คุณภาพ “จิตใจ” แชมป์โลก

17 July 2018
73 VIEWS

ก่อนเกมนัดชิงชนะเลิศ “ฟุตบอลโลก 2018” มีสถิติตัวเลขน่าสนใจมากระบุไว้ว่า นักเตะโครเอเชียวิ่งมากกว่านักเตะฝรั่งเศสประมาณ 100 กิโลเมตร

ลงเล่นในสนามรวมเวลาแล้วมากกว่า “เลส์ เบลอส์” ราว ๆ 90 นาที หรือรวมแล้ว 360 นาทีจาก 3แมตช์รอบน็อคเอ๊าท์ตั้งแต่ 16ทีมสุดท้ายที่ต่อเวลา และยิงจุดโทษชนะเดนมาร์ก

8 ทีมสุดท้ายก็เช่นกันกับรัสเซีย ตามด้วยรอบตัดเชือกกับทัพสิงโตคำรามที่ต้องเตะ 120 นาทีเช่นกัน แต่ดีหน่อยตรงที่ มาริโอ มันด์ซูคิช ยิงประตูได้ตอนเอ๊กซ์ตร้าไทม์ ทำให้ไม่ต้องมาวัดดวง 12 หลาเป็นเกมที่ 3 ติดต่อกัน

ทั้ง 3เกมยังได้เห็น ทีมรองแชมป์โลกล่าสุดเป็นฝ่าย “ไล่ตาม” ก่อนแซงคืน หรือตามตีเสมอได้ทุกครั้ง

ระยะเวลา360 นาทียังไม่ได้รวมเวลาแห่งความ “ตึงเครียด” ตอนยิงจุดโทษอีกหลายสิบนาทีเข้ามาด้วย

เทียบกับฝรั่งเศสที่ “ฉลุย” ได้สำเร็จภายใน 90 นาทีทุกรอบน็อคเอ๊าท์ตั้งแต่16, 8 และเซมิไฟนอลกับ อาร์เจนติน่า, อุรุกวัย และเบลเยียม ตามลำดับแล้ว

โครเอเชีย ทำศึกยาวนาน หนักหน่วงกว่าอย่างชัดเจน

แม้ “ชื่อชั้น” ทีมคู่แข่งตามสายบนของฝรั่งเศสจะเหนือกว่าก็ตาม จากระยะเวลารวม 3 แมตช์น็อคเอ๊าท์ของพวกเค้าที่เตะตามจำนวนเพียง 90 x3 = 270 นาที

นั่นเท่ากับ1 นัดเต็ม ๆ หรือ90 นาทีที่แตกต่างกันดังที่ผมได้เรียนไว้ข้างต้น

ไม่นับเกมนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มที่ฝรั่งเศส เตะชิว ๆ เสมอเดนมาร์ก และมีพักตัวผู้เล่นบ้างประปราย ขณะที่โครเอเชียยังต้องเต็มที่กับไอซ์แลนด์

จะเห็นได้ว่า “เส้นทาง” สู่รอบชิงชนะเลิศของโครเอเชียไม่ได้โรยด้วย “กลีบกุหลาบ” ต่างจากเด็ก ๆ ของดิดิเยร์ เดส์ชองป์ส ที่มี Road to final แบบราบเรียบ แต่มี “นัยยะ” น่าสนใจแอบแฝง!?

 

สักพักหลังเกมการแข่งขันพอประมาณว่า อารมณ์ ความรู้สึกพุ่งพล่านต่าง ๆ เริ่มโรยตัว “ตกตะกอน” ไปบ้างแล้ว

เดส์ชองป์ส มีบทสัมภาษณ์หลังเกม (skysports.com) ที่มี “คีย์เวิร์ด” ชวนให้พินิจพิเคราะห์อย่างยิ่ง

กุนซือคนที่ 3ในฐานะแชมป์โลกที่เคยเป็นนักเตะด้วยมีการย้อนถึงช่วงเตรียมทีม บวกช่วงแข่งขันที่นักเตะทั้ง 23 คนไม่นับรวมทีมงานได้ใช้เวลาด้วยกัน55 วัน

หักลบจากเกมแรก16 มิ.ย.กับออสเตรเลียก็เท่ากับฝรั่งเศสมีเวลาฝึกซ้อมร่วมกันก่อนเกมแรกจาก7 เกมทั้งทัวร์นาเมนท์ประมาณ2 สัปดาห์

ตามหลักวิทยาศาสตร์การแพทย์ ช่วงเวลาดังกล่าวจะไม่มีพูดถึงเรื่อง “ฟิตเนสส์” ใด ๆ กันแล้ว เพราะนักเตะทั้งหมดผ่านฤดูกาลแข่งขันฟุตบอล 9 เดือนเสมือนเตรียมความพร้อมมาดีแล้ว

จะว่าไปแล้ว ช่วงเวลาแบบนี้ไม่ควรทำอะไรให้ร่างกาย, มัดกล้ามเนื้อ และเหนือสิ่งอื่นใด “จิตใจ” (Mentality) ต้องบอบช้ำด้วยซ้ำ

ในแง่ Physical Strength หรือความแข็งแกร่งของร่างกายจึงวางโปรแกรมแค่ “รักษาสภาพ” หรือ maintain ความแข็งแกร่งให้พร้อมกับแผนการที่เตรียมไว้เต็มขั้น7 เกม (3 นัดรอบแรก และอีก 4 นัดน็อคเอ๊าท์รวมชิงชนะเลิศ)

