มูรินโญ่ : ผีหลุดท็อปโฟร์จะให้พูดถึงแชมป์เหรอ?

12 November 2018
689 VIEWS

สงครามภาคแรกของแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ จบลงด้วยคำตอบว่า เมืองแมนเชสเตอร์นั้นเป็น “สีฟ้า” จากชัยชนะของแมนฯซิตี้ ที่เปิดเอติฮัด สเตเดี้ยม ถล่มใส่แมนฯยูไนเต็ด 3-1 ชนิดที่รูปเกมเรือใบสีฟ้าเหนือกว่าทุกกระบวนท่า และแมนฯยูไนเต็ดไม่ยอมเปิดเกมไล่บี้แลก เอาแต่ลงไปคุมโซนในแดนตัวเอง เกมสวนกลับของลูกทีมโจเซ่ มูรินโญ่ก็ไม่มีประสิทธิภาพ

หลังจากผลประกอบการนัดนี้ ทำให้แมนฯซิตี้ ยังรั้งเป็นจ่าฝูง เก็บชัย 10 จาก 12 นัด มี 32 คะแนน นำลิเวอร์พูลรองจ่าฝูง 2 คะแนน ส่วนแมนฯยูไนเต็ด ตกลงมาอยู่ที่ 8 มี 20 คะแนน ตามหลังคู่อริร่วมเมืองถึง 12 คะแนน

ความพ่ายแพ้ของแมนฯยูไนเต็ดและโจเซ่ มูรินโญ่ในครั้งนี้ ทำให้พวกเขาออกสตาร์ตแพ้ 4 เกม จาก 12 เกมในลีกไปแล้ว นับเป็นเรื่องราวร้ายๆที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 1990-91

และมีเรื่องที่ย่ำแย่เลวร้ายไปกว่านั้นอีก เพราะตอนนี้ผลต่างประตูของแมนฯยูไนเต็ดคือยิงได้ 20 เสีย 21 ติดลบ -1 ประตู และนั่นคือครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 1977-78 ที่ผีแดงผลต่างประตูเป็นลบเมื่อผ่านไป 12 เกมแรก

นอกจากนี้ มูรินโญ่ ก็ยังแพ้ทาง เป็ป กวาร์ดิโอล่า อยู่วันยังค่ำ เพราะจากการดวลกันในการคุมทีม 22 ครั้ง โจเซ่ มูรินโญ่ ต้องเป็นฝ่ายปราชัยเป็นครั้งที่ 10 เข้าไปแล้ว

“เรายังอยู่ในเกมจนกระทั่งผ่านไป 80 นาที แต่พอเมื่อแมนฯซิตี้มาได้ประตูที่ 3 นั่นทำให้สปิริตของทีมเราตายลงไป

“ตอนนี้ เราอยู่นหลุดออกจากท็อปโฟร์ แล้วเราจะมาพูดเรื่องลุ้นแชมป์ได้อย่างไร ? เราต้องสู้เพื่อบีบช่องว่างกระโดดสู่ท็อปโฟร์ให้ได้ก่อน…ไว้เข้าไปอยู่ในท็อปโฟร์ได้แล้วค่อยมาดูความห่างของแต้มกัน” โจเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมแมนฯยูไนเต็ดยอมรับ

สำหรับ นัดนี้เป็นการคุมทีมในพรีเมียร์ลีก นัดที่ 300 ของโจเซ่ มูรินโญ่อีกด้วย แต่มันก็กลายเป็นเรื่องกร่อยๆไป จากความพ่ายแพ้ของผีแดง อย่างไรก็ตาม หากมองสถิติคุมทีมรวมๆของมูริโญ่ตลอด 300 นัดในลีกอังกฤษ เขายังเป็นคนที่เก็บชัยได้มากที่สุด ด้วยจำนวน 189 เกม

นอกจากนี้ โจเซ่ มูรินโญ่ ยังแสดงความคิดเห็นอีกว่า ก่อนเกมที่จะดวลแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ในครั้งนี้, ฟากฝั่งแมนฯซิตี้ เจ้าถิ่นเจองานง่ายๆมา 2 นัดซ้อนๆ ซึ่งมูรินโญ่เปรียบเปรียบว่าแมนฯ ซิตี้ ได้เล่นเกม “อุ่นเครื่อง” มา 2 นัดซ้อนๆ ในเกมเจอกับเซาแธมป์ตัน และ ชาคห์ตาร์ ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งทั้ง 2 นัดลูกทีมเป๊ป กวาร์ดิโอล่า สังหารประตูคู่แข่งไปถึง 12 ประตู เสียแค่ 1 ทำให้สภาพร่างกายและความมั่นใจดีกว่าผีแดง, และในทางกลับกัน แมนฯยูไนเต็ด ต้องเล่นเกมเยือน เป็นนัดที่ 3 ติดต่อกัน จากการที่ต้องไปเยือน บอร์นมัธ, ยูเวนตุส และ แมนฯซิตี้

“มันเป็นเรื่องที่หนักหนานะ กับการต้องเล่นเกมเยือน 3 นัดติดต่อกันในช่วงเวลาสัปดาห์เดียว แถมแมนฯยูไนเต็ดจะต้องเจอกับเกมโหดๆอย่างดวลกับยูเวนตุสมา แต่ขณะเดียวกันแมนฯซิตี้ มี 2 เกมอุ่นเครื่องได้เล่นในบ้านเจอกับเซาแธมป์ตันและชาคห์ตาร์” มูรินโญ่เปรียบเทียบ

“เราเล่นนอกบ้าน 2 นัดติด มันไม่ใช่ปัญหาสภาพร่างกาย แต่เป็นความกดดันด้านจิตใจ ผมว่าลูกทีมบางคนรู้สึกได้บ้างนั่นแหละ”

ด้าน แมนฯซิตี้ จากชัยชนะมีเรื่องราวดีๆเกิดขึ้นพร้อมๆกับสถิติที่ดี อาทิ เซร์คิโอ อเกวโร่ ยิงประตูใส่แมนฯยูไนเต็ดได้เป็นลูกที่ 8 แล้ว ตอนนี้มีเพียงคนเดียวที่ยิงแมนฯยูไนเต็ดได้มากกว่า “เอล กุน” นั่นคืออลัน เชียร์เรอร์ ที่ยิงใส่แมนฯยูไนเต็ดไป 10 ประตู

ขณะที่ ดาบิด ซิลบา ทั้งที่เขาอยู่กับทีมเรือใบสีฟ้ามาตั้งแต่ปี 2010 แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขายิงประตูในเอติฮัด สเตเดี้ยม ได้ 3 เกมติดต่อกันในทุกรายการ