หลายคำถามกับการย้ายฟ้าแล่บของ ‘พูลิซิช’

เป็นข่าวการย้ายทีมที่สร้างความฮือฮาได้พอสมควรรับปีใหม่เมื่อ เชลซี ประกาศการเซ็นสัญญากับ คริสเตียน พูลิซิช หนึ่งในสตาร์ที่น่าจับตามองมากที่สุดของวงการฟุตบอลยุโรปจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ด้วยค่าตัวมากถึง 74 ล้านยูโร

โดยที่ เชลซี โอนอ่อนให้ทีม “เสือเหลือง” ยืมใช้งานได้จนจบฤดูกาล แม้ว่าจะเซ็นสัญญาซื้อแบบถาวรแล้วก็ตาม

ด้วยเหตุผลนั้นทำให้การย้ายทีมครั้งนี้นำไปสู่การตั้งคำถามกันพอสมควรครับ รวมถึงยังมีคำถามในเรื่องอื่นๆที่ตามมา

คำถามแรกที่หลายคนสงสัยและแอบคิดอยู่คือ พูลิซิช จะเป็นตัวตายตัวแทนของ เอเดน อาซาร์ หรือไม่?

เรื่องของอาซาร์ เป็นที่รู้กันดีและรู้กันมานานครับว่าเขามีความฝันที่อยากจะย้ายไปเล่นให้กับ เรอัล มาดริด และเคยพยายามจะทำให้การย้ายทีมเกิดขึ้นในช่วงตลาดฤดูร้อนที่ผ่านมา แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม (มาดริดไม่พร้อมซื้อ เชลซีไม่พร้อมขาย ฯลฯ) การย้ายทีมนั้นไม่เกิดขึ้น

เมื่อรวมกับความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีภายในสโมสร เมื่อ อันโตนิโอ คอนเต้ ที่มีปัญหากับ อาซาร์ ถูกอัปเปหิไปและเป็น เมาริซิโอ ซาร์รี่ ย้ายเข้ามาซึ่งผลงานของ เชลซี ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งฤดูกาลแรก ความอบอุ่นและหอมหวานของบรรยากาศในช่วงนั้นทำให้ อาซาร์ มีท่าทีที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย 

“เหมือนกับว่า” จะอยู่กับเชลซีต่อไป

อย่างไรก็ดี จนถึงเวลานี้ อาซาร์ ยังไม่ได้จรดปากกาเซ็นสัญญาใหม่กับสโมสร ซึ่งมีการยืนยันจาก ซาร์รี่ ว่าได้ยื่นให้นานแล้วที่เหลือขึ้นอยู่กับตัวเขาเอง

ความไม่แน่ไม่นอนนี้ทำให้ไม่แปลกที่ เชลซี จะมองหานักเตะใหม่ไว้เป็นการทดแทน ซึ่งหนึ่งในนั้นมีชื่อของ พูลิซิช ปีกดาวเด่นของดอร์ทมุนด์และทีมชาติสหรัฐอเมริกา

แต่ในความจริงแล้ว ต่อให้อาซาร์ ตัดสินใจย้ายออกจากถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ จริง ตัวของ พูลิซิช ไม่ใช่นักเตะที่ถูกซื้อมาเพื่อทดแทนเขาแต่อย่างใด

เหตุผลสำคัญคือบทบาทของทั้งสองนั้นแตกต่างกัน 

อาซาร์ เป็นเพลย์เมคเกอร์ที่มีบทในการขับเคลื่อนเกมใน “ศูนย์กลาง” (ไม่ว่าวันนั้นจะโดนเล่นตำแหน่งใดก็ตาม) ขณะที่ พูลิซิช เป็นปีกที่ถนัดในการยืนริมเส้นเป็นหลัก แม้ว่าจะเคยเล่นในบทหมายเลข 10 หรือกองหน้ามาบ้างก็ตาม

