‘ซาฮา’ กับปัญหาเสริมทัพหงส์ (1)

19 May 2019
1,704 VIEWS

หนึ่งคำถามที่ผมเจอบ่อยช่วงนี้คือลิเวอร์พูล จะซื้อใครมาต่อยอดเพื่อไปต่อกรแย่งแชมป์กับแมนฯ ซิตี้ ในฤดูกาลหน้า 

ส่วนมาก ผมตอบโดยไม่ต้องคิดว่าไม่รู้ เพียงแต่เลย์เอ้าท์คร่าวๆ ว่าเจอร์เก้น คล็อปป์ คงมีไอเดียอยู่ในใจเรียบร้อยว่าต้องการเสริมตำแหน่งไหน

ถามแฟนบอลอย่างเราสิบคน คงได้คำตอบเป็นสิบอย่าง ตรงนั้นก็ต้องอุด ตรงนี้ก็ยังรั่ว แต่ในมุมมองโค้ช ปัญหาหลายอย่างสามารถแก้ไขตามสถานการณ์ด้วยกึ๋นด้วยมันสมอง ไม่ใช่สักแต่ใช้เงิน

ยกตัวอย่างแบ็กซ้าย หลายคนเชียร์ให้ซื้ออะไหล่มารอเปลี่ยนแอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน โดยเฉพาะเมื่อตัวเก่าอย่างอัลแบร์โต้ โมเรโน่ เตรียมเก็บของปิดฉาก 5 ปีในแอนฟิลด์ 

แต่คล็อปป์ อาจไม่มองว่านั่นคือปัญหาเร่งด่วนเลยก็ได้ ตราบใดที่โจ โกเมซ หรือเจมส์ มิลเนอร์ สามารถสวมบทแบ็กซ้ายจำเป็นโดยไม่เคอะเขิน

“เพราะคิดอย่างนี้สิ ถึงล้มแมนฯ ซิตี้ไม่ได้”….ถ้าไม่มีความเห็นทำนองนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ กับคิม จอง อึน คงดูดปากแลกลิ้นสร้างภาพ เอ๊ย สันติภาพกันไปนาน 

แต่การเปรียบเทียบลิเวอร์พูล กับแมนฯ ซิตี้ ก็เหมือนติดกระดุมเม็ดแรกผิด

เพราะเงินทุนต่างกัน นโยบายไม่เหมือนกัน การใช้ตรรกะเดียวกันมาเปรียบเทียบจึงผิดตั้งแต่ต้น

เรือใบสีฟ้าสามารถประเคนเงินให้เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เหมาซื้อฟูลแบ็กพร้อมกัน 3 คนภายในตลาดเดียว แถมแต่ละราย ค่าตัวไม่ขี้ๆ แตะครึ่งร้อยล้านปอนด์ด้วยซ้ำ 

และกุนซือชาวสเปน ยังสามารถดาวน์นายทวารในระดับมือหนึ่งของทีมได้สองซัมเมอร์ติดต่อกัน เรียกว่าไม่พอใจคนเก่า ก็ถอยคนใหม่มาเสียบแทนทันที 

ลิเวอร์พูล ไม่มีปัญญาขนาดนั้นหรอกนะครับ หรือต่อให้มี มันก็ไม่ใช่แนวทางทำงานของคล็อปป์ 

เหมือนตอนที่โกเมซ เจ็บ, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์เจ็บ และโฌแอล มาติป เจ็บ แถมเนธาเนียล ไคลน์ ถูกปล่อยให้บอร์นมัธ ยืมตัว คล็อปป์ ถูกนักข่าวถามว่าจะซื้อแบ็กขวาใหม่หรือไม่ในตลาดมกราคม

กุนซือเลือดดอยชท์ได้แต่ฉีกยิ้มมองบน  ก่อนตอบว่าในอังกฤษ เอะอะเชียร์ให้ซื้อ แต่ที่เยอรมัน ทุกคนรอดูว่าโค้ชหรือเทรนเนอร์จะมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร

ฉะนั้น การฟันธงว่าลิเวอร์พูล จะต้องเสริมแบ็กซ้ายในช่วงซัมเมอร์ จึงไม่แน่เสมอไป แต่ก็นั่นแหละ ถ้ามีของดีในราคาย่อมเยาว์หลุดมาให้แย่งซื้อ คล็อปป์ คงไม่พลาดยื่นซองประมูลแข่ง

ปัญหาคือของดีในราคาย่อมเยาว์แบบโรเบิร์ตสัน ที่มีค่าตัวแค่ 8 ล้านปอนด์ ไม่ได้โผล่มาทุกๆ ซัมเมอร์

เปรียบให้เห็นภาพกับไรอัน แซสเซอยง  ดาวรุ่งที่เล่นตำแหน่งเดียวกันจากทีมตกชั้นเหมือนกันอย่างฟูแล่ม (โรเบิร์ตสัน ย้ายจากฮัลล์ ซิตี้ หลังตกชั้น) ใครว่าค่าตัวประมาณเท่าไหร่ 

ข่าวบอกฟูแล่ม เรียก 40 ล้านปอนด์ บวกลบได้นิดหน่อย

แซสเซอยง ถือเป็นของดีหรือไม่ แนวโน้มอาจใช่ แต่ที่แน่ๆ นี่คือราคาพรีเมียมสำหรับเด็กอายุเพิ่งเต็ม 19 ไปเมื่อวันเสาร์ (18 พ.ค.) 

