เปิดแผลแรกของ “โซลชา”

แม้รู้ว่าวันนี้ต้องมาถึงไม่ช้าก็เร็ว แต่แฟนผีคงไม่คาดหวังว่ามันจะเป็นอาร์เซน่อล ที่ยัดเยียดความพ่ายแพ้นัดแรกในพรีเมียร์ ลีก ให้กับโอเล่ กุนนาร์ โซลชา

ด้วยเหตุผลบางข้อที่ช่วยเสริมภูมิคุ้นกันทางความเชื่อ

หนึ่ง-เคยบุกชนะปืนใหญ่ 3-1 ในเอฟเอ คัพ รอบสี่ เมื่อปลายมกราคม

สอง-เคยเจอโจทย์ยากกว่านี้ ทั้่งเยือนสเปอร์ส, เชลซี และเปแอสเช แต่เอาชนะมาได้หมด ยังไม่นับสถานการณ์เจ็บเป็นห่าลงจนต้องเปลี่ยนตัวครบโควตาตั้่งแต่ครึ่งแรกในแมตช์เสมอลิเวอร์พูล 0-0

สาม-แนวรับอาร์เซน่อล มีรูรั่วเยอะ ขนาดที่วงในเผยว่ามีนักเตะปีศาจแดงหนึ่งรายใช้คำว่า “โคตรกาก” ตอนเจอกันในบอลถ้วย

สี่-ฟอร์มของตัวรุกยูไนเต็ด กำลังร้อนแรง โดยเฉพาะโรเมลู ลูกากู กับมาร์คัส แรชฟอร์ด แม้ทีมยังมีปัญหาบาดเจ็บรุมเร้าเล่นงานก็ตาม

ห้า-ความมั่นใจทั้งสองฝั่งกำลังสวนทาง ปีศาจแดงฮึกเหิมเต็มที่หลังบุกชนะยอดทีมเมืองน้ำหอมยี่ห้อเปแอสเช 3-1 ส่วนปืนใหญ่กลับแพ้ 1-3 ต่อทีมกลางตารางลีกเอิงอย่างแรนส์

สี่ซ้าห้าข้อนี้เพียงพอต่อยอดความมั่นใจว่าถึงการเยือนเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม อาจไม่ใช่งานง่าย แต่โซลชา ก็น่าเอาตัวรอดได้ในการคุมทีมลงเล่นพรีเมียร์ ลีก นัดเลขอาถรรพ์ที่ 13

12 เกมที่ผ่านมา ชนะ 10 เสมอ 2 ไร้เทียมทานสุดๆ

บวกกับผลงานในบอลถ้วยทั้งชปล. และเอฟเอ คัพ จึงเกิดกระแสแฮชแท็กแดงรักโอเล่ มีแต่เสียงเรียกร้องให้แมนฯ ยูไนเต็ด ตบรางวัลแต่งตั้งโซลชา นั่งเก้าอี้กุนซือถาวร แบบเป็นทางการ

แต่ผมแอบคิดว่าบอร์ดปีศาจแดงทำถูกที่ยังไม่ตั้งโต๊ะแถลงข่าวพร้อมกุนซือหน้าละอ่อน

ท่ามกลางข่าวแพล็มมาเป็นระยะว่าการตัดสินใจได้ข้อสรุปเรียบร้อย สัญญากี่ปี ค่าเหนื่อยเท่าไหร่ บลา บลา บลา

การไม่รีบออกตัวหมายถึงเบื้องบนยังซื้อเวลา ขอดูการทำงานต่อไปเรื่อยๆ

จะรีบร้อนทำไม ในเมื่อโซลชา ยังไม่ถูกรีเควสต์ หรือมีออร์เดอร์ ดีมานด์ คู่แข่งแย่งตัวมากมายในตลาด ถ้าไม่ได้งานในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ก็แค่กลับไปคุมโมลด์ ทีมบ้านเกิด ตามเดิม

