หอมน้อย (little Onion)

19 July 2019
519 VIEWS

ถ้าเจ้ากรมข่าวฟุตบอลอังกฤษไม่นั่งเขียนบนเทียนพรรษาขนาดสองคนโอบ ก็น่าเชื่อว่า อาร์เซน่อล กำลังจะได้นักเตะใหม่ เมด อิน บราซิล ในเร็วๆ นี้

เอแวร์ทอน โซอาเรส ชื่อคุ้นมั้ยล่ะครับ

ถ้าย้อนไปตอนก่อนศึกโคปา อเมริกา ร้อยทั้งร้อยรับรองว่าส่ายหัวไม่รู้จัก

แต่หลังมีส่วนสำคัญช่วยให้ทัพแซมบ้าฉลองแชมป์ระดับทวีปเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี กองหน้าเกรมิโอรายนี้ กลายเป็นแข้งเนื้อหอม ถูกบรรดาทีมจากยุโรป ตามขายขนมจีบซาลาเปายิ่งกว่าพนักงานเซเว่น

ในพรีเมียร์ ลีก อย่างน้อยมีชื่อของ แมนฯ ซิตี้, แมนฯ ยูไนเต็ด และอาร์เซน่อล ถูกโยงว่าสนใจอยากได้ 

ฟ็อกซ์ สปอร์ตส์ รายงานเมื่อกลางสัปดาห์ว่าทีมปืนใหญ่ชิงลงมือส่งนักกายภาพตามไปเช็กอินที่บราซิล เพื่อเช็กอัพร่างกายของนักเตะให้แน่ใจ

ระบุละเอียดถึงขั้นว่าตกลงค่าตัวกับต้นสังกัด เกรมิโอ ได้เรียบร้อย สนนราคาอยู่ที่ 45 ล้านเหรียญสหรัฐ แบ่งเป็น 31 ล้านตอนเซ็น บวกอีก 14 ล้านตามผลงาน

เทียบเป็นหน่วยเงินของอังกฤษ ก็เกือบๆ 36 ล้านปอนด์ แยกเป็นตอนเซ็นเฉียดๆ 25 ล้าน และตามผลงานอีก 11 ล้านเศษ 

พอจะอยู่ในระดับที่อาร์เซน่อล รับได้จากงบทำทีมเศษเงินก้นถุงแค่ 45 ล้านปอนด์

ที่สำคัญคือถูกกว่า วินฟรีด ซาฮา เกินสองเท่าตัว

ภายใต้มาตราการรัดเข็มขัดจนเอวกิ่ว นี่คืออ็อปชั่นที่มีความเป็นไปได้มากกว่า

ความสงสัยอย่างเดียวตอนนี้คือร่างกายของนักเตะวัย 23 จะพร้อมหรือไม่กับสมรภูมิรบอย่างพรีเมียร์ ลีก 

ส่วนการปรับตัว ทั้งภาษา อาหาร อากาศ สิ่งแวดล้อม และการใช้ชีวิต เหล่านี้ต้องไปลุ้นหน้างานอีกที

เดอะ ซัน สื่อที่เชื่อถือไม่ค่อยได้ งัดหลักฐานจากอินสตาแกรมของภรรรยาสาวสวยที่ลงคลิปเอแวร์ทอน กำลังตั้งใจฝึกภาษาอังกฤษ แบบเร่งรัด

ช่วยยืนยันอีกทางว่าดาวซัลโวสูงสุดของโคปา อเมริกา 2019 และติดทีมยอดเยี่ยมของทัวร์นาเมนท์ น่าจะย้ายสำมะโนครัวมาอังกฤษ ก่อนตลาดวายในวันที่ 8 สิงหาคม

ส่วนจะมาลอนดอน หรือเครื่องบินโดนจี้ให้เปลี่ยนไปลงแมนเชสเตอร์ ยังไม่กล้าคอนเฟิร์ม

เหมือนกับโชคชะตาของเขาที่จู่ๆ ก็แจ้งเกิดระเบิดระเบ้อในโคปา อเมริกา ทั้งที่สมควรออกสตาร์ตในฐานะตัวสำรองของเนย์มาร์

คำว่า “ในฐานะตัวสำรองของเนย์มาร์”  เผินๆ เหมือนน่าภูมิใจนะครับ 

แต่ลองคิดว่าจะมีสิทธิ์เบียดมาเป็นตัวจริงบ้างมั้ย ตอบเลยว่าไม่มีทาง

ลองคิดว่าจะมีโอกาสลงสนามบ้างหรือเปล่า บางทีในช่วงท้ายเกมหลังจากสกอร์ขาดไปแล้ว และกุนซือ “ติเต้” อยากพักซุปสตาร์ขี้เลี้ยง 

พูดง่ายๆ ถ้าเนย์มาร์ไม่เจ็บและฟิตลงเล่นในทัวร์นาเมนท์นี้  เอแวร์ทอน คงไม่ได้ลืมตาอ้าปาก 

