ปริศนา “ฟาบินโญ่”

2 April 2019
3,531 VIEWS

ก่อนสงครามสัตว์ปีกที่แอนฟิลด์ เมื่อคืนวันอาทิตย์ เด็กหงส์ ซึ่งเข้าใจว่าน่าจะส่วนใหญ่ คงงุนงง คำถามผุดพุ่งพล่านในหัวว่าทำไม ฟาบินโญ่ มิดฟิลด์ที่คลาสบอลดีสุดในทีมลิเวอร์พูล ฤดูกาลนี้ ถึงมีชื่อแค่ตัวสำรองบนม้านั่งข้างสนาม 

ความประหลาดใจไม่ได้เกิดขึ้นในหมู่เดอะ ค็อป เท่านั้น แม้แต่เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือสเปอร์ส ก็ออกมาเผยหลังเกมว่าในห้องแต่งตัวของทีมเยือน นักเตะไก่เดือยทองพากันหัวเราะคิกคักเมื่อเห็นไลน์อัพ

สองมิดฟิลด์ค่าตัวรวมกันกว่า 100 ล้านปอนด์ของลิเวอร์พูล กลายเป็นคนดู ขณะที่เจอร์เก้น คล็อปป์ จู่ๆ กลับมาไว้ใจสามทหารเสืออย่างจอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เจมส์ มิลเนอร์ และจินี่ ไวนัลดุม 

แฟนลิเวอร์พูล อุตส่าห์เบาใจมาพักใหญ่ที่ความกังวลของพวกเขาเหมือนจะส่งเสียงดังไปถึงหูคล็อปป์ เพราะมิดฟิลด์สามคนนี้ไม่เคยออกสตาร์ตตัวจริงพร้อมกันในพรีเมียร์ ลีก นับตั้งแต่ความพ่ายแพ้ครั้งแรกและนัดเดียวต่อแมนฯ ซิตี้ 1-2 เมื่อต้นปี 

หลังจากนั้น ไม่ใครคนใดคนหนึ่งหรือสองคนต้องหลีกทางไปนั่งดูเพื่อนเล่น

ยกเว้นอยู่เกมหนึ่งที่คล็อปป์  อยากลองของด้วยการจัดสามคนนี้ เป็นตัวจริงในแมตช์เยือนบาเยิร์น มิวนิค นัดสองของศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีม 

รูปเกมเป็นรองเจ้าถิ่นตั้งแต่ออกสตาร์ต จนมาถึงจุดเปลี่ยนภายในแค่สิบนาทีแรก เมื่อเฮนโด้ เจ็บ พยายามฝืนเล่นต่อก็ไม่ไหว สุดท้ายต้องแตะมือให้ ฟาบินโญ่ ลงมาคุมแดนกลาง

เกมของลิเวอร์พูล ดูนิ่งขึ้น ดีขึ้น อย่างมีนัย 

หลังจากเริ่มปรับตัวได้กับฟุตบอลในวิถีของคล็อปป์ ทุกคนก็ก้มหัวยอมรับว่าฟาบินโญ่ คือของจริง มีความสามารถบางสิ่งอย่างที่ต่อให้จับเฮนโด้, มิลเนอร์ และไวนัลดุม มัดรวมกันก็สู้ไม่ได้

เขาต้องเป็นตัวเลือกแรกในแดนกลางของลิเวอร์พูล เหมือนที่คล็อปป์ ไม่เคยเปลี่ยนสามกองหน้า และแบ็กโฟร์ ถ้าไม่จำเป็น

แต่พลันปรากฏไลน์อัพในเกมสำคัญที่ต้องชนะสถานเดียวเพื่อกลับไปนำจ่าฝูง คล็อปป์ ตกเป็นจำเลยสังคมของเด็กหงส์ทันที

กุนซือเยอรมันพยายามอธิบายว่ากองกลางทุกคนซ้อมดีมาก พร้อมแย่งตำแหน่งตัวจริงไม่เว้นกระทั่งอดัม ลัลลานา แต่นั่นย่อมฟังขึ้นยาก 

หรือประเด็นฟาบินโญ่ กลับมาจากทีมชาติช้ากว่าเพื่อน ก็คงไม่ใช่ปัญหา เพราะบราซิล ไปเตะที่สาธารณรัฐเชก หลังจากอังกฤษ หวดคัดยูโร แค่วันเดียว แถมมิดฟิลด์หัวเหม่งถูกส่งลงสนามฆ่าเวลาไม่ถึง 3 นาที

“ลิเวอร์พูล เอ็คโค่” หาทางคลายปมสงสัยว่าทำไม คล็อปป์ พยายามฝืนแรงโน้มถ่วงด้วยการดร็อปฟาบินโญ่ 

หนึ่งเหตุผลที่พอมีน้ำหนัก คือเรื่องแท็คติก 

คล็อปป์ อาจมองว่าสเปอร์ส มีบางอย่างคล้ายเวอร์ชั่นอัพเกรดของวัตฟอร์ด ตอนบุกมาแพ้ยับ 0-5  ที่แอนฟิลด์ ปลายกุมภาพันธ์

แตนอาละวาดในเกมนั้น จัดทัพระบบ 4-2-2-2 ไม่มีปีกธรรมชาติ เน้นบู๊ตรงกลาง 

ปรากฏว่าริมเส้นด้านข้างทั้งสองฝั่ง โดนเทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ กับแอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ทะลวงสนุกสนาน ทั้งสองคนช่วยกันแอสซิสต์ทั้่ง 5 ลูกของลิเวอร์พูล 

