อาจจะถึงเวลาเปลี่ยนจาก ‘โรนัลโด vs เมสซี’ เป็น ‘โรนัลโด & เมสซี’ จริง ๆ แล้วก็ได้

เดวิด เบ็คแฮม
27 February 2020
79 VIEWS

ไม่กี่วันที่ผ่านมา มีข่าวฮือฮาวงการฟุตบอล เกี่ยวกับการที่ผู้จัดการใน เมเจอร์ ลีก ซ็อคเกอร์ หรือ MLS เชื่อว่า เดวิด เบ็คแฮม มีความพยายามจะดึง 2 อภิมหาอำนาจแห่งวงการลูกหนังของโลก อย่าง คริสเตียโน โรนัลโด และ ลิโอเนล เมสซี 2 คู่ปรับฟ้าประธานแห่งวงการลูกหนัง มาค้าแข้งร่วมกันในทีม อินเตอร์ ไมอามี สโมสรน้องใหม่ ลีกแดนลุงแซม ในอนาคตอันใกล้นี้

อย่างไรก็ตาม ข่าวดังกล่าวแม้อาจจะเป็นที่ฮือฮา แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า มันยังไม่มีน้ำหนังพอ เพราะมันยังถือว่ามาจากปาก “คนนอก” อย่าง เอเดรียน ฮีธ ที่แม้จะสนิทสนมกับ เดวิด เบ็คแฮม แต่เขาก็ยังเป็นเพียงผู้จัดการทีม มินเนโซตา ยูไนเต็ด หาใช่ผู้จัดการทีมน้องใหม่ที่จะประเดิมสนามในศึก เมเจอร์ลีก วันอาทิตย์ นี้แต่อย่างใด ทำให้ข่าวลือดังกล่าวค่อย ๆ จางไปราวกับข่าว PM 2.5 ที่ตอนนี้โดนข่าวไวรัส โควิด-19 กลบไปจนบางคนอาจลืมมันไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวถูกจุดขึ้นอีกครั้ง เมื่ออดีตมิดฟิลด์จอมปั่นฟรีคิก ซึ่งเป็นหุ้นส่วนของทีมดังแห่งชายทะเลตะวันออก ยอมเปิดปากพูดคุยกับ จิมมี เฟลลอน ในรายการเลทไนท์โชว์ชื่อดังก่อนเกมที่ทีมจะประเดิมสนามนัดรแรกของ MLS ในสุดสัปดาห์นี้ด้วยการไปเยือน ลอส แองเจลิส เอฟซี ยอดทีมจากสายตะวันตก และประเด็นสำคัญที่ทำให้การให้สัมภาษณ์ของเขาในครั้งนี้ กลายเป็นข่าวใหญ่ระดับโลก ก็คือประเด็นเกี่ยวกับ โรนัลโด และ เมสซี นั่นเอง

เอาล่ะ คุณรู้อะไรไหม เรามีโอกาสมากทีเดียวที่จะทำให้เขายอมตกลงมาเล่นที่ไมอามี” เบ็คแฮม กล่าวกับ เฟลลอน ในรายการเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

เราติดต่อไปยังผู้เล่นสตาร์ดังมากมาย และหลายคนก็มีโอกาสมากทีเดียว ที่จะมาร่วมงานกับพวกเราในทีมแห่งนี้

ในฐานะเจ้าของร่วม คุณต้องการผู้เล่นที่ดีที่สุดในทีมอยู่แล้ว และถ้าเรามีโอกาสที่จะดึงนักเตะอย่างคริสเตียโน โรนัลโด หรือ เลโอ มาร่วมทีมได้จริง เราจะทำ

ผมเองก็รู้สึกชื่นชมเขาเป็นการส่วนตัวในฐานะที่เป็นนักกีฬา และถ้าหากเราดึงพวกเขามาร่วมทีมได้ นั่นมันต้องยอดเยี่ยมมากทีเดียว

อย่างไรก็ตาม อดีตนักเตะของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เรอัล มาดริด, เอซี มิลาน, เปแอสเช และ แอลเอ กาแล็คซี ก็ออกมาเบรกความหวังของแฟน ๆ ว่าอย่าเพิ่งหวังไปไกลในคราวเดียวกัน

แต่ในตอนนี้ เรามีทีมที่ยอดเยี่ยม มีผู้เล่นพรสวรรค์อายุน้อย และ มีผู้เล่นประสบการณ์อีกราว 2 คนด้วย และพวกเด็ก ๆ อายุน้อยในทีมก็ต่างกำลังอยากพิสูจน์ตัวเอง