คนที่พูลิซิช จะมาแทนจึงเป็น เปโดร และ วิลเลียน สองปีกตัวจี๊ดที่เริ่มเข้าสู่ช่วงขาลงของชีวิตหลังอายุแตะเลขหลัก 3

ส่วนคนที่น่าจะเป็นตัวแทนของอาซาร์จริงๆแล้วน่าจะเป็น นาบิล เฟเคียร์ มากกว่า

อย่างไรก็ดีดีลนี้สำหรับเชลซี ไม่ถึงกับเป็นดีลที่ดีนัก เพราะเป็นการรีบเร่งรวบรัดในการเจรจามากเกินไป  และพวกเขาตกอยู่ในสถานะที่ “เสียเปรียบ” มากเกินไป

ราคา 74 ล้านยูโรสำหรับนักฟุตบอลที่สัญญากำลังเข้าสู่ปีสุดท้าย เป็นราคาที่สูงมาก

และการยอมถึงขั้นให้ ดอร์ทมุนด์ ยืมตัวใช้งานจนจบฤดูกาลทั้งๆที่ เชลซี เริ่มประสบปัญหาในเกมรุก ขาดแคลนประตู ขาดแคลนการสร้างสรรค์ และขาดแคลนประสิทธิภาพ เป็นข้อตกลงที่น่าประหลาดใจสำหรับทีมใหญ่อย่างเชลซี

ผลเสมอในเกมกับเซาแธมป์ตัน เมื่อคืนที่ผ่านมายิ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเจรจาที่น่าเสียดายครั้งนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะจะว่าไปในฤดูกาลนี้ พูลิซิช เองก็ไม่ใช่ตัวหลักที่ขาดไม่ได้ของดอร์ทมุนด์ด้วยซ้ำไป

นั่นเป็นคำถามต่อมาว่าทำไมไม่เอามาร่วมทีมทันทีเลย?

ข้อดีประการเดียวของดีลนี้คือการที่เชลซี ได้พูลิซิช มาคือการคว้าหนึ่งในเพชรเม็ดงามของวงการฟุตบอลที่มีฝีเท้าและศักยภาพจะพัฒนาการเล่นได้อีกไกล

ตัดเรื่องที่ตกเป็นตัวสำรองของ จาดอน ซานโช ไปก่อนเพราะเป็นเรื่องพิเศษที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ โดยปกติแล้ว พูลิซิช เป็นนักเตะเทคนิคสูง มีความเร็ว เล่นได้สองเท้า และมีความพิเศษในตัว 

โดยส่วนตัวรู้สึกเหมือนได้เห็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในสมัยเยาว์วัยอีกครั้ง ต่างกันตรงที่ พูลิซิช ใช้ความคิดในการเล่นและทำเพื่อทีมมากกว่า CR7 ที่เน้นการโชว์ลีลาและเล่นเพื่อตัวเองมากกว่า

เพชรเม็ดนี้เป็นเพชรงาม หากเจียระไนได้เหมาะสมจะเปล่งประกายแน่นอน

สำหรับคำถามต่อมาที่น่าสงสัยคือแล้วทำไมจู่ๆ พูลิซิช ไปลงเอยกับเชลซีได้ ทั้งๆที่ตลอดมาเขาเป็นเป้าหมายที่ลิเวอร์พูล อยากได้มาโดยตลอด

เพราะครั้งแรกที่ชื่อของเด็กคนนี้ดังขึ้นมาคือช่วงฤดูร้อนของปี 2016 เมื่อ เยอร์เก้น คล็อปป์ พยายามจะดึงตัวมาร่วมทีมให้ได้ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ และหลังจากนั้นก็ยังเป็นข่าวอยู่เรื่อยๆ

คำตอบของประเด็นนี้คือ ณ เข็มนาฬิกาเดินไป ลิเวอร์พูล ไม่ได้ต้องการพูลิซิชมากขนาดนั้น

