มอยเซ่ คีน : การมาถึงและเติบโต ของนักเตะหลังปี 2000

8 April 2019
1,677 VIEWS

ย้อนเวลากันไปสักสองปีเศษเห็นจะได้ ในเดือนพฤศจิกายนปี 2016 ชื่อของ มอยเซ่ คีน ถูกพูดถึงในฐานะของตัวแทนของยุคสมัยใหม่ในวงการฟุตบอล เมื่อเขากลายเป็นนักเตะคนแรกซึ่งเกิดหลังปี 2000 ที่ได้ลงสนามในกัลโซ่ เซเรีย อา กับยูเวนตุส

ผ่านไป 2 ปี ชื่อของเขาเลือนหายไป ภาพของ ฟิล โฟเด้น กับ เจดอน ซานโช่ กลายเป็นที่ถูกพูดถึงมากกว่า ในฐานะนักเตะที่เกิดหลังปี 2000 และทำผลงานได้ดีจนน่าจะกลายเป็นนักเตะแห่งยุคสมัยหน้า

แต่ คีน ไม่ได้หายไปไหน เขาเพียงแต่เก็บตัวรอเวลา…รอโอกาสที่เหมาะสมเท่านั้น และวันนั้นก็มาถึง วันที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ โชคร้ายได้รับบาดเจ็บ…แน่นอน ถึงจะไม่มีทางทดแทนกันได้ แต่ ยูเวนตุส ก็ได้หยิบเพชรเม็ดเก่าที่เจียระไนยังไม่เสร็จ ขึ้นมาใช้งานอีกครั้ง

และครั้งนี้ เพชรเม็ดนั้น เริ่มฉายแววอันสดใส และเหมือนจะกลายเป็นเพชรน้ำงามที่เตรียมจะขึ้นมาประดับวงการเสียแล้ว…

จากไอเวอรี่ โคสต์ สู่อิตาลี แล้วไปแจ้งเกิดอีกทีที่ตูริน

มอยเซ่ คีน อาจจะไม่ใช่คนอิตาลี หรือมีสายเลือด รวมไปถึงเชื้อสายใด ๆ ที่สืบทอดต่อกันมา แต่เขามีสิทธิ์มีเต็มที่และอย่างถูกต้อง ที่จะได้สัญชาติอิตาลีแต่กำเนิด เพราะตัวเขานั้นลืมตาดูโลกที่เวอร์เซลลี่ เมืองเล็ก ๆ ทางตอนเหนือของอิตาลี ที่มีประชากรเพียง 4 หมื่นกว่าคน

บิดาและมารดาของเขา เป็นชาวไอเวอรี่ โคสต์ ที่ย้ายถิ่นฐานมายังดินแดนยุโรป ตั้งแต่ปี 1990 เขามีพี่ชายหนึ่งคนซึ่งมีชื่อสุดโก้ว่า โจวานนี่ ส่วนตัวเขากลับได้ชื่อที่ดูเชยตรงข้ามกับชื่อพี่ เนื่องจากมารดาของเขาเลือกชื่อ มอยเซ่ ซึ่งเป็นภาษาอิตาเลียนโบราณของชื่อ โมเสส ผู้เผยพระวัจนะของพระเจ้าตามพันธสัญญาเดิมนั่นเอง

เขาตัดสินใจเดินไปในเส้นทางของโลกลูกหนังในปี 2007 กับอคาเดมี่ ของ โตริโน่ และใช้เวลา 5 ปี ในการย้ายข้ามมาอีกฝั่งของเมืองตูรินที่ ยูเวนตุส ในปี 2012 โดยในวันที่เขาได้เช็นสัญญากับยูเวนตุส เขาจำได้ดีว่า เด็กชาย มอยเซ่ วัย 12 ปี รีบโทรกลับบ้านแล้วบอกว่า “ผมได้เซ็นสัญญากับยูเว่แล้วแม่ แม่ไม่ต้องทำงานอีกต่อไปแล้วนะ แม่ย้ายมาอยู่กับผมที่ตูรินเถอะ” 

