วาสนาแค่รองแชมป์ ?

เพิ่งดูเกมที่เซนต์ เจมส์ พาร์ก จบตอนสิบโมงเช้าวันอาทิตย์ 

ตื่นเต้น หวาดเสียว อารมณ์ยังค้างเสมือนดูสดกลางดึกด้วยความที่ปิดเครื่องมือสื่อสารทุกชนิด 

ตอนสกอร์ 2-2 เวลาเหลือไม่ถึงสิบนาที ใจตุ้มๆ ต่อมๆ บีบคั้น อึดอัด กดดัน ความคิดหนึ่งบอกให้เช็กผลในหัวเหว่ย เอาให้รู้กันไปเลย ยอมทิ้งความอดทนมาได้ตั้่งหลายชั่วโมง

นึกขอบคุณตัวเองที่ใจแข็งพอ วินาทีที่ดิว็อก โอริกี้ โหม่งเปลี่ยนเป็น 3-2 จึงแหกปากลั่นบ้านกระโดดโลดเต้นไปพร้อมกับเด็กหงส์ในสนาม

คนข้างๆ ตกอกตกใจ บอลเตะไปตั้่งแต่เมื่อคืน ทำไมยัง “อิน” ได้ขนาดนี้ 

กลับมานึกๆ ดู เจอร์เก้น คลอปป์ ยังไม่ถอดใจ นักบอลยังวิ่งกันไม่หยุด กองเชียร์นั่งๆ นอนๆ อย่างเรา แถมเปิดแอร์อีกต่างหาก ทำไมไม่พร้อมอดทนเอาใจช่วยจนเสียงนกหวีดยาวสุดท้าย

ทำไมจะยอมละทิ้งความหวังระหว่างทางเพื่อไปหาตอนจบ

ต้องยอมรับว่าทรวดทรงองค์เกมในครึ่งหลัง นิวคาสเซิ่ลดีกว่า ส่วนหงส์หาโอกาสลุ้นประตูไม่ได้กว่าครึ่งชั่วโมงจนกระทั่งฟรีคิกของเซอร์ดาน ชาคิรี่ โค้งเข้าหัวโอริกี้เหมาะเหม็งเหมือนติดเรดาร์

หัวจิตหัวใจอย่างเดียวล้วนๆ ที่ช่วยลิเวอร์พูล คว้าสามแต้ม  และลากการตัดสินแชมป์พรีเมียร์ ลีก ฤดูกาลนี้ ไปถึงนัดสุดท้าย วันอาทิตย์หน้า 

อะไรจะเกิดขึ้นที่สองสนาม แอนฟิลด์ กับเอเม็กซ์ สเตเดี้ยม ของไบรท์ตัน ไม่รู้ล่ะ โทรฟี่แชมป์อาจมีเพียงทีมเดียวที่ได้ครอง เกรียนบอลบางคนอาจมอง “ผลงาน” มากกว่า “เนื้องาน”  ยิ่งถ้าเป็นลิเวอร์พูล ที่อกหัก ก็พร้อมโดดขย้ำด้วยการแขวะแซะแซวเรื่องแชมป์ว่าวตามพื้นเพนิสัย

แต่อย่างหนึ่งที่ไม่ว่าใครก็ปฏิเสธไม่ได้ คือทั้่งแมนฯ ซิตี้ และลิเวอร์พูล ทำ “ผลงาน” และ “เนื้องาน” ได้ดีเกินพอจะสมควรมีทีมหนึ่งทีมใดต้องผิดหวัง

94 คะแนนของลิเวอร์พูล ก่อนเข้าสู่ 90 นาทีสุดท้าย ดีกว่าแต้มของแมนฯ ยูไนเต็ด ทั้่ง 13 สมัยที่ผ่านการคว้าแชมป์ลีก ไปเรียบร้อย

ดีสุดของปีศาจแดงเคยทำไว้ 91 แต้มเมื่อ 1999/2000

กระนั้น ลิเวอร์พูล เวลานี้ กลับมีโอกาสแห้วสูงกว่าได้เฮ

บางความสงสัย หรือว่าจะเป็นเพราะวาสนาของเจอร์เก้น คล็อปป์  ? 

