มาร์กซิยาล อีกหนึ่งเหยื่อของมูรินโญ่

2 August 2018
1,622 VIEWS

“…..ผมไม่ได้มาทำงานเตรียมทีมเพื่ออนาคตของพรีเมียร์ ลีก แค่ผมพยายามทำผลลัพธ์ให้ออกมาดีที่สุด”

คำให้การของโชเซ่ มูรินโญ่ หลังกลับจากการพาทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เดินสายตระเวณเตะทั่วอเมริกา ที่หลายคนลงความเห็นสรุปว่าเป็นทัวร์สยอง

แม้คำพูดนี้เพียงสื่อถึงเกมส่งท้ายที่คว้าชัยชนะเป็นนัดแรกเหนือเรอัล มาดริด 2-1 เมื่อปีศาจแดงโดนวิจารณ์ว่าอุดแหลกในครึ่งหลัง ทั้่งที่คู่แข่งจากสเปน ขนดาวรุ่งเยาวชนลงแทบทั้่งทีม

แต่ในมิติหนึ่ง มันสะท้อนแนวคิดและแนวทางทำงานตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมาของมูรินโญ่ ได้เป็นอย่างดี

เขาทำงานเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในวันนี้ ไม่ได้คาดหวังหรือมองไกลถึงอนาคตอีก 5-10 ปี

จากกุนซือห้าวเป้งของปอร์โต้ มาสู่การประกาศตัวเองเป็นสเปเชียล วัน กับ เชลซี ก่อนไปปลุกยักษ์หลับอย่างอินเตอร์ มิลาน ให้กลับมาชูคอผงาด และแบกรับความท้าทายใหญ่หลวงที่เรอัล มาดริด ด้วยภารกิจโค่นบัลลังก์ของบาร์เซโลนา

กระทั่งคัมแบ็กรอบสอง กับ เชลซี ในฐานะแฮปปี้ วัน…แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันในทุกสถานีที่เขาแวะจอด มันคือความสำเร็จอันรวดเร็ว

การทำได้และได้อย่างต่อเนื่องตลอดทุกครั้่งกับทุกๆ ทีม กลายเป็นดาบสองคม มูรินโญ่ ถูกประทับตราบนหน้าผากด้วยโลโก้ที่ไม่ว่าจะย้ายไปทำงานที่ไหนบนโลก หรือต่อให้ยากสาหัสเพียงใด เงื่อนไขมีว่าเขาต้อง “เสก” แชมป์ลีกของประเทศนั้นๆ ภายในปีแรก หรือสองฤดูกาลเป็นอย่างช้า

บางที มันพอจะเชื่อมโยงกับข้อเท็จจริงที่มูรินโญ่ ไม่เคยลงหลักปักฐานกับทีมไหนนานเกินกว่าสามปี ก่อนมีอันต้องย้าย

บางที เราสามารถผูกเรื่องปะติดปะต่อกับหลักฐานที่เขาไม่ค่อยอยากเสียเวลาปั้นดาวรุ่ง อดทนรอเห็นการแจ้งเกิด อย่าว่าแต่ประสบความสำเร็จ

เพราะนั่นแปลว่าเขากำลังมโนเพ้อฝันถึงอนาคต

มูรินโญ่ เรียกร้องคนดีที่สุด เก่งที่สุดในปัจจุบัน ใครก็ตามที่อยู่นอกกฏเกณฑ์ เขาพร้อมคัดออก เพราะมันไม่มีประโยชน์อันใดกับตัวเขา

เควิน เดอ บรอยน์ เมื่อ 5 ปีก่อนตอนมูรินโญ่ คัมแบ็กคุมทีมเชลซี อีกรอบ ไม่ใช่ยอดมิดฟิลด์เหมือนวันนี้ที่มีส่วนสำคัญพาแมนฯ ซิตี้ ทุบกำแพง 100 คะแนน คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก

ไม่ใช่นักเตะคนเดียวกับที่นำทัพเบลเยียม ทำผลงานดีที่สุดตลอดกาลในฟุตบอลโลกด้วยการจบอันดับสาม

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยังอ่อนต่อโลกในวัย 21-22 เพิ่งย้ายมาจากลีกเกรดซีของยุโรป อย่างสวิตเซอร์แลนด์ ฉะนั้นสำหรับมูรินโญ่ แล้ว ทางออกสวยสุดคือการปล่อยให้ทีมอื่นยืมตัว

