มเป็น 6 ลูก กับ 9 แอสซิสต์เฉพาะในลีก สถิติบอกว่าในทุกรายการ มีส่วนถึง 21 ประตูของลิเวอร์พูล 

แต่หลังจากคล็อปป์ มาคุมทีมตอนต้นซีซั่น  15/16 ผลงานใส่สกอร์ของเฮนโด้ หล่นฮวบฮาบเหลือปีละไม่เกิน 2 ประตู 

โชคดี แกเร็ธ เซ้าธ์เกต กุนซือทีมชาติอังกฤษ ช่วยให้คล็อปป์ ตาสว่างกับการเห็นนักเตะตัวเองถูกจับยืนด้านข้างของเดแคลน ไรซ์ ในสีเสื้อสิงโตคำราม 

หนึ่งแอสซิสต์ และเป็นแอสซิสต์แรกของฤดูกาลในนัดบุกถล่มมอนเตเนโกร 5-1 

พอกลับมาเมลวู้ด เฮนโด้ ถึงตัดสินใจเปิดอกคุยกับคล็อปป์ แบบซีเรียส 

กระทั่งในเกมแซงทุบเซ้าธ์แฮมป์ตัน ทั้งยิงทั้งจ่ายในเวลาแค่ครึ่งชั่วโมงที่เปลี่ยนตัวลงสนาม 

แถมมีส่วนกับประตูในชัยชนะเหนือปอร์โต้

เป็นเหล้าเก่าในขวดใหม่เอี่ยมอ่อง หากรสชาดยังเหมือนเดิม…เอิ๊ก


RELATED POSTS

Thought

แท็คติกส์ “โต้กลับ” ด้วยขุนพล “มด” เม็กซิโก

ไข่มุกดำ

เป็นฟุตบอลอีกแมตช์ที่ “พลิกล็อก” ระดับสะท้านโลก!!! กล่าวคือ ฟุตบอล ไม่ว่าจะเป็น “แชมป์โลก” หรือมีดีกรีติดตัวขนาดไหน สามารถมีวันเบา ๆ ทุกอย่างไม่เป็นใจ และแพ้ได้

Feature

“7 ประจัญบาน” 4 ลีกบิ๊กยุโรป

SPORTDesk. Team

สุดสัปดาห์นี้ นอกจากแฟนบอลจะได้ชมเกมบิ๊กแมตช์ทั้ง “แดงเดือด” ภาค 2 และ “คาราบาว คัพ” นัดชิงฯแล้ว ยังมีฟุตบอลคุณภาพคับแก้วในลีกยักษ์ใหญ่ของยุโรป

Story

หน้าสุดท้ายบนถนนสายลูกหนังของ ฟาน เดอร์ ฟาร์ท

SPORTDesk. Team

ฟุตบอลต้นยุค 1990s และ 2000s ทีมไอแอ๊กซ์ หนึ่งในสโมสรชั้นนำของเนเธอร์แลนด์เป็นโรงงานผลิตดาวรุ่งมาประดับวงการฟุตบอลยุโรปมากมาย โดยพวกเขาประสบความสำเร็จสูงสุดคือการเป็นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 1994-95 ด้วยการโค่นเอซี มิลาน ที่แอนสต์ ฮัปเปิ้ล สตาดิโอน 1-0 ในนัดชิงชนะเลิศ