และสนนราคาขนาดนี้ คุณว่าคล็อปป์ จะมองหรือ ซื้อมาเพื่อเป็นอะไหล่แบ็กซ้ายของโรเบิร์ตสัน 

“งั้นก็ลดเกรดลงหน่อย….” ใครบางคนยังพยายามทั้งเข็นทั้งผลักดันให้มันเกิดขึ้นจงได้

คำถามมีว่าจะต้องลดขนาดไหน ? และลดอะไร คุณภาพซึ่งหมายถึงฝีเท้า หรือค่าตัว ? 

ลิเวอร์พูล ตอนนี้ กำลังอยู่ในสถานการณ์เดียวกับที่แมนฯ ซิตี้ เคยประสบเมื่อหนึ่งปีก่อน

ทีมมาไกลถึง 97 แต้มในพรีเมียร์ ลีก แม้ยังชวดแชมป์ก็ตาม แถมได้เข้าชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก 2 ปีติด การเสริมทัพต่อจากนี้เป็นเรื่องยาก

ปีที่แล้ว หลังจากเรือใบสีฟ้าสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ด้วย 100 คะแนน เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มีคำถามผุดในใจว่าทีมชุดนี้จะต้องเสริมอะไรต่ออีกหรือ 

คำตอบคือมันไม่ง่าย  ทุกอย่างต่างไปจากตอนเสริมทัพหลังจบแค่อันดับสามในฤดูกาล 2016/17 และเป๊ป แบมือขอเงินซื้อฟูลแบ็กสามคน นายทวารกับมิดฟิลด์อีกอย่างละหนึ่ง

ไม่นับอายเมริก ลาปอร์ต กองหลังที่ย้ายมาช่วงตลาดหน้าหนาว 

ผลลัพธ์ ? มีเพียงริยาด มาห์เรซ ตัวรุกที่ได้มาจากเลสเตอร์ 60 ล้านปอนด์ แบบหัวเดียวกระเทียมลีบ

จะว่าไป ถ้าแมนฯ ซิตี้ รวบหัวรวบหางมาห์เรซ ได้ตั้งแต่เดือนมกราคมพร้อมๆ กับลาปอร์ต เท่ากับช่วงซัมเมอร์ พวกเขาอาจจำศีลไม่ซื้อใครเลยด้วยซ้ำ 

เพราะทีมสมบูรณ์แบบจนไม่รู้จะไปแตะจุดไหน 

ลิเวอร์พูล อาจยังไม่พีกและเพอร์เฟ็กต์เท่าแมนฯ ซิตี้ แต่ระดับความยากก็พอเทียบเคียงกันได้เมื่อตั้งโจทย์ถึงการเสริมทัพ 

สำนวนไทยๆ บอกว่า “ยิ่งสูงยิ่งหนาว” 

เพราะยิ่งบินสูงขึ้นเท่าไหร่ โอกาสที่ทีมจะพัฒนาต่อไปได้อีก ยิ่งเหลือพื้นที่น้อยลงทุกที 

นั่นหมายถึงนักเตะที่จะดีพอสำหรับลิเวอร์พูล ยิ่งมีจำนวนลดลงตามไปด้วย 

ยกเคสง่ายๆ อดัม ลัลลานา หรือแดเนียล สเตอร์ริดจ์ อาจเก่งพอเป็นตัวจริงในทีมของคล็อปป์ เมื่อสามปีก่อนตอนที่ยังกระเสือกกระสนกระเสาะกระแสะ

แต่โดยมาตราฐานเวลานี้ของลิเวอร์พูล ทั้งคู่อย่าว่าแต่ลุ้นตัวจริง แค่สำรองในทีม 18 คน ยังลำบากปาดเหงื่อ

สถานการณ์ในแอนฟิลด์ กลายเป็น “ไม่แน่จริง อยู่ไม่ได้” 

พลิกตาลปัตรจากภาพที่ผ่านมาตลอดหลายปี

เมื่อก่อนถ้าเป็นนักบอลเกรดดีหน่อย ลิเวอร์พูล มักเป็นทีมเผื่อเลือก เป็นชอยส์ลำดับท้ายๆ 

แต่ทุกวันนี้มีแต่คนอยากมาสวมชุดแดงเพลิง อยากมาเล่นให้คล็อปป์ 

ปริมาณมาเต็ม แต่คุณภาพกลับมีไม่เยอะ 

เห็นชัดที่สุด ต้องยกตัวอย่าง “วินฟรีด ซาฮา” ที่ใครต่อใครก็อยากได้

ถ้าเมื่อก่อน ลิเวอร์พูล คงแอบหลบอยู่หลังเสา ได้แต่ชะเง้อคอมอง อยากได้แต่ไม่กล้าบอก 

แต่นาทีนี้ ซาฮา กลับไม่ใช่สเป็กของลิเวอร์พูล ของเจอร์เก้น คล็อปป์ ไปแล้ว

อดใจรอคราวหน้าจะมาเฉลยว่าเพราะอะไร….