แถมประกาศในเวลาต่อมาว่าถ้าทีมไหนสนใจเซ้ง ก็ยินดีเจรจา

โรเมลู ลูกากู เคยมีชื่อติดทำเนียบหนึ่งใน10ดาวรุ่งพุ่งแรงที่สุดของยุโรป แต่มูรินโญ่ แทบไม่เสียเวลาดูฟอร์ม ปล่อยนักเตะให้เอฟเวอร์ตัน ยืมใช้งานในวันสุดท้ายของตลาด และสุดท้ายก็ขายขาดหลังจบซีซั่น

เพราะทั้งเดอ บรอยน์, ซาลาห์ รวมถึงลูกากู ไม่ใช่คนที่เขาสามารถหยิบใช้งานในวันนั้น นักเตะเหล่านี้ถึงไม่มีคุณค่าสำหรับกุนซือที่มองแค่ปัจจุบัน

เป็นไปได้ว่าตอนนี้ อองโตนี่ มาร์กซิยาล กำลังเผชิญชะตากรรมเดียวกันในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

มูรินโญ่ อยากขายทิ้งเสียแต่วันนี้พรุ่งนี้ ถ้าบอร์ดสโมสรไม่ใจแข็ง เพราะมองว่าเด็กมีของเกินกว่าจะโละเลหลังไปง่าย ๆ

ข่าวว่ามูรินโญ่ เตรียมมาตราการกดดันนักเตะด้วยการลงโทษปรับเงินในเรตสูงสุดตามกฏหมายเท่ากับค่าจ้างสองสัปดาห์ คือ 180,000 ปอนด์

ข้อหาที่มาร์กซิยาล บินกลับมาฝรั่งเศส เพื่อเฝ้าภรรยาคลอดลูก และยังไม่รีบตามไปสมทบทีมที่อเมริกา

แข้งเฟรนช์แมนตอบโต้ได้แต่เพียงโพสต์ข้อความ “ขอโทษด้วยนะ แต่ครอบครัวผมต้องมาก่อน”

การปฏิบัติต่อลูกทีมของมูรินโญ่ ถูกนำไปเปรียบเทียบกับเจอร์เก้น คล็อปป์ ที่ไฟเขียวเนธาเนียล ไคลน์ บินกลับอังกฤษ ด้วยเหตุผลเดียวกันคือเมียคลอดลูก ทำอดเล่นเกมแดงเดือดเวอร์ชั่นอุ่นเครื่องในมิชิแกน

คล็อปป์ มองเป็นโอกาสสำหรับเด็กอย่างราฟาเอล คามาโช่ ได้เล่นเต็มๆ 90 นาที แถมเล่นดีฉิบหาย

ก่อนหน้านี้ เขายังเคยปัดความปรารถนาดีของ อลิสซอน เบ็คเคอร์ นายทวารเจ้าของสถิติค่าตัวแพง ที่ไฟแรงขอไปซ้อมกับทีมในอเมริกา ด้วยการไล่ให้ไปใช้โควตาพักร้อนเต็มที่

ไม่ต้องถามว่าถ้าเป็นนักบอล อยากให้ใจทำงานกับกุนซือคนไหนมากกว่ากัน

และในใจของมาร์กซิยาล คงต้องผุดคำถามขึ้นวันละหลายเวลา ว่าถ้าไม่ใช่มูรินโญ่ในฤดูกาลที่แล้ว เขาควรมีชื่อติดโผ 23 คนของฝรั่งเศส ไปลุยรัสเซียแล้วหรือไม่

วันนี้ เขาน่าจะอยู่ในฐานะนักเตะแชมป์โลกเหมือนปอล ป็อกบา หรือเปล่า

เจอร์เก้น คล็อปป์ ทำให้แฟนบอลทั่วไป ไม่เฉพาะเด็กหงส์ รู้สึกว่านักเตะหลายคนตั้งแต่ ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่, ซาดิโอ มาเน่, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน, อดัม ลัลลานา ไปจนถึงแอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เก่งกว่าเดิมอย่างน้อย 30 เปอร์เซ็นต์

แต่ถามว่าในรอบสองปีมานี้ มูรินโญ่ ดันลูกทีมคนไหนให้แฟนบอลกด “ว้าว” ได้อย่างเดียวกัน ?