อย่างไรแล้วแต่ หากผลงานช่วงโค้งสุดท้ายไม่ประสบอุบัติเหตุหนักถึงขั้นตกน้ำลงเหว ยิ่งให้ดีคือพาทีมจบท็อปโฟร์ หรือมีถ้วยติดมือ

วิกิพีเดียสามารถอัพเดตข้อมูลใหม่ไปล่วงหน้าได้เลยด้วยซ้ำ

แม้กระทั่งการแพ้นัดแรกในบอลลีก ต่ออาร์เซน่อล ก็ไม่ใช่สัญญาณของอาการ “ตก” จากที่สูง

ดูเกมนี้จากต้นยันจบ ผมยังนั่งงงอยู่เลยว่าแมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ได้อย่างไร แถมแพ้แบบเกมศูนย์

คำตอบที่พอนึกออกคือฟุตบอลก็ต้องมีแบบนี้บางวัน

วันที่อะไรต่อมิอะไรไม่เข้าทาง ไม่เป็นใจ เหมือนที่แฟนสเปอร์ส เคยรู้สึกตอนแพ้ดาบิด เด เคอา

ขอสรุปประเด็นเป็นข้อๆ ตามนี้

1. สภาพทีมของปีศาจแดงกรอบเกรียวหลังกรำศึกมาร่วมเดือน ตั้งแต่แพ้ปารีส คาบ้าน 0-2

เกมนี้อาจเป็นนัดที่ 7 ในรอบหนึ่งเดือนของทั้่งคู่ (อาร์เซน่อล จะมีแมตช์ที่ 8 กับแรนส์) แต่เทียบความหนักหน่วง แมนฯ ยูไนเต็ด อ้วกแตกกว่าเยอะ

ขณะที่ปืนใหญ่ได้คู่แข่งอย่างบาเต้ บาริซอฟ (2 นัด), เซ้าธ์แฮมป์ตัน, บอร์นมัธ, แรนส์ หนักแค่เยือนสเปอร์ส

ทีมของโซลชา ต้องไฝ้วกับปารีส (2 ยก), เชลซี, ลิเวอร์พูล  อีกสองนัดเจอพาเลซ และเซ้าแธมป์ตัน

ยิ่งกว่านั้น หลังศึกแดง (ไม่) เดือดเมื่อสองสัปดาห์ก่อน แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องแบกรับสภาพทีมพิการไม่ต่ำกว่า 9-10 คน

ฟอร์มของมาร์คัส แรชฟอร์ด ในนัดนี้ ฟ้องชัดเจนว่าไม่คม เป็นผลจากความล้า ไม่สด

2. ตัวเจ็บอาจมีผลต่อการจัดทีม แต่โซลชา ก็น่าจะมาผิดแผนอยู่ดีในการออกสตาร์ต จนต้องปรับกระบวนท่ากันใหม่

อาร์เซน่อล ของอูไน เอเมรี่ จัดหมาก 3-4-1-2 ขนอาวุธหนักทั้่งโอบาเมย็อง กับลากาแซตต์ เป็นหน่วยหน้า แถมโอซิล คอยป้อนกระสุน

แต่โซลชา เลือกแลกหมัดด้วยระบบ 4-4-2 ใช้ลูกากู-แรชฟอร์ด ค้ำหน้า แต่แดนกลางถ่างปอล ป็อกบา ไปรับผิดชอบริมเส้นด้านซ้าย                

พอหงายหมากชนกัน ปํญหางอกทันทีสำหรับทีมเยือน ไล่ตั้งแต่คู่เซนเตอร์ (สมอลลิง กับลินเดอเลิฟ) ต้องเจอโอบา-ลากาแซตต์ แบบหนึ่งต่อหนึ่ง

จะหันไปพึ่งมาติช ก็ต้องตามประกบโอซิล อยู่แล้ว

ต้นเกม บทบาทของกองหน้าอาร์เซน่อล จึงโดดเด่นเป็นพิเศษระดับใส่ไข่

ทางแก้ฉุกเฉินของยูไนเต็ด คือฟูลแบ็กอย่างแอชลี่ย์ ยัง กับ ลุค ชอว์ ปักหลักในพื้นที่ ขยับเติมน้อย

