เมสซี่ โมเมนท์

27 June 2018
48 VIEWS

ไม่ว่าแฟนบอลบราซิล หรืออังกฤษ

ไม่ว่าสาวกเรอัล มาดริด หรือเอสปันญ่อล

ไม่ว่าติ่งโรนัลโด้ หรือโอตะเนย์มาร์

เชื่อว่ามนุษย์ค่อนโลกต่างลุ้นจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ ด้วยเอาใจช่วยอาร์เจนตินา และลิโอเนล เมสซี่ ในเกมชี้เป็นชี้ตายกับไนจีเรีย

ไม่มีใครอยากเห็นนักเตะที่ถูกยกเป็นเบอร์หนึ่งแห่งยุค ต้องด่วนจากฟุตบอลโลกครั้งนี้ไปในเวลาก่อนอันควร

คงจะกร่อยน่าดูถ้ารอบน็อกเอาท์  กลายเป็นฝรั่งเศส เจอกับไนจีเรีย ถึงแม้ว่าฟอร์มของทัพอินทรีมรกต คู่ควรมากกว่าอดีตแชมป์โลกสองสมัยก็ตาม

แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันทำให้เกมรอบ 16 ทีม ฝรั่งเศส-อาร์เจนตินา กลายเป็นแมตช์ระดับบ็อกซ์ ออฟฟิศ สถานการณ์ถือว่าวิน-วินกันหมดทั้งแฟนบอล, ฟีฟ่า และสปอนเซอร์

อย่างไรก็ดี หนังเกือบพลิกเป็นคนละม้วน ฉากแฮปปี้เอนดิ้งเฉียดเหลือเกินที่จะจบลงด้วยโศกนาฏกรรมของโลกลูกหนัง

ถ้าไม่มีลูกยิงชนิดกองหน้าอย่างกอนซาโล่ อิกวาอีน ยังต้องอายของมาร์กอส โรโฮ ที่เป็นประตูชัย 2-1 ในช่วงสี่ซ้าห้านาทีสุดท้าย ไม่อยากนึกภาพเลยว่าเช้าวันถัดมา ปฏิกิริยาบนหน้าสื่อ รวมไปถึงอารมณ์ของแฟนบอล คงหดหู่เยี่ยงบุคคลสำคัญของโลกเพิ่งเสียชีวิต

เพราะไม่เพียงการตกรอบของหนึ่งในทีมเต็งแชมป์เท่านั้น แต่ใครจะรู้ว่าบางที เราอาจไม่ได้เห็นลิโอเนล เมสซี่ สวมยูนิฟอร์มของอาร์เจนตินา ลงสนามอีกแล้วก็เป็นได้

อย่างน้อย การฉุดทีมขึ้นมาจากเหว และยังคงไปต่อ เมสซี่ น่าจะมีกำลังใจขึ้นไม่ว่าถนนสายนี้ อาร์เจนตินา จะปิดฉากอย่างไร ไปถึงมอสโก ในนัดชิงหรือไม่

สถานการณ์ตอนนี้ในแคมป์ทีมฟ้าขาว เหมือนยกภูเขาออกจากอก เหมือนคนเพิ่งเฉียดความตายแบบเส้นยาแดงผ่าสิบหก ชีวิตที่เหลือมีแต่กำไร สามารถลงเล่นโดยไร้แรงกดดัน

เพราะคงไม่อะไรจะกดดันมากไปกว่าสามนัดที่ผ่านมา หลังจากได้แค่เสมอไอซ์แลนด์ โดนโครเอเชีย ไล่ต้อนสอนบอล และผ่าน 85 นาทีที่เจอกับไนจีเรีย ยังเป็นทีมที่ต้องกลับบ้านไก่โห่อยู่เลย

ในแง่ของจิตวิทยา อาร์เจนตินา มีโอกาสวิ่งเข้าป่าเตลิดเปิดเปิงเหมือนปล่อยเสือ ทำนองเดียวกับโปรตุเกส ในยูโร 2016 ที่ผ่านรอบแรกมาแบบทุลักทุเล

แต่สถานการณ์ที่อาร์เจนตินา กำลังเผชิญต่างจากทีมแชมป์ยุโรป คือรอยร้าวภายในห้องแต่งตัว

เมสซี่ ในฐานะหัวหน้าทีม จะทากาวยาแนวประสานความสัมพันธ์กับกุนซือ ฆอร์เก้ ซามเปาลี ได้ดีขนาดไหนในช่วงเวลาจากนี้ก่อนเจอกับทีมตราไก่ นั่นคือคำถาม

เพราะเมสซี่  เองย่อมรู้ว่าลำพังเขาคนเดียว อาร์เจนตินาไปไม่ถึงไหนแน่ เขาอาจมี “เมจิก โมเมนท์” ด้วยการจับบอลลงเหมือนติดแม่เหล็ก ก่อนซัดเปรี้ยงทำประตู 1-0 กับไนจีเรีย

หรือการเรียกประชุมทีมก่อนลงเล่นครึ่งหลัง พร้อมกับกระตุ้นเพื่อนให้กล้ายิง กล้าจบสกอร์ จนเป็นที่มาของฮีโร่อย่างโรโฮ

แต่นั่นคือการพาทีมลุยไฟฝ่าวิกฤติแบบฉุกเฉิน ส่วนงานยากจากนี้ ต้องเค้นทีมเวิร์กและมันสมองของทีมงานทั้งหมดออกมาช่วยกันถึงจะสำเร็จ

ว่ากันว่าคู่แข่งที่เหลือตลอดเส้นทางของอาร์เจนตินา ยังไม่น่าหนักใจเท่าเมสซี่ กับซามเปาลี  จะคืนดีกันได้หรือไม่…