‘ซีดาน’ หรือ ‘เบล’ ใครจะอึดกว่ากัน?

จนแล้วจนรอด แกเร็ธ เบล ก็ยังไม่ไปไหนเสียทีนะครับ หลัง “เกือบ” โดนยัดมัดปากกระสอบแล้วโล้สำเภาไปไกลโพ้นถึงเมืองจีน สมใจปรารถนาของ ซีเนอดีน ซีดาน 

แต่สุดท้าย ท่านประธาน ฟลอเรนติโน่ เปเรซ สั่ง “คัต” หยุดเรือเอาดื้อๆ อย่างนั้น

ผมตามข่าวนี้มาตลอด…แบบเงียบๆ เพราะนึกว่าคงจบไม่ช้า ตอนที่ เปเรซ ตามไปง้อ ซีดาน กลับมาคุมทีมคำรบสองช่วงปลายฤดูกาลก่อน 

พอซัมเมอร์ เรอัล มาดริด น่าจะหาทางออกกดชักโครกไล่ เบล ออกไปพ้นหูพ้นตาของกุนซือหัวเหม่งได้เสียที 

มันคือสัญญาใจที่ เปเรซ รับปากกับ ซีดาน ไว้ว่าอย่างน้อยที่สุด จะพยายามทุกวิธีเพื่อขจัดนักเตะที่กวาดความสำเร็จมากถึง 13 แชมป์ตลอด 6 ปีในซานติอาโก้  เบร์นาเบว 

ถ้าข่าวที่หลุดออกมาไม่ขาดสายในห้วงสองเดือนหลัง มีส่วนจริงมากกว่าลือ ก็ต้องถือว่า เปเรซ ทำตามที่ให้สัญญาไว้นะครับ ด้วยการจับ แกเร็ธ เบล ล้างน้ำสะอาดสะอ้านแล้วไปเร่เสนอให้ทีมโน้นนั้นนี้จนนับด้วยนิ้วมือข้างเดียวไม่พอ 

แต่ปัญหาที่หลายทีมพบเหมือนกันและส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัดลม คือสู้ค่าเหนื่อยแพงระยิบของนักเตะไม่ไหว 

ไหนจะค่าตัว เมื่อเทียบกับอายุขึ้นหลักสามไปหมาดๆ ซึ่งเป็นขาลงของอาชีพค้าแข้ง

ในแง่ธุรกิจถูกมองว่าไม่คุ้ม เพราะซื้อ เบล เวลานี้ เหมือนซื้อรถเก่าที่อาจยังขับได้ดี แอร์เย็นเฉียบ แต่ก็มีเสียต้องเข็นเข้าอู่เป็นระยะ และเผลอๆ ใช้งานไป 2-3 ปี จะปล่อยต่อ ก็หาคนซื้อยาก ราคาตก 

ไม่ว่าจะมองเหลี่ยมไหน ก็หาจุดคุ้มไม่เจอ 

โอกาสเล่นในยุโรป กับทีมอื่น แทบเป็นไม่ได้ ถ้า เบล ไม่ยอมถอยด้วยการลดค่าเหนื่อยตัวเอง

กระทั่งทางเดียวและน่าจะเป็นคำตอบสุดท้าย คือการหาเวทีสำรองที่พร้อมจ่ายไม่อั้น หวังผลทางการตลาด เพื่อโปรโมตมากพอๆ กับความสำเร็จในสนาม

ชื่อของ เบล ขายไม่ได้แล้วในยุโรป แต่บางตลาดอย่างลีกจีน เขายังได้ชื่อเป็นซูเปอร์สตาร์

ตัวละครสำคัญอย่าง เจียงซู ซูหนิง ถึงโผล่เข้าฉากในช่วงหลัง และทำท่าจะมาเร็ว เคลมเร็ว

แม้ข่าวตอนแรกยังมีความอิดออด เล่นตัวอยู่บ้างจากฝั่งนักเตะที่คงอยากใช้ชีวิตในยุโรป มากกว่าอีกซีกโลกหนึ่ง