ถัดมาคือการเตรียมTactics และเท็คนิคต่าง ๆ รวมถึงอีกเรื่องที่สำคัญอาจจะมากที่สุด คือ “จิตใจ” หรือ Mental Strength

คำว่า “จิตใจ” เดส์ชองป์ส เลือกใช้คำในสัมภาษณ์หลังเกมว่า Mental Quality หรือแปลตรง ๆ ว่า “คุณภาพจิตใจ” ว่าเป็นกุญแจสำคัญของทีมน้ำหอมชุดนี้

แน่นอนเช่นเกมนี้กับโครเอเชีย นักเตะทีมชาติฝรั่งเศสถูกทดสอบความแข็งแกร่งด้านจิตใจอย่างหนักหนักในเกมที่ “สถิติ” ต่าง ๆ ตกเป็นรองนำโดยเปอร์เซนต์การครองบอล และโอกาสทำประตู

เดส์ชองป์ส จะเฝ้าพูดกรอกหูผู้เล่นมาตลอดว่า “never give up, never give up, never give up”

“อย่ายอมแพ้ อย่ายอมแพ้ และอย่ายอมแพ้”

คำง่าย ๆ สั้น ๆ แค่นี้แต่หาก “ซึมซับ” เข้าสู่จิตใจ และเปลี่ยนแร่แปรธาตุเป็น “ความเชื่อ” ได้สำเร็จ

เมื่อนั้นจะเหมือนคุณมี “เกราะกำแพง” ต่อต้านความพ่ายแพ้อันแน่นหนา

และไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากใด ๆ ในสนาม หรือผจญปัจจัยอื่น ๆ เช่น กรรมการ, เสียงเชียร์, สภาพอากาศ, โชคชะตา ฯลฯ

ทว่า Mental Strength จะพาคุณ และทีมเดินหน้าต่อไปได้

 

จริง ๆ แล้วในเชิงฟุตบอลมันไม่ใช่แค่ Mental เท่านั้น

เพราะอย่างที่เรียนไปว่า มันรวมเข้าด้วยองค์ประกอบอื่น ๆ ตั้งแต่ ร่างกาย (Physical), เทคนิค, แท็คติก และจิตใจ

ทั้งหมดจะ “หลอมรวม” เป็นวิถีฟุตบอลที่ต้องการเล่น

เขียนถึงตรงนี้ ต้อง “ชมเชย” ในอีกฝั่งหมือนกันที่ทีมตราหมากรุก โครเอเชีย ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพข้างต้นที่เด่นชัด และทรงประสิทธิภาพ

การตอบ “ทุกโจทย์” ในรอบน็อคเอ๊าท์ทุกรอบ และเจอคำถามยาก ๆ ในนัดชิงชนะเลิศได้แสดงให้เห็นถึง “ธาตุแท้” ของนักเตะชุดนี้

ที่กระทั่งถึงนัดชิงฯ อาจหนักหนาสาหัส “มากไป” 1 นัด

รวมถึงคู่ชิงชนะเลิศเป็น ฝรั่งเศส ที่บอบช้ำมาน้อยกว่า และมี “ต้นทุน” ค่าพลังงานทั้งร่างกาย, จิตใจ, เทคนิค/แท็คติกส์ หลงเหลือมากกว่าโครเอเชีย

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “คุณภาพจิตใจ” ที่มีแบบเงียบ ๆ จับต้องลำบาก แต่ทรงพลังฝังลึกเหลือเกิน

 

ในสนามชีวิตจริงก็ไม่ต่างกันที่เรา ๆ ท่าน ๆ ต้องมีการ “วางแผน” และเตรียมค่าพลังงานด้านต่าง ๆ เพื่อรับมือทุกอุปสรรคของชีวิตทั้งหน้าที่ การงาน ความรัก ครอบครัว และสังคมในแต่ละวัน

กายพร้อม?ใจพร้อม?

กลยุทธ์ หรือแผนในแต่ละวันพร้อมไหม? แล้วหากมีแผนแล้ว กลวิธี หรือกระบวนการปฏิบัติเพื่อให้แผนแต่ละเรื่อง ๆ บรรลุเป้าหมายมีดีพอหรือไม่?

แผนที่ดีต้องเป็นแผนการที่เราเอง “ปฏิบัติ” ได้ด้วยค่าพลังงานข้างต้นที่เรามี

หากเหนื่อย หรือหมดพลังระหว่างวัน เรามีสถานที่ชาร์จประจุพลัง หรือมีวิธีอย่างไรในการชาร์จไฟกลับมาให้ดำเนินชีวิตได้ครบ 1 วัน

ไปเป็น1 สัปดาห์, 1เดือน, 1 ปี และต่อ ๆ ไป…

ฟุตบอลก็ไม่ต่างกัน เล่นให้ดีต้องรักษาพลังงานไว้ให้ได้จนครบ 90 นาที

จาก 1เป็น 2 เป็น 3 กระทั่ง7 นัด 630นาทีแบบฝรั่งเศสที่ไม่ได้โหมมากไป หรือน้อยไป

จนมีค่าพลังงานที่มากพอพร้อม ๆ กับ “คุณภาพจิตใจ” Mental Quality มาตรฐานแชมป์โลก