วันที่ มอยเซ่ สร้างชื่อให้ตัวเอง อาจจะไม่ได้ทำอะไรพิเศษมากกว่าแค่ลงไปในสนามเท่านั้น โดยในเกมยูเวนตุส พบ เปสคาร่า วันที่ 19 พฤศจิกายน 2016 ดาวรุ่งวัย 16 ปีในตอนนั้นถูกส่งลงสนามในนาทีที่ 84 ไปแทนที่ มาริโอ มานด์ซูคิซ นั่นเองที่ทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่เกิดหลังปี 2000 คนแรกในบรรดา 5 ลีกใหญ่ยุโรปที่ได้ลงสนามในเกมจริง

เท่านั้นยังไม่พอ ในฤดูกาลเดียวกัน แต่อีก 6 เดือนต่อมา เขาก็กลายเป็นนักเตะที่เกิดหลังปี 2000 คนแรก ที่ทำประตูได้ใน 5 ลีกใหญ่ยุโรปได้สำเร็จด้วย หลังยิงประตูชัยให้ “ม้าลาย” บุกชนะโบโลญญา 2-1 ด้วย และนั่นคือจุดเริ่มต้นให้คนรู้จักชื่อของ มอยเซ่ คีน…

ใต้ปีกของโรนัลโด้ กับการเฝ้ามอง เรียนรู้ และพัฒนาตัวเอง

จากการเป็นเด็กคนแรกที่เกิดหลังปี 2000 ซึ่งทั้งได้ลงสนาม และ ยิงประตู ก็พิสูจน์ได้ระดับหนึ่งว่า คีน “มีของ” จนทำให้ในเดือน สิงหาคม 2017 เขาได้รับสัญญายาว 3 ปีจาก ยูเว่ จนถึงปี 2020 และหลังจากเช็นสัญญา ทีมแชมป์เซเรีย อา ก็ปล่อยตัวเขาให้ เฮลลาส เวโรน่า ยืมตัว 1 ฤดูกาลทันที

การเก็บเลเวล ที่เวโรน่า ไม่งดงามอย่างที่คิด ในช่วงแรก เขาได้รับโอกาสให้ลงสนามในฐานะตัวจริงบ้าง แต่ก็แทบไม่เคยเล่นจบเกม จนในตอนหลังที่เขาเริ่มได้เล่นครบ 90 นาที ได้เพียง 3 เกม ก็ประสบปัญหาบาดเจ็บยาวต้องพักจนจบฤดูกาล ทำให้ตลอด 1 ปีกับเวโรน่า เขาได้ลงสนามแค่ 19 เกม เป็นตัวจริง 12 สำรอง 7 ยิงได้ 4 ประตู แต่บาดเจ็บรวมถึง 14 เกม

เมื่อกลับมาที่ อลิอันซ์ สเตเดี้ยม ในฤดูกาลนี้เขาก็แทบลมจับ เมื่อรู้ว่าต้องมาแย่งตำแหน่งกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าค่าตัวแพงที่ย้ายมาจาก เรอัล มาดริด

แต่ก็เหมือนกับประโยคเชย ๆ ที่เราได้ยินกันบ่อย ๆ ว่า “ในวิกฤติ มีโอกาส” และ มอยเซ่ คว้าโอกาสนั้นไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการเรียนรู้จากกองหน้าระดับสุดยอดอย่าง โรนัลโด้

เขาเรียนรู้ที่จะเอาอัจฉริยะผู้มุมานะคนนี้เป็นแบบอย่าง แม้ไอดอลของเขาจะเป็น มาริโอ บาโลเตลลี แต่ทั้งเรื่องของ วินัย กับ ไลฟ์สไตล์ เขาเลือกที่จะเรียนแบบปีกโปรตุเกสผู้นี้มากกว่าไอดอลของเขา นั่นทำให้เขามีพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย และทักษะ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อเขาซ้อมแบบโรนัลโด้ กินแบบโรนัลโด้ ทั้งยังเข้ายิมแบบโรนัลโด้ด้วย

การได้เล่นกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นปัจจัยที่ส่งผลอย่างมาก ก่อนหน้านี้ผมจะได้เห็นเขาแค่ในเครื่องเพลย์สเตชั่นเท่านั้น ผมเรียนรู้อะไรมากมายจากเขา และจากผู้เล่นระดับท็อปทั้งหมดของยูเว่ด้วย” คีน กล่าว