แต่ ซูหนิง แก้เกมฉับไว จัดข้อเสนอที่คงมีแต่คนบ้าเท่านั้นจะปฏิเสธ ด้วยการให้ค่าเหนื่อยมหึมาตาถลนถึง 1,000,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ 

อ่านว่าหนึ่งล้านปอนด์ ไม่ใช่ต่อเดือน หรือต่อปี แต่ภายในสัปดาห์เดียว 

แน่นอนครับ ถ้าไม่อุทานว่าบ้าไปแล้ว ทุกคนก็น่าจะคิดในใจทำนองนั้น 

แต่ขึ้นชื่อว่าคนจีน ไม่มีชนชาติไหนช่ำชองเชี่ยวชาญและชำนาญการค้าขายไปมากกว่าพวกเขา ซูหนิง ยื่นข้อแม้กับ เรอัล มาดริด ว่าดีลนี้ต้องเป็นการย้ายแบบไม่มีค่าตัว 

พูดง่ายๆ ว่า ย้ายฟรี นั่นเอง 

พวกเขาฉลาดที่ฉกฉวยโอกาสจาก “ภาวะอารมณ์” ของชุดขาวบนความอยากขจัด เบล ไปให้พ้นหูพ้นตา ยิ่งเร็วได้เท่าไหร่ยิ่งดี

ในแวบแรก มาดริด เกือบหลงคารม หรืออาจเรียกว่ายินยอมโดยสมัครใจ เมื่อคำนวนว่าต่อให้เสียไปฟรีๆ อย่างน้อยก็ดีกว่าจ่ายเงินจ้างนักเตะไปตีกอล์ฟ รวมๆ แล้วสูงกว่า 50 ล้านปอนด์ตลอดสัญญาที่เหลืออีกสามปี

ส่วน ซูหนิง ความใจป้ำประเคนระดับล้านปอนด์ต่อสัปดาห์ เผินๆ เหมือนอาเสี่ยผลาญเงินหยวนโดยไม่คิด 

แต่ขอประทานโทษ มันคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม ถ้าสุดท้ายแล้ว มาดริดยอมปล่อย เบล มาแบบฟรีๆ 

เพราะถ้าการย้ายของเบล ซูหนิงจำเป็นต้องใช้เงินซื้อเช่นเดียวกับทีมในยุโรป สมมุติว่า 60 ล้านยูโร ตามราคาประเมินจากเว็บไซต์ทรานสเฟอร์มาร์เกต

โดยกฏหมายของประเทศจีน สโมสรที่อิมพอร์ตนักเตะจากนอกประเทศ ต้องจ่ายภาษีเข้ารัฐด้วยตัวเลขเดียวกับค่าตัวของนักเตะคนนั้น 

แปลไทยเป็นไทยคือมูลค่าจะถูกเบิ้ลเป็นสองเท่า กรณีของ เบล 60 ล้านยูโร หมายถึง ซูหนิง ต้องจ่ายหลังอานถึง 120 ล้าน โดยแบ่งครึ่ง-ครึ่งระหว่าง มาดริด กับ รัฐบาล

นั่นคือที่มาว่า ทำไม ทีมในลีกจีน ไม่ค่อยซื้อนักเตะต่างชาติมาแพงนัก แต่มีปัญญาป้อนค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 3-4 แสนปอนด์สบายๆ 

สถิติค่าตัวสูงสุดในไชนีส ซูเปอร์ ลีก ยังเป็นของ ออสการ์ ที่ย้ายจากเชลซี มาเซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี เมื่อกว่าสองปีครึ่งที่แล้วในราคาเบาๆ 60 ล้านยูโร 

และตามข่าว ดาวเตะแซมบ้า ฟันค่าจ้างตกวีกละ  4 แสนปอนด์ ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้ถ้ายังขืนเล่นในยุโรป 

หรือ กราเซียโน่ เปลเล่ อดีตกองหน้าของเซ้าธ์แฮมป์ตัน ย้ายไปซานตง ลู่เหนิง แค่ 15 ล้านยูโร แต่กินค่าเหนื่อยเหยียบสามแสนปอนด์ต่อสัปดาห์ สูงกว่าเดิมไม่รู้กี่เท่า