แต่มันต้องแลกด้วยรูปเกมที่เป็นรอง ปล่อยให้วิงแบ็กเจ้าถิ่นดันขึ้นมากดจนไม่ได้โงหัว

ต่อมาคือหมาก 4-4-2 หมายถึงยูไนเต็ด ควรมีอาวุธโจมตีด้านข้างซึ่งเป็นจุดเปราะบางของระบบวิงแบ็ก

แต่ป็อกบา ไม่ใช่ปีก ไม่ใช่ตัวรุกริมเส้นโดยธรรมชาติ จึงไม่ได้กดดันเอนสลี่ย์ เมดแลนด์-ไนลส์ อย่างที่ควร

ถึงอย่างนั้่น การบุกฝั่งซ้ายครั้งแรกๆ เกือบทำให้ทีมขึ้นนำ ป็อกบา ประสานงานกับชอว์ ก่อนเปิดเข้ากลางให้ลูกากู ชาร์จชนคาน       

เพียงแต่พวกเขาน่าจะทำได้บ่อยกว่านี้

ปัญหายังลุกลามมาถึงแดนกลาง มาติช พัวพันกับโอซิล เท่ากับยูไนเต็ด เหลือเฟร็ด คนเดียว ส่วนอาร์เซน่อล มีทั้งแรมซี่ย์ และชาก้า

พื้นที่ยุทธศาสตร์โดนครอบครองแบบเบ็ดเสร็จ

และกลายเป็นที่มาของการโดนกรานิต ชาก้า ล่อเป้ายิงไกลสไนเปอร์แบบไร้ตัวบล็อกคนประกบ โดยที่โทษดาบิด เด เคอา ไม่ได้

3. ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงกับสกอร์ตาม 0-1 มีช็อตที่กล้องทีวีตัดไปเห็นโซลชา ลุกมาโบกไม้ทำมือสั่งการลูกทีมปรับมาเล่นหมากหลังสาม หรือวิงแบ็ก

แปลกที่คนพากย์ ไปจนถึงกูรูทั้่งหลาย ไม่พูดหรือเขียนถึงทั้่งที่มันเป็นการแก้ทางที่พลิกโฉมหน้าของเกม

ยัง, ลินเดอเลิฟ และสมอลลิง ยืนสามเซนเตอร์ ดันชอว์ กับดาโลต์ ขึ้นวิงแบ็ก เพื่อหุบป็อกบา มาช่วยตรงกลางที่เสียเปรียบ

นั่นแหละครับ ความบ้าคลั่งของโอบา กับลากาแซตต์ ถึงค่อยๆ ทุเลาเบาบางลงเพราะหลังมีตัวซ้อน

กลางแน่นขึ้น ริมเส้นไม่ต้องรอเติมไกลจากแบ็ก รูปเกมของแมนฯ ยูไนเต็ด ดีขึ้นและดีกว่าชัดเจน แม้ยังทวงประตูเสมอไม่ได้จนจบครึ่งแรก

4.  ระหว่างพักครึ่ง แฟนปืนคงหายใจไม่ทั่วท้อง ส่วนเด็กผีน่ายังมั่นอกมั่นใจว่าทีมจะกลับมาได้ เพราะเกมบุกมาแบบฟูลและโฟลว์ เหลือแค่ไฟน่อล พาสส์ ที่ยังไม่เข้าจุดโฟกัส หรือไม่ก็โดนกองหลังสกัดได้ในเสี้ยววินาทีสุดท้าย

ผมก็คิดเหมือนกันว่าอาร์เซน่อล อาจต้านไม่อยู่ เมื่อดูประวัติของแนวรับ

เอเมรี่ ไม่ได้เปลี่ยนตัวในครึ่งหลัง แต่ปรับการยืนของตัวรุกให้ถ่างมาเล่นด้านข้างมากขึ้น ขณะที่วิงแบ็กถอยต่ำ เน้นรับเต็มตัว