เขาเรียนรู้ และเตรียมตัวให้พร้อมเสมอ เผื่ออาจจะมีโอกาสมาถึง ตามคำแนะนำของ มิโน่ ไรโอล่า เอเยนต์ส่วนตัว และไม่น่าเชื่อว่า โอกาส มาถึงเขาจริง ๆ และที่สำคัญคือ เขาพร้อมสำหรับโอกาสนั้นแล้วด้วย

ไอดอล มาริโอ, สไตล์ ปิ๊ปโป้, โรนัลโด้ มาสเตอร์

ข่าวการบาดเจ็บกับทีมชาติโปรตุเกสของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ทำแฟนบอลของทีม ‘เบียงโคเนรี่’ ใจหายเป็นแถบ ๆ ไม้เว้นแม้แต่ มอยเซ่ แต่ในความใจหายนั้น เขารู้ตัวดีว่า เขาต้องพร้อมเพื่อทำหน้าที่แทนกองหน้าที่ดีที่สุดคนหนึ่งเท่าที่โลกเคยรู้จักมาเช่นกัน

โอกาสมาถึงเขาทันที ในเกมกับ เอ็มโปลี เพียงไม่ถึงสัปดาห์หลังจากที่ โรนัลโด้ ต้องพัก เขาได้โอกาสลงไปเล่นแทน แบลส มาตุยดี้ ในนาทีที่ 69 และ สามนาทีต่อมา เขายิงประตูให้ทีมขึ้นนำ ก่อนมันจะกลายเป็นประตูชัยในท้ายที่สุด หลังจากนั้นมาดาวรุ่งคนนี้ก็ทำประตูได้ต่อเนื่องทั้งในเกมกับ กายารี่ (ที่มีข่าวปัญหาเรื่องการเหยียดผิว) และเกมล่าสุดกับ เอซี มิลาน ด้วย

เท่ากับว่า 5 เกมหลังสุดในเซเรีย อา เขายิงรวม 5 ประตู กับ 1 แอสซิสต์ แถม มอยเซ่ ใช้เวลาในสนามทั้ง 5 นัดรวมกันเพียง 231 นาที หรือเท่ากับว่า เขาใช้เวลาเพียง 46.2 นาที ต่อการยิง 1 ประตู เท่านั้น

โดยทั้ง 5 ประตูที่เกิดขึ้นในช่วง 5 เกมหลังนี้ มีคนยกย่องว่า เขามีสไตล์การทำประตูเหมือนกับตำนานดาวยิงคนหนึ่งของ ยูเวนตุส (และเอซี มิลาน) ซึ่งคือ ฟิลิปโป้ อินซากี้ ด้วย

คาร์โล อันเชล็อตติ เฮดโค้ชระดับแนวหน้าของวงการฟุตบอลยุโรป เคยกล่าวยกย่อง อินซากี้ ว่า “ไม่ใช่ว่าปิ๊ปโป้รักการทำประตูหรอก แต่ประตูน่ะ รักจะให้ปิ๊ปโป้ยิงต่างหาก” ซึ่งดูเหมือนว่า ประตูก็จะรักให้ มอยเซ่ ยิงเช่นกัน

แฟนบอลไม่น้อยที่มักมองว่า อินซากี้ เป็นแค่กองหน้าดวงดี ที่อยู่ถูกที่ถูกเวลา ทว่าความจริงแล้ว มันมาจากเชนส์ฟุตบอลอันสุดยอดที่รู้ว่าบอลจะไปอยู่ตรงไหน แล้วควรจะยิงยังไงถึงจะเป็นประตูมากกว่า ซึ่ง มอยเซ่ มีความสามารถตรงนั้นด้วย

5 ประตูที่เขายิงใส่ทั้ง อูดิเนเซ่, เอ็มโปลี, กายารี่ หรือ เอซี มิลาน มันดูเหมือนเขาอยู่ถูกเวลาไปหมด ไม่ก็ดูเหมือนจะมีโชคช่วย แต่บางทีมันอาจเกิดขึ้นเพราะเขารู้ต่างหากว่าบอลจะไปตรงไหน แล้วเคลื่อนตัวไปยังจุดนั้นโดยสัญชาติญาณ เพราะ ‘โชค’ คงไม่เกิดขึ้นติดต่อกัน 5 เกมแน่