แต่อย่างสำนวนบอก แข่งเรือแข่งพายแข่งได้ แต่แข่งบุญแข่งวาสนาแข่งไม่ได้ 

เอแวร์ทอน ยังเริ่มต้นด้วยการเป็นตัวสำรองอย่างเดิมในเกมเปิดหัวกับโบลิเวีย โดยมี เดวิด เนเรส กองหน้ารุ่นราวคราวเดียวกันจากอาแจ็กซ์ ได้รับโอกาสก่อนในบทบาทของเนย์มาร์ 

แต่หลังถูกส่งลงแทนในช่วงเหลือไม่ถึง 10 นาทีสุดท้าย กองหน้าเกรมิโอ ใช้เวลาไม่นาน ทำประตูปิดกล่อง 3-0 ด้วยลูกกระชากตัดในแล้วยิงยัดเสาสองบนกรอบเขตโทษ

แฟนบอลแซมบ้าพากันตะโกน “E Cebolinha!” กู่ก้องบนอัฒจันทร์ 

นัดสองกับเวเนซุเอล่า ติเต้ ยังจัดแนวรุกชุดเดิม นำโดย ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (หน้าต่ำ), โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ (หน้าเป้า), ริชาร์ลิสัน (รุกขวา) และเดวิด เนเรส (รุกซ้าย) 

แต่คราวนี้ เกมกลับอึดอัดอย่างที่สุด เจ้าถิ่นทำได้เพียงครองบอล รับส่งไปมา แต่เจาะกำแพงรับของคู่แข่งไม่เข้า

กาเบรียล เชซุส ลงแทน ริชาร์ลิสัน ตั้งแต่สตาร์ตครึ่งหลัง ก่อนเอแวร์ทอน จับคู่แตะมือกับเนเรส เมื่อล่วง 70 นาทีไปแล้ว 

แม้ว่ามีเวลาให้โชว์ฟอร์มไม่มาก แต่หลายคนเริ่มมองเห็นความสำคัญของนักเตะผู้ถูกให้ฉายาตามตัวการ์ตูนในบราซิลว่า Cebolinha  หรือใช้วุ้นแปลภาษาก็คือ chive ที่หมายถึงต้นหอม หรือกุยช่าย ในเวอร์ชั่น chinese chive 

ตัวการ์ตูนนี้มีความโดดเด่นอยู่ที่ผมกระจุกหนึ่งบนศีรษะ ดูคล้ายกับต้นหอม หรือดอกกุยช่าย 

ทรงผมของ เอแวร์ทอน ก็ประมาณนั้น

ผลเสมอ 0-0 กับเวเนซูเอล่า พร้อมหลักฐานคือโอกาสยิงเข้ากรอบหนเดียวของบราซิล ทำให้ ติเต้ ต้องลงมืออะไรบางอย่าง

เอแวร์ทอน เล่นดี แถมเกือบแอสซิสต์ได้ (โดน VAR ริบประตูจากลูกล้ำหน้า) ขยับฐานะมาเป็นตัวจริงนัดแรกเช่นเดียวกับกาเบรียล เชซุส ในแมตช์สุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มกับเปรู 

นั่นเองที่เขาระเบิดฟอร์มเป็นลาวาพวยพุ่งออกจากปล่องภูเขาไฟ ด้วยการยิง  1 และแอสซิสต์อีกหนึ่ง

โดยเฉพาะประตูในนาที 32 ฉีกออกมารับบอลจากคูตินโญ่เกือบชิดเส้นข้างฝั่งซ้าย ค่อยๆ ลากจี้แล้วเปลี่ยนสปีดตัดเข้าในแค่ก้าวเดียวก่อนซัดเปรี้ยงเบียดโคนเสาแรกเป็นสกอร์ 3-0 หลังผ่านไปครึ่งชั่วโมง

แฟนทั้งสนามพร้อมใจตะโกน “E Cebolinha!” แบบไม่เกรงใจเนย์มาร์ ที่นั่งดูบนอัฒจันทร์ 

ด้วยสเต็ปการเลี้ยง ลีลาลูกล่อลูกชนหลอกหลอนคู่แข่ง  รวมไปถึงการซัดจากนอกเขตที่เฉียบขาด เหมือนว่าเอแวร์ทอน ถอดแบบมาจากแม่พิมพ์เดียวกัน 

และเขาคือความแตกต่างจากตัวรุกคนอื่นของบราซิล ที่ทำได้แค่เคาะบอลไปมา แต่กินตัวไม่ได้ ตีโซนไม่แตก 

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาอีกสามนัดในรอบน็อกเอาท์ เอแวร์ทอน ยึดตัวจริงแบบแซะไม่หลุด ก่อนปิดทัวร์นาเมนท์โดยการซัดเบิกร่องกับคู่ชิงหน้าเดิมอย่างเปรู 

เว็บไซต์ด้านสถิติอย่าง whoscored ให้เรตติ้งเขาสูงสุดเป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์ 

สื่อในบราซิล พากันชื่นชมยกย่อง และทั้งหมดเชื่อว่าเวลาของเจ้าตัวกับเกรมิโอ ใกล้จะสิ้นสุดก่อนการผจญภัยครั้งใหม่ในยุโรป…