กลับมาดูเคสของ แกเร็ธ เบล 

ถ้าซูหนิง บีบคอมาดริด ให้ยกนักเตะแบบฟรีๆ ไม่มีค่าสินสอด (สมมุติว่า)  60 ล้านยูโร เท่ากับพวกเขาเซฟเงินในกระเป๋าไปได้ถึง 120 ล้าน

แล้วมันน่าแปลกใจตรงไหนกับการเสนอค่าจ้างสัปดาห์ละหนึ่งล้าน (ติ๊ต่างว่าหนึ่งยูโรกับหนึ่งปอนด์มีค่าเท่ากัน)

กว่าจะเสียถึง 120 ล้าน ต้องใช้เวลาปาไป 120 สัปดาห์ หรือมากกว่าสองปีเชียวนะครับ ป่านนั้น เบล คงหมดโปรโดนขายกลับยุโรป ไปแล้วก็เป็นได้ 

นี่คือความฉลาดหลักแหลมสมเป็นหัวการค้าของคนจีน 

อีกนิดเดียวที่พวกเขาจะทำสำเร็จ แต่จู่ๆ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ คงคิดได้ ความเสียดายผุดขึ้นมาแทน และตัดสินใจคว่ำดีลในที่สุด 

แม้เป็นการหักหน้าและขัดใจซีดาน อย่างแรงก็ตาม

อย่าลืมว่าดีกรีความเกาเหลาระหว่าง ซีดาน กับ เบล ลุกลามเกินเรื่อง “งาน” กลายเป็นการเดิมพัน “ศักดิ์ศรี” ไปแล้ว 

คล้ายสำนวนเสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกัน ใครสักคนต้องเก็บของออกไป หรือไม่ก็บรรลัยกันทั้งหมด

ตอนที่ เปเรซ ตามไปง้อให้กลับมาใหม่ๆ ซีดาน อาจถือแต้มต่อ กะเอาคืน เบล เต็มที่ ถึงขั้นประกาศตัดพี่ตัดน้อง

แต่มานาทีนี้ ความจริงย่อมเป็นความจริงวันยังค่ำ และความจริงที่ว่าก็คือการเปลี่ยนโค้ช ทำง่ายกว่ากำจัดนักเตะสักคน

ยิ่งผลงานปรีซีซั่นย่ำแย่ ไม่เป็นโล้เป็นพาย ความเชื่อมั่นศรัทธาของแฟนบอลและนักเตะเริ่มจืดจางจากกุนซือ 

ฤาจะเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า ซีดาน อาจเพลี่ยงพล้ำแพ้ เบล อีกครั้ง ? 


RELATED POSTS

Talk

คำตอบของกาลเวลา…

ไข่มุกดำ

ข่าว ปีเตอร์ เชค เตรียม “แขวนถุงมือ” หลังสิ้นสุดฤดูกาลนี้ 2018/19 กับอาร์เซนอล อันหมายถึงการยุติอาชีพนักฟุตบอลอาชีพ 20 ปี และเป็น 15 ปีในพรีเมียร์ลีกด้วยวัย 36 ปี

Feature

10 ประเด็นจับตากัลโช่ และนัดชิงบอลถ้วยเยอรมัน-สเปน

SPORTDesk. Team

สุดสัปดาห์นี้ ลีกอิตาลี กัลโช่ เซเรีย อา เดินทางมาถึงบทสรุปแล้ว แต่ทางอิตาลีก็ไม่ได้จัดให้โปรแกรมทุกคู่เตะพร้อมกันแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม คู่ที่มีผลต่อการลุ้นพื้นที่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก หรือลุ้นหนีตกชั้น จะยังเตะในเวลาเดียวกัน

Story

การเสริมทีมที่หวือหวาของ ‘ดอร์ทมุนด์’

SPORTDesk. Team

เพิ่งปิดฤดูกาลมาหมาดๆ แต่การเสริมทีมเพื่อลุยศึกในฤดูกาลใหม่ ถือว่า ‘โฉบเฉี่ยว’ และ ‘เซ็กซี่’ ที่สุด สำหรับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ รองแชมป์บุนเดสลีกา ภายใต้การคุมทีมของ ลูเซียง ฟาฟร์