จุดโทษดราม่าของ “ผีแดง”

7 March 2019
119 VIEWS


กลายเป็นอีกหนึ่งค่ำคืนในประวัติศาสตร์ของ แมนฯยูไนเต็ด ที่พวกเขาบุกมายัดเยียดความปราชัยให้เปแอสเชได้ถึงปาร์ค เดอ แพรงซ์ 3-1 ชนิดที่ประตูชัยลูกที่ 3 มีประเด็นดราม่าตามมามากมาย จากจุดโทษแฮนด์บอลและต้องใช้ VAR ในการตัดสิน…

ผลกรรมจากโอลด์ แทรฟฟอร์ด ที่ผีแดงแพ้คาบ้าน 0-2 ทำให้ลูกทีมของโอเล่ กุนนาร์ โซลชา เสียเปรียบเป็นอย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้ในประวัติศาสตร์แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน็อกเอาท์ ยังไม่เคยมีทีมใด พลิกสถานการณ์เข้ารอบ หลังจากต้องแพ้คาบ้าน 0-2 มาก่อนได้เลย

ดังนั้นเมื่อ โซลชา ทำได้สำเร็จ เขาจึงกลายเป็นกุนซือคนแรกที่ทำเรื่องราวปาฏิหาริย์แบบนี้ได้…จากผลรวม 2 นัด เสมอกัน 3-3 แต่ผีแดงเข้ารอบตามกฏประตูทีมเยือน 

“สิ่งที่เกิดขึ้นในเกมนี้ มันคือสิ่งที่เราทำกันที่แมนฯยูไนเต็ด มันคือยีนส์ของสโมสรแห่งนี้ เรามีการวางแผน และเชื่อในตัวเด็กๆ ทุกคนทำสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ”

“เราสามารถไปได้จนสุดทางแต่ต้องรอการจับสลากรอบต่อไป คุณไม่เลือกไม่ได้หรอกว่าอยากหรือไม่อยากเจอใคร ทุกทีมมีคุณภาพหมด” โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือแมนฯยูไนเต็ด 

สำหรับ คนที่โดดเด่นในเกมนี้ นั่นคือ โลเมลู ลูกากู กองหน้าร่างบึกที่ช่วงหลังโชว์ฟอร์มสุดยอด ซัด 6 ประตูใน 3 นัด และเกมนี้กองหน้าเบลเยียมเหมา 2 ประตู และก็สร้างความประทับใจให้กับโซลชาเป็นอย่างมาก 

“6 ประตูใน 3 นัด ก็ไม่เลวเลยนะครับ ตั้งแต่ที่ผมมาคุมแล้วเขากลับมาลงเล่น ลูกากูทำงานหนักมากๆ เขาโดนวิจารณ์แต่เราให้เขาเล่นในตำแหน่งที่เหมาะกับเขามากกว่า ผมดีใจกับเขามาก” กุนซือชาวนอร์เวย์แสดงความคิดเห็น…

กลับมาที่ประเด็นจุดโทษปัญหา ในช่วงท้ายเกมที่ เปแอสเช ต้องมาเสียประตูอย่างน่าเจ็บใจ ในเหตุการณ์ที่ ดีโอโก้ ดาโลท์ ยิงไกลบอลโดนแขน เพรสแนล คิมเพมเบ้ ที่ตอนกระโดดบล็อคซึ่งผู้ตัดสิน ดามีร์ สโคมิน่า รีวิวเหตุการณ์จาก VAR และตัดสินให้จุดโทษ 

ทันทีที่เกิดจังหวะนี้ขึ้น หากเป็นสมัยที่ยังไม่ได้ใช้เทคโนโลยี VAR เรื่องนี้คงจะ “ปล่อยผ่าน” แต่ในเมื่อกางกฏแบบตัวอักษรเป๊ะๆ ลูกนี้ถือเป็นการ “แฮนด์บอล” ในเขตโทษจริงๆ และสุดท้ายดุลยพินิจของดามีร์ สโคมิน่าก็เลือกที่จะให้เป็นจุดโทษ ก่อนที่มาร์คัส แรชฟอร์ด สังหารจุดโทษอย่างเป็นทางการลูกแรกของเขากับสโมสรเข้าไป…

ด้าน เนย์มาร์ ซูเปอร์สตาร์ของเปแอสเช ที่ไม่ได้ลงเล่นเกมนี้ เพราะมีปัญหาอาการบาดเจ็บ แสดงความเดือดดาลลงในโซเชียลเน็ตเวิร์กส่วนตัว “นี่มันอัปยศเหลือเกิน…”

“ยูฟ่าก็นะยังอุตส่าห์เลือกคน 4 คนที่ไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับฟุตบอลเลยมานั่งดูภาพช้า…บ้าไปแล้วจริงๆ คิมเพมเบ้หันหลังอยู่จะให้เก็บแขนยังไง?”

ขณะที่ โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือเปแอสเช มองว่าลูกยิงของดาโลท์น่าจะไม่ตรงกรอบด้วยซ้ำ ดังนั้นการที่บอลมาถูกแขน คิมเพมเบ้ แล้วได้จุดโทษ จึงเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลในมุมมองของเขา 

“ผมยังสนับสนุนVAR ต่อไปนะ…แต่ลูกนี้เป็นเรื่องที่ทำให้ยอมรับได้ยาก คือผมรู้สึกอย่างชัดเจนว่าลูกยิงมันไม่ตรงกรอบ แล้วการได้จุดโทษจากจังหวะนี้มันไม่เป็นเหตุเป็นผล” โธมัส ทูเคิ่ลกุนซือเแอสเชเปิดใจ

การโดนจุดโทษในช่วงท้ายเกม และส่งผลให้ เปแอสเช กระเด็นตกรอบในครั้งนี้ ทำให้ยอดทีมเมืองน้ำหอม ต้องตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นปีที่ 3 ติดต่อกันแล้ว