แมนฯ ยูไนเต็ด อาจครองบอลได้มาก แต่ปัญหาคือการเข้าทำในพื้นที่สุดท้ายยังขาดๆ เกินๆ ขณะที่กองหลังอาร์เซน่อล  สมาธิแน่วแน่ ไม่มีหลุดง่ายๆ

จนกระทั่งผู้ตัดสิน จอน มอสส์ กระตุกสลักระเบิดด้วยการเป่าจุดโทษให้เจ้าถิ่นก่อนครบ 70 นาที

จังหวะวิ่งเบียดของเฟร็ด ที่ทำให้ลากาแซตต์ ล้มลง มองเหลี่ยมไหนก็ไม่น่าใช่ลูกฟาวล์ แต่ยกเว้นมุมจากด้านหลังที่ผู้ตัดสินเห็น

แขนของเฟร็ด เหมือนผลักจนนักเตะปืนใหญ่ ถลำหน้าทิ่ม

นี่คือช็อตตอกตะปูปิดฝาโลง แม้เวลายังเหลือกว่า 20 นาที

เพราะอย่างที่บอก….แข้งผีกรำศึกหนักในช่วงหลังจนเร่งไม่ขึ้น

ตัวเปลี่ยน นอกจากอองโตนี่ มาร์กซิยาลแล้ว ไม่มีใครพึ่งได้

และที่สำคัญ แนวรับอาร์เซน่อล ที่มักพลาดง่ายๆ นัดนี้ยืนแน่น ซ้อนกันดี

สำหรับผม แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้เกมลีกนัดแรกในยุคโซลชา เพราะปัจจัยหลายอย่างไม่เป็นใจ

แต่ยังเชื่อ พวกเขาเป็นทีมเต็งที่จะจบท็อปโฟร์ได้สำเร็จ…


RELATED POSTS

Feature

10 ประเด็นเก็บตกพรีเมียร์ลีก-ลาลีกา สัปดาห์วันเด็ก

SPORTDesk. Team

พรีเมียร์ลีก สัปดาห์นี้ ลิเวอร์พูลยังคงยึดจ่าฝูงไว้ได้อย่างแม่นมั่น อย่างน้อยๆก็ยังทำคะแนนหนีแมนฯซิตี้ รองจ่าฝูงที่กำลังจะลงสนามค่ำคืนวันจันทร์, ขณะที่บิ๊กแมตช์ แมนฯยูไนเต็ด บุกชนะ สเปอร์ส ชนิดที่ต้องยกความดีความชอบให้กับดาบิด เด เคอา ไปเต็มๆที่เซฟอุตลุด , ขณะที่ ลาลีกา ลีโอเนล เมสซี่ ทำสถิติยิงประตูในเกมลีกทะลุ 400 ประตูเข้าให้แล้ว และยังมีอีกหลากหลายประเด็นให้ได้เก็บตกกัน

Story

อัซเตก้าสเตเดี้ยมกำลังจะตาย ?

SPORTDesk. Team

อัซเตก้า สเตเดี้ยม เคยมีอดีตอันหอมหวานยวนใจ เพราะสนามแห่งนี้เคยเป็นสนามที่ใช้จัดนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกถึง 2 ครั้ง ในปี 1970 และ 1986 สุดยอดนักเตะของประวัติศาสตร์ลูกหนังโลกอย่างเปเล่ และ ดีเอโก้ มาราโดน่า เคยชูถ้วยแชมป์โลก ณ สนามแห่งนี้มาแล้ว

Story

5 สุดยอดแข้งแห่งตำนานเสริมทัพ “หนาวสะท้าน”

SPORTDesk. Team

วันนี้ วันที่ 31 ม.ค. อาจจะเป็นวันแห่งความหวังของมนุษย์เงินเดือนที่รอยอดเงินเข้าบัญชี แต่สำหรับวันนี้วันสิ้นเดือนก็เป็นวันเดดไลน์ ตลาดซื้อขายนักเตะในช่วงมกราคมของยุโรปเช่นกัน