สาเหตุมาจาก หนึ่งเรื่องของราคาที่สูงเกินไปเมื่อเทียบกับระยะเวลาในสัญญาที่เหลืออยู่

และสองเพราะลิเวอร์พูล มีขุมกำลังที่แข็งแกร่งมากแล้ว โดยคนสุดท้ายที่เข้ามาเติมเต็มจุดนี้คือ เชร์ดาน ชาคิรี่ ซึ่งความจริงแล้วเป็นนักเตะ “ตัวเลือกรอง” ต่อจาก พูลิซิช ด้วยซ้ำ 

เพียงแต่ “บิ๊กแชค” ซึ่งมีค่าตัวเพียงแค่ 12 ล้านปอนด์ สามารถทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยมในบทของเพลย์เมคเกอร์ที่สนับสนุนเกมรุก และสามารถจับลงเล่นได้หลากหลายตำแหน่งได้อย่างไม่เคอะเขิน จนทำให้คล็อปป์ วางใจและไม่คิดว่าทีมจำเป็นต้องจ่ายเงินมหาศาลแข่งกับเชลซี หรือทีมอื่นอีกในเมื่อทีมมีตัวเลือกที่ดีอยู่แล้ว

ลิเวอร์พูล กับพูลิซิช เป็นเส้นทางชีวิตที่ขนานและยังไม่ได้มาบรรจบกันในวันนี้เวลานี้

ส่วนวันหน้าไม่มีใครรู้



MOST POPULAR

RELATED POSTS

Feature

เฮอร์ชี่ย์ แบร์ส : เท็ดดี้ แบร์ ทอสส์ แบ่งปันอ้อมกอดผ่าน ประเพณี ฮอกกี้ และ รอยยิ้ม

Mr.BOSTON

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2018 ที่ผ่านมา ทีม เฮอร์ชี่ย์ แบร์ส ทีมฮอกกี้น้ำแข็งในเมือง เฮอร์ชี่ย์ มลรัฐเพนซิลวาเนีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งแข่งขันในลีกรองอย่าง อเมริกา ฮอกกี้ ลีก หรือ เอเอชแอล ได้ทำสถิติปาตุ๊กตาหมีลงมาในสนามฮอกกี้มากที่สุดเป็นสถิติโลก 34,798 ตัว

Thought

โคตรทีมแห่งทศวรรษของเกาหลีใต้

Dechruch

สัปดาห์ที่แล้วในคอลัมน์ฟุตบอลเอเชียผมได้เขียนถึงทีมสโมสรในเคลีกของเกาหลีใต้อย่าง ชอนบุค ฮุนได มอเตอร์ ที่กำลังลุ้นสร้างประวัติศาสตร์เป็นทีมที่คว้าแชมป์เคลีกได้เร็วที่สุดตั้งแต่มีการเปลี่ยนมาใช้ระบบการแข่งขันในปัจจุบันเมื่อปี2012 ซึ่งในที่สุดเจ้าของฉายา “นักรบสีเขียว”ก็สามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการฟุตบอลเกาหลีใต้ได้สำเร็จ

Story

พ้นวันเส้นตายตลาด…ใครคือผู้แพ้-ชนะที่แท้จริง

SPORTDesk. Team

“พอไม่มีน้ำตา…เราก็ไม่มีหลักฐานว่ามันคือความเศร้า” คำคมจากภาพยนตร์เรื่อง Burnig ที่น่าจะนำมาใช้กับสถานการณ์ของโจเซ่ มูรินโญ่ และ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ สองทีมใหญ่ไซส์บิ๊กที่ทำ Performanceในช่วงโค้งสุดท้ายเส้นตายตลาดนักเตะได้อย่างน่าผิดหวัง  ซึ่งแม้ทั้ง 2 กุนซือไม่มีน้ำตา แต่การันตีได้เลยว่า ดูโอกุนซือคู่นี้ เศร้า แน่นอน…