สิ่งหนึ่งที่ผมเรียนรู้มาจาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เหมือนเขาพยายามจะบอกกับผมเสมอว่า ไม่ว่าจะดึงใครเข้ามาในทีม พวกเขาจะต้องพอดีกับสโมสรเสมอ

มันไม่เกี่ยวกับว่าจะเป็นนักเตะที่มีชื่อเสียงยิ่งใหญ่ หรือ อาจจะชอบพอกันเป็นการส่วนตัว มันเกี่ยวกับแค่ว่า พอดีกับนักเตะที่เรามีในทีมหรือเปล่า?

นั่นคือสิ่งที่เราจะทำ แต่ เหมือนกับที่ผมบอกนั่นแหละ ในฐานะเจ้าของทีม ถ้าคุณสามารถดึงนักเตะระดับนั้นมาในทีมของเราได้ นั่นจะเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ทีเดียว

เบ็คแฮม มีสายสัมพันธ์ที่เข้มแข็งกับ โรนัลโด พวกเขาเจอกันบ่อยครั้งและมีอะไรหลายอย่างเหมือนกัน ทั้งในฐานะผู้สืบทอดหมายเลข 7 ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด และ สตาร์สำคัญของ เรอัล มาดริด ซึ่งในวัย 35 ปี ของแนวรุก โปรตุกีส ตอนนี้เขาอาจจะเริ่มคิดเรื่องทางลงในช่วงบั้นปลายอาชีพ และชีวิตในสหรัฐฯ ก็เหมาะกับเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 5 สมัยมากกว่าทั้งที่จีน และ ตะวันออกกลางอย่างไม่ต้องสงสัย

ขณะที่ เมสซี ที่ปัจจุบันเพิ่ง 32 ปี เขาอาจจะยังมีเวลาในการค้าแข้งที่ยุโรปเหลือนานกว่า โรนัลโด แต่เขาก็มีข่าวลือเกี่ยวกับการไปเล่นใน MLS หลังหมดสัญญากับ บาร์เซโลนา อยู่เสมอ ๆ เช่นกัน นั่นเองที่เปิดทางให้ ทีมของเบ็คแฮม อาจจะเลือกช่องทางนี้เพื่อเข้าไปพูดคุย และอาจจะใช้เป็นทางเลือกให้กองหน้าอาร์เจนไตน์ มาลงเอยที่สหรัฐอเมริกาก็ได้

อย่างไรก็ตาม เบ็คแฮม ยังมีเรื่องให้ต้องปวดหัวก่อนที่จะไปคิดถึงเรื่องสองนักเตะดาวดังของโลกอย่าง โรนัลโด และ เมสซี อย่างน้อยก็เป็นเรื่องของ สิทธิ์เหนือเชื่อของ “อินเตอร์” ในชื่อ อินเตอร์ ไมอามี ของพากเขา ที่อินเตอร์ มิลาน ชนะในสิทธิ์เหนือเชื่อคำว่า “อินเตอร์” และทำให้ทีมของอดีตสตาร์จอมปั่นฟรีคิก อาจจะต้องเปลี่ยนแปลงชื่อทีมหลังจากนี้ ถ้าพวกเขายื่นอุทธรณ์ไม่สำเร็จ และ/หรือ หาทางตกลงกับเจ้าของสิทธิ์ย่าง อินเตอร์ มิลาน ไม่ได้

ถึงแม้จะมีเรื่องน่าปวดหัวรออยู่ และมีเรื่องให้เขาต้อง “เคลียร์” มากมายภายใต้ฤดูกาลใหม่ของ MLS ที่กำลังจะเปิดฉาก แต่การออกมาแบ่งรับแบ่งสู้ของ เบ็คแฮม ครั้งนี้ เหมือนเป็นการให้ความหวังต่อบรรดาแฟนบอล ทั้งในไมอามี และ ในสหรัฐอเมริกา รวมถึงแฟนบอลทั่วโลก ที่หวังจะได้เห็น โรนัลโด และ เมสซี อยู่ในทีมเดียวกัน สีเสื้อเดียวกัน และเล่นด้วยกัน ยังคงมีความหวังที่จะรอคอยเพื่อได้ดูเหตุการณ์นี้ที่อาจจะเกิดขึ้นต่อไป…