นักข่าวหน่วยกล้าตายนายหนึ่งถามคล็อปป์ ก่อนนำทีมบุกรังสาลิกาดง 

“คุณคิดว่าเพราะคุณโดนคำสาปนิดหน่อยมั้ย” 

หลังจากงงเล็กน้อยกับคำถาม กุนซือเยอรมันตอบว่า

“ไม่ ! ไม่เลยจริงๆ ตราบใดที่ผมไม่เจ็บไม่ไข้ ครอบครัวสุขภาพดี และผมได้ทำงานที่ตัวเองรัก เท่านี้ก็ถือว่าผมโชคดีมากๆ” 

คล็อปป์ ไม่เคยเชื่อเรื่องโชคดวง วาสนา หรือคำสาป หลักคิดของเขามีแค่ว่า

“พยายามทำให้เต็มที่  ถ้ายังไม่ประสบความสำเร็จ ก็พยายามเพิ่มขึ้นอีก” 

ดังวาทะขงเบ้ง…ลิขิตฟ้า หรือจะสู้มานะตน เกิดเป็นคน อย่ามัวรอวาสนา 

สถิติหรือผลงานในเกมสำคัญอย่างนัดชิงชนะเลิศ อาจบ่งบอกกลายๆ ว่าเจอร์เก้น คล็อปป์ เป็นกุนซือวาสนาน้อย เอะอะได้แต่รองแชมป์ 

ตั้งแต่รับงานคุมหงส์ในเดือนตุลาคม 2015 คล็อปป์ ได้รองแชมป์มาแล้วสามรายการ แพ้ดวลจุดโทษแมนฯ ซิตี้ ในนัดชิงลีก คัพ 2016 ตามด้วยแพ้เซบีย่า 1-3 นัดชิงยูโรปา ลีก ปีเดียวกัน 

หมาดๆ แพ้เรอัล มาดริด 1-3 ในนัดชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก 2018 

และกำลังมีสิทธิ์เป็นรองแชมป์พรีเมียร์ ลีก ด้วยคะแนนสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ ! 

ถ้าลิเวอร์พูล จบด้วย 97 แต้ม แปลว่าในรอบร้อยกว่าปีของบอลอังกฤษ  พวกเขาจะคว้าแชมป์ได้ทุกฤดูกาล ยกเว้นแค่สองซีซั่นคือปีที่แล้ว กับปีนี้

ยิ่งย้อนไปสมัยคุมโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ด้วยแล้ว คล็อปป์ ยังชีช้ำในนัดชิงอีก 3 ครั้งติดๆ กัน แพ้บาเยิร์น 1-2 ชิงดำแชมเปี้ยนส์ ลีก 2013 ก่อนแพ้เสือใต้ เจ้าเก่า 0-2 นัดชิงเดเอฟเบ โพคาล ปีถัดมา 

และยังแพ้โวล์ฟสบวร์ก 1-3  บอลถ้วยเยอรมัน 2015 

มองเผินๆ ประเภทคนดูบอลแค่ “ผลงาน” มากกว่า “เนื้องาน” ก็คงสรุปไม่อย่างหนึ่งอย่างใด 

วาสนาน้อย หรือไม่ก็…เก่งไม่จริง 

แต่ลองวิเคราะห์เชิงลึกแบบชัดๆ ทีมของคล็อปป์ เป็นรองคู่ชิงแทบทั้่งหมด อาจยกเว้นโวล์ฟสบวร์ก นัดนั้นนัดเดียว

พูดง่ายๆ ว่าเขาไม่สามารถพลิกผลการแข่งขันไปจากที่คาดหมายและความน่าจะเป็น นั่นคือรอยด่างพร้อยที่ยากจะปฏิเสธ 

ดอร์ทมุนด์ ไม่อาจเอาชนะยักษ์ใหญ่เมืองเบียร์อย่างบาเยิร์น ขณะที่ลิเวอร์พูล งัดข้อกับแมนฯ ซิตี้ ได้แค่ในเวลา 120 นาที 

หงส์แดงยังลงสนามแบบกระดูกคนละเบอร์เมื่อเทียบกับเซบีย่า และเรอัล มาดริด สองขาใหญ่บนเวทียุโรปเวลานั้น

การแพ้นัดชิง 6 ไฟต์ติดของคล็อปป์ กลายเป็นเรื่องใหญ่โตที่หลายคนจดจ้องสนใจว่าอาจเป็นคำสาป เป็นเพราะโชควาสนา 

ทั้งที่เขาแพ้แบบตามคาด ยกเว้นนัดแพ้โวล์ฟสบวร์ก 1-3 แต่ก็นั่นแหละ ถ้าดูผลงานในบุนเดสลีกา ฤดูนั้่น 2014/15 ดอร์ทมุนด์  ไม่อยู่ในฐานะที่เหนือกว่าด้วยซ้ำ 

จบเกือบตารางในอันดับ 7 ส่วนโวล์ฟสบวร์ก เข้าป้ายรองแชมป์ด้วยแต้มห่างกัน 23 คะแนน

“ผลงาน” กลบ “เนื้องาน” โดยสิ้นเชิง น้อยคนที่ให้เครดิตคล็อปป์ กับการสร้างทีมระดับ “กลางๆ” อย่างดอร์ทมุนด์ กับลิเวอร์พูล ขึ้นมาผงาดได้ถึงขนาดนี้

ดอร์ทมุนด์ ในฤดูกาลสุดท้ายก่อนตั้งคล็อปป์ เป็นกุนซือในปี 2008 จบอันดับเท่าไหร่ จำได้มั้่ยครับ ? 