ส่วนมิดฟิลด์ ซึ่งนัดนั้นส่งฟาบินโญ่, ไวนัลดุม และมิลเนอร์ ทำหน้าที่รับมือความพยายามช่วงชิงพื้นที่ยุทธศาสตร์กับทีมเยือน

ฟาบินโญ่ โดดเด่น เป็นคนเดียวในสามมิดฟิลด์ที่ไม่ถูกเปลี่ยนออก 

แต่กลางสเปอร์ส เก่งกว่า แกร่งกว่า เมื่อเทียบกับวัตฟอร์ด 

บางทีนี่คือเหตุผลที่คล็อปป์ เลือกใช้งาน “นักรบ” ลงก่อน “ศิลปิน” 

มิดฟิลด์อาจจะด้อยความคิดสร้างสรรค์ในการทำเกมรุกไปบ้าง แต่มันคุ้มค่าแลกกับความแน่นหนาของเกมรับ

ยิ่งมิลเนอร์ แทบจะฉีกออกมายืนแบ็กซ้ายด้วยซ้ำ เวลาโรเบิร์ตสัน ดันสูง แปลว่าเฮนโด้ กับไวนัลดุม ต้องวิ่งรับผิดชอบพื้นที่ตรงกลางมากขึ้น 

ส่วนบทบาทเกมรุก โยนให้ฟูลแบ็กช่วยสนับสนุนกองหน้า เพราะสเปอร์ส ก็คล้ายกับวัตฟอร์ด เน้นกลาง ไร้ปีก 

ไม่บังเอิญที่สองลูกในเกมนี้ โรเบิร์ตสัน ได้ไปหนึ่งแอสซิสต์ ขณะที่เทรนท์ มีส่วนกับประตูชัย 

นี่คือความพยายามของ “เอ็คโค่” เพื่อช่วยแกะปมสงสัยว่าทำไม คล็อปป์ กล้าๆ ตัดฟาบินโญ่ ออกจากทีม

เคลียร์ได้ แต่ไม่หมดทุกเม็ด 

โดยเฉพาะอิมแพ็กต์ของมิดฟิลดด์แซมบ้าตั้งแต่เปลี่ยนลงสนามในช่วงไม่ถึง 15 นาทีสุดท้าย 

เด็กหงส์ยิ่งคาใจสงสัยหนักกว่าเดิม 

นอกจากหั่นหลุดตัวจริงแล้ว คล็อปป์ ยังคิดช้าทำช้า ปล่อยให้ทีมเป็นรองจนมาโดนตีเสมอ

ก่อนเฮนโด้ กับ มิลเนอร์ โดนเด็ดออก กลางหงส์เสียการทรงตัว คุมสถานการณ์ไม่อยู่ ขณะที่โปเช็ตติโน่ ปรับหมากจากวิงแบ็ก มาเล่นแบ็กโฟร์ ดันรุกแบบข้าไม่กลัวเอ็งอีกแล้ว

คล็อปป์ พยายามตอบโต้ ขยับไวนัลดุม ไปยืนหน้าขวา หุบซาลาห์ เป็นตัวเป้า งัดแผน 4-2-3-1 แต่ปัญหาคือผู้เล่นยังชุดเดิมตั้งแต่ต้น

กระทั่งถูกตีเสมอไปร่วม 7 นาที ข้างสนามถึงค่อยขยับ มีเวลาให้คนใหม่แค่สิบนาทีเศษ

ถ้าฮูโก้ ยอริส ไม่พลาด โชคไม่มา หรือฟาน ไดค์ ไม่โชว์คลาสความเป็นกองหลังระดับโลกในช็อตนั้น

ไม่อยากนึกภาพเลยว่าอารมณ์ของแฟนลิเวอร์พูล วันนี้จะหดหู่ขนาดไหน 

การตัดสินใจเลือกตัวจริงของคล็อปป์ โอเคต้องเคารพ ต้องให้เกียรติ แต่เปลี่ยนช้า รอเวลาโดน กับทรงเกมที่แย่ลงเรื่อยๆ อันนี้ไม่เข้าใจ 

อย่าลืมว่าซุ้มสำรองของลิเวอร์พูล ฤดูนี้ ไม่ห่วยเหมือนปีก่อนๆ อะไหล่มี ดีกว่าตัวจริงเสียอีก 

สถิติของฟาบินโญ่ ตอกย้ำบทบาทที่สำคัญ

ลิเวอร์พูล เล่นในพรีเมียร์ ลีก รวมถึงชปล. ฤดูกาลนี้ โดยที่เขาส่วนร่วมไม่ถึง 45 นาที รวมแล้ว 20 นัด ปรากฏทีมชนะ 13 เสมอ 3 แพ้ถึง 4 ยิงได้ 35 เสีย 15 ประตู

เมื่อเทียบกับฟาบินโญ่ อยู่ในสนามอย่างน้อย 45 นาที รวม 20 นัด ลิเวอร์พูล ชนะ 15 เสมอ 5 ไม่มีแพ้ ยิงได้ 49 เสีย 12 ประตู 

นี่คือนักเตะที่เด็กหงส์ลงความเห็นเอกฉันท์ว่าต้องเป็นตัวจริง มีชื่อใน 11 คนแรกทุกๆ เกมที่เหลือ 

ต่อให้ต้องสวมถุงมือเฝ้าเสาแทน อลิสซอน เบ็คเคอร์ ก็เถอะ !