มองแบบ “หงส์” และคิดแบบ “ผี”

18 December 2018
1,279 VIEWS

อีกประเด็นที่ผมสนใจหลังแมตช์ “แดงเดือด 16.12.18” คือ ลิเวอร์พูล เก่ง หรือ แมนฯยูไนเต็ด แย่?

ผมเชื่อว่า “ภาพรวม” ที่ได้สดับรับฟัง และสัมผัสส่วนใหญ่จะพุ่งเป้าไปที่ ผลงานที่ไม่ดีของทีมปิศาจแดง มากกว่าให้ “เครดิต” ความเก่งฉกาจของ ลิเวอร์พูล

จริง ๆ แล้ว มันควรจะเป็นทั้ง 2 องค์ประกอบนั่นแหละครับ

จะอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ หาไม่แล้วแต้มคงไม่ห่างกัน 19 คะแนน และอันดับต่างกัน 5 อันดับโดยแมนฯยูฯยังมีแต้มตามเชลซีในอันดับ 4 พื้นที่ UCL ถึง 11 คะแนน

ส่วนตัว ผมได้วิเคราะห์ไปแล้ว bit.ly/2EBHXNB และก็อ่านคอมเมนต์จากกูรู และหลายผู้สันทัดกรณีเช่นกันซึ่งมากมายมีทิศทางไปที่ โจเซ่ มูรินโญ่ และลูกทีมที่เล่นได้ “คน ละ ชั้น” มากกว่า “ซูฮก” ลิเวอร์พูล และเยอร์เก้น คลอปป์

เช่นกัน ได้อ่านบทสัมภาษณ์ของทั้ง 2 กุนซือ แต่ยังไม่แน่ใจนักว่า แท้จริงแล้ว “สาระ” ในห้องเพรสคอนเฟอเรนซ์หลังแมตช์คนละประมาณ 10 นาทีมีอะไรบ้าง?

ผมจึงมานั่งฟัง และเลือกจะ “ถอดความ” ด้วยตัวเองในส่วนประเด็นสำคัญ ๆ มาฝาก

ส่วนตัวเชื่อว่า มีหลายประโยค จากบทสัมภาษณ์ด้านล่างที่ไม่มีให้อ่านที่ใดมาก่อนแน่นอน

อ่านจบแล้ว ขอให้ “ตัดสิน” และแสดงความเห็นกันได้ตามอัชฌาสัย และพอหอมปากหอมคอตามสไตล์ “สุภาพบุรุษลูกหนัง” ของเพจนี้ได้เช่นเดิมนะครับ

มองแบบ “หงส์”

“มันเป็นแมตช์ที่สุดยอด ยอดเยี่ยมที่สุด เราเริ่มเกมได้ดีที่สุดนัดหนึ่งนับตั้งแต่ผมมาคุมลิเวอร์พูล ดีที่สุดไม่เฉพาะแค่ฤดูกาลนี้นะ เฉพาะอย่างยิ่งครึ่งชั่วโมงแรกที่เหนือคำบรรยาย เรายิงได้ 1 ลูกแต่ก็สามารถทำได้ 3, 4 หรือ 5 ลูกที่ไม่ใช่แค่โอกาสที่สร้างสรรค์ได้ แต่เป็นวิธีการเล่นที่สุดแสนจะเพอร์เฟคต์ของเรา”

“แชค (ชาห์คิรี) ลงมาปิดเกม โดยเรามีโชคเล็กน้อยจากบอลแฉลบทั้ง 2 ประตู แต่ประตูแรกต้องขอบอกว่า มันสุด ๆ ไปเลยไม่ว่าจะผ่านบอล คอนโทรลบอล และจบสกอร์”

“เรียกว่า นี่แทบจะเป็นคืนที่สมบูรณ์แบบที่สุดของเรา”

“นาบี้ (เกอิต้า) ก็เล่นได้เป็นธรรมชาติมาก ๆ และทะลุทะลวงได้ดีในพื้นที่ half-space ขณะที่เกมนี้เรายังปรับเล็กน้อย โดยเอามาเน่ มาเล่นทางด้านขวาซึ่งก็ใช้ความสามารถเจาะ half-space ได้ดีเช่นเดียวกัน”

“ฟาบินโญ่ ก็แสดงให้เห็นถึงการเล่นฟุตบอลในระดับสูง โรเบิร์ตสัน ก็สามารถหาโอกาสเติมเกมรุกได้ทางฝั่งซ้ายในเกมที่เราแก้ปัญหาเกมรับที่ขาดแคลนตัวผู้เล่นได้ดี ไคล์นเองกับการเล่นเต็ม 90 นาทีก็ทำได้สุดยอดมาก”

“คุณมีแค่ 2 ออฟชั่น คุณจะเล่นทุกนัดกระทั่งคุณบาดเจ็บ หรือเลือกการบริหารจัดการ โรเตชั่น และรักษาประสิทธิภาพการเล่นระดับสูงสุดเอาไว้ให้ได้อย่างสม่ำเสมอ ตัวอย่างเช่น นาธาเนียล ไคล์น ที่พร้อม 100% และเทรนเต็มที่มาตลอดจนถึงเวลาได้รับโอกาส”