และบางทีเราอาจจะอธิบาย มอยเซ่ คีน ง่าย ๆ ได้ว่า เขาเป็น “นิว อินซากี้” ที่มี บาโลเตลลี่ เป็นไอดอล และมีอาจารย์ชื่อ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

ความหวังใหม่ในแดนหน้าของอัซซูรี่

ผมจะเล่นไม่ว่าที่ไหนก็ตามที่คุณมัชชินี่ขอ” คำตอบของ มอยเซ่ เมื่อถูก ไร สปอร์ต สื่อชื่อดังของอิตาลี ถามถึงความพร้อมหากถูกเรียกติดทีมชาติอิตาลี

แม้ มอยเซ่ จะไม่ได้มีเชื้อสายอิตาลี แต่เขาก็เกิดที่ดินแดนรองเท้าบูทแห่งนี้ แถมเขายังเล่นให้ทีมชาติอิตาลีชุดเยาวชนมาทุกชุด ตั้งแต่ชุด ยู 15 ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับ โรแบร์โต้ มันชินี่ ในการตัดสินใจเรียกเขาติดทีม

เป็นที่รู้กันว่า อิตาลี ขาดกองหน้าที่พึ่งพาได้มาตั้งแต่หมดยุค อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่ และ ลูก้า โทนี่ ไป แม้จะมี อันเดรีย แบล็อตติ เป็นตัวความหวังที่พุ่งขึ้นมา แต่ดูเหมือนเขายังเล่นคนละฟอร์มกับที่เล่นให้โตริโน่ ทำให้ปัญหานี้ ยังไม่ได้ถูกสะสางลงไปเสียที

แต่การติดทีมชาติอิตาลี เพียง 3 ของ มอยเซ่ กลับทำไปแล้ว 2 ประตู หนึ่งยิงใส่ฟินแลนด์ อีกหนึ่งยิงใส่ลิชเตนสไตน์ ในฟุตบอล ยูโร 2020 รอบคัดเลือก เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยประตูที่ยิงใส่ฟินแลนด์ ยังทำให้เขาเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ยิงได้ในการแข่งขันอย่างเป็นทางการให้ทีมชาติอิตาลีด้วย

ผลงานการติดทีมชาติชุดใหญ่แค่ 3 นัด อาจจะวัดอะไรไม่ได้มาก แต่การทำประตูได้สม่ำเสมอของเขา ก็เป็นประกายเล็ก ๆ ให้แฟนบอลทีมอัซซูรี่ได้ไม่มากก็ไม่น้อยเช่นกัน

เส้นทางต่อไป ใครรู้?

สกายอิตาเลีย และ ไร สปอร์ต เริ่มตีข่าวว่า มอยเซ่ เริ่มได้รับความสนใจจากสโมสรใน สเปน และ ในอังกฤษบ้างแล้ว หลังจากที่เขาโชว์ฟอร์มได้ร้อนแรงในระยะหลัง

การที่เขามีสัญญากับ ยูเวนตุสแค่ถึงซัมเมอร์ปีหน้า ทำให้อะไรหลาย ๆ อย่างไม่แน่นอน แม้ทาง “ม้าลาย” เอง จะออกมายืนยันหนักแน่น ว่าพร้อมจะต่อสัญญาใหม่กับนักเตะ แต่ด้วยสถานการณ์ที่ทีมมีกองหน้าระดับท็อปอย่าง โรนัลโด้, เปาโล ดิบาล่าและ มาริโอ มานด์ซูคิซ อยู่ในทีมแบบนี้ ก็น่าจะส่งผลต่อการตัดสินใจของนักเตะดาวรุ่งบ้าง

ดังนั้น อนาคตของเด็กหนุ่มคนนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อย

แต่ก่อนหน้านั้น รอดูกันให้จบฤดูกาลนี้ก่อนว่า มอยเซ่ จะสร้างอะไรให้เราประหลาดใจกันอีกไหม?

ส่วนเรื่องของพรุ่งนี้…พรุ่งนี้ค่อยว่ากันนะ