ที่ 13 และก่อนหน้านั้น คืออันดับ 9, 7, 7, 6

แต่ภายในสามปี คล็อปป์ ปั้นดอร์ทมุนด์ จนคว้าแชมป์บุนเดสลีกาสองสมัยติด แถมดีถึงขั้่นเข้าชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก 

เช่นเดียวกัน ก่อนมาแอนฟิลด์ ทุกคนรู้…สถานภาพของลิเวอร์พูล ไม่ใช่ทีมเบอร์นี้ 

ปีก่อนหน้าตกอับถึงอันดับ 6 (ห่างพื้นที่ท็อปโฟร์ 8 แต้ม ผลต่างได้เสียแค่บวก 4) และเบรนแดน ร็อดเจอร์ส พาออกสตาร์ตซีซั่นใหม่ด้วยการหล่นไกลถึงอันดับ 10 เมื่อผ่านไป 8 นัด 

นั่นคือตอนที่ภารกิจกอบกู้โลกของคล็อปป์ เริ่มต้นนับหนึ่ง

และในห้วงสามฤดูกาลกว่า เขาทำให้ลิเวอร์พูล จารึกฤดูกาลที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร ทั้งคะแนน และความพ่ายแพ้เพียงนัดเดียว

ยังไม่นับการเข้าชิงบอลถ้วยระหว่างทางเดินที่ขรุขระ 

แม้ดูเหมือนว่าการรอคอยแชมป์ลีกของเด็กหงส์จะยังไม่สิ้นสุด ตราบใดที่แมนฯ ซิตี้ ไม่พลาด แต่อย่างน้อย มันก็ไม่ใช่ทางตัน

ไม่มีหรอกครับ คำส่งคำสาป หรือวาสนงวาสนา อะไรนั่น

เมื่อยังไม่ได้อย่างที่หวัง ก็ต้องพยายามต่อ และพยายามให้หนักกว่าเดิม 

อย่างที่คล็อปป์ เคยบอกตอนมาใหม่ๆ เปลี่ยนความสงสัยให้เป็นความเชื่อ…ว่าต้องทำได้


MOST POPULAR

RELATED POSTS

Story

CR7 ปลดล็อกยิงให้ยูเว่และสถิติ 400 ประตูเกมลีก

SPORTDesk. Team

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ทุกสายตาที่สนใจแวดวงฟุตบอลอิตาลี ต่างจับจ้องไปที่คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เจ้าของเสื้อเบอร์ 7 ของยูเวนตุส ว่าเมื่อไรกันที่ CR7 จะเบิกสกอร์แรกบนแผ่นดินอิตาลีได้เสียที หลังจากก่อนหน้านี้เขาปืนฝืดขัดลำกล้องมา 3 นัดซ้อน และสุดท้ายการรอคอยของแฟนบอลเบียงโคเนรี่ก็สิ้นสุดลงเสียที

Thought

เกาหลีใต้ : เต็งหนึ่งเหรียญทองฟุตบอลชายเอเชี่ยนเกมส์

Dechruch

เหลืออีกเพียงไม่กี่วัน มหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ของชาวเอเชียอย่าง “เอเชี่ยนเกมส์” จะอุบัติขึ้นบนผืนแผ่นดินของประเทศอินโดนีเซีย แน่นอนว่าการช่วงชิงตำแหน่ง “เจ้าเหรียญทอง” คือสิ่งที่ต้องจับตามองของการแข่งขันอย่างปฏิเสธไม่ได้ อย่างไรก็ดีมีอีกหนึ่งสิ่งที่ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน สิ่งนั้นก็คือการแข่งขัน “ฟุตบอลชาย”

Thought

ชีวิตผิดฝัน

ลูกแม่กิ่ง

ย้อนกลับไปเมื่อเกือบ 7 ปีก่อน ในวันที่ 4 ต.ค. 2011 เว็บไซต์ DailyMail รายงานข่าวเล็กๆชิ้นหนึ่งว่า “Everton win race to sign wonderkid Green from Bradford in £2m deal”