“ผู้เล่นจะแฮปปี้ หรือไม่ ผมไม่ทราบ แต่ต้องเข้าใจ และต้องมีพร้อมเต็มที่อยู่เสมอในการจะลงสนาม และโชว์ฟอร์มได้เต็มประสิทธิภาพในรูปแบบการเล่นของเราไม่ว่าจะเจาะ half-space, วิ่งหลังไลน์, เล่นเกมริมเส้น โน่นนี่ เพื่อจะโชว์ผลงานให้ได้ดีเยี่ยมแบบเกมนี้”-เยอร์เก้น คลอปป์

“ผู้เล่นจะแฮปปี้ หรือไม่ ผมไม่ทราบ แต่ต้องเข้าใจ และต้องมีพร้อมเต็มที่อยู่เสมอในการจะลงสนาม และโชว์ฟอร์มได้เต็มประสิทธิภาพในรูปแบบการเล่นของเราไม่ว่าจะเจาะ half-space, วิ่งหลังไลน์, เล่นเกมริมเส้น โน่นนี่ เพื่อจะโชว์ผลงานให้ได้ดีเยี่ยมแบบเกมนี้”
-เยอร์เก้น คลอปป์

คิดแบบ “ผี”

“ผมทำทุกอย่าง และผู้เล่นก็มอบทุกอย่างแล้วในเกมนี้ ผมเองก็ไม่ได้โมโหโกรธาพวกเขา การเล่นของเราก็สะท้อนคุณภาพที่เรามี คู่แข่งก็เช่นกันที่เร็วจัด, ร้อนแรง, เข้มข้น ด้วยสไตล์ 200 ไมล์ต่อชั่วโมงทั้งตอนมี และไม่มีบอล”

“ตอนนี้ ผมยังรู้สึกเหนื่อยอยู่เลยเพียงแค่มองโรเบิร์ตสัน สปริ้นต์ 100 เมตรทุก ๆ 1 นาที มันเหลือเชื่อมาก และนี่แหละคือคุณภาพ ตอนเกมเข้มข้นมาก ๆ ช่วง 20-25 นาทีแรกมันจึงยากกับเรามาก ๆ ที่จะต่อกร”

“ในครึ่งหลังตอนเกมช้าลง ตอนเรามีเวลาเล่นรับ และมีเวลาได้จัดการกับการเล่นของเรา เราก็ทำได้ดีกับประมาณ 20 นาทีที่เหลือที่ยากที่เราจะแพ้ เพราะเราควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ และพวกเขาต้องเริ่มยิงไกลจาก 30 เมตรเข้ามือดาวิด (เด เกอา) หรือลอยโด่งขึ้นสแตนด์ เพราะหาพื้นที่ว่างเข้าเจาะไม่ได้ก่อนจะแพ้จาก 2 ประตูที่ดาวิด บอกว่า เซฟได้แน่ แต่เป็นเพราะแฉลบเลยรับไม่ได้”

“ผมพูดได้ว่า ลิเวอร์พูลคู่ควรจะชนะ แต่มันยากจะรับได้สำหรับผู้เล่นของผมที่ทำงานกันอย่างหนักแล้วต้องมาแพ้ เพราะหากคุณถามผมตอน 20 นาทีแรกว่าเราจะแพ้ ผมจะตอบว่า ใช่ แต่หากถามตอนนี้ ผมไม่คิดว่า เราจะแพ้”

“แต่จากการเล่นเกมเยือนกับลิเวอร์พูล, เชลซี และแมนฯซิตี้ ซึ่งเป็น 3 ทีมที่ดีที่สุดทำให้ผมมั่นใจว่า เราจะทำได้ดีขึ้นในครึ่งหลังของฤดูกาล แม้จะเราแพ้ในเกมอื่นด้วยก็ตาม”

“เราเสียผู้เล่นที่เจ็บบ่อย ดังนั้นเราจึงไม่มีความแข็งแกร่ง เราไม่สามารถจะพัฒนาได้แม้จะมีผู้เล่นเทคนิคดี ๆ เรื่องนี้เป็นมาตั้งแต่ยุค ฟานกัล และเดวิด (มอยส์) แล้วที่เรามีผู้เล่นเจ็บประจำจนไม่อาจพัฒนาความแข็งแกร่งได้ ผมจะยกตัวอย่างเช่น โรเบิร์ตสัน, ฟาบินโญ่, เกอิตา, ซาลาห์, มาเน่, ไวจ์นัลดุม ที่ล้วนแล้วแต่แข็งแกร่ง แถมมีเทคนิคที่ดี ดังนั้นยามที่เกมเต็มไปด้วยความเข้มข้น มันจึงยากสำหรับเราจะแข่งขัน เช่น ตอนต้นเกมนัดนี้”

“เราต้องรอจนกระทั่งความเข้มข้นของเกมลดลง เราจึงสามารถเล่นเกมของเราได้ และโชว์คุณภาพของเราได้”

“เราไม่คู่ควรจะแพ้แบบนี้ แต่หากเราโดนยิงตั้งแต่ 20 นาทีแรก ผมจะพูดเลยว่า ทีมที่ดีกว่า ฆ่าเราได้ แต่แพ้แบบนี้ ผมรู้สึกเสียใจแทนเด็ก ๆ ของผม”

-โจเซ่ มูรินโญ่