ลอนดอน มาราธอน : ชัยชนะของ คิปโชเก้, ไนกี้ และ กระแส ลอนดอน อิส กรีน

29 April 2019
1,553 VIEWS

มาราธอน รายการระดับเมเจอร์ รายการที่ 3 ของฤดูกาลเพิ่งจบลงไปเมื่อเย็นวันอาทิตย์ที่ผ่านมา และแน่นอน มันมีเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นใน เวิลด์ เมเจอร์ รายการนี้

เอเลียด คิปโชเก้ คือชื่อของผู้ชนะที่ไม่ได้เกินความคาดหมายของผู้ที่พอจะตามข่าวสารในวงการมาราธอนมาบ้าง และนี่เป็นชัยชนะครั้งที่ 4 แล้ว ซึ่งทำให้เขาคว้าแชมป์รายการนี้มากที่สุดด้วย

แต่นอกเหนือจากชัยชนะของชายชาวเคนย่า ยังมีชัยชนะอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกมาก ไล่ตั้งแต่ชัยชนะของผลิตภัณฑ์กีฬา ไปจนถึงชัยชนะของมวลมนุษยชาติทีเดียว!

เอเลียด คิปโชเก้ ชายผู้ทุบทุกสถิติ

อาจจะเบื่อกันแล้วหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ลอนดอน มาราธอน 2019 ก็เป็นอีกครั้ง ที่แชมป์ตกเป็นของชายผู้ที่ได้รับการยกย่องว่า “เร็วที่สุดในโลกในระยะมาราธอน” อย่าง เอเลียด คิปโชเก้

จะว่าไปในสองถึงสามปีที่ผ่านมา คิปโชเก้ แทบจะผูกขาดแชมป์มาราธอนทุกรายการที่เขาลงแข่ง แม้กระทั่งการแข่งขัน มาราธอน ในโอลิมปิก เกมส์ 2016 ที่ริโอ เดอ จานเนโร เขาก็คว้ามาแล้ว เมื่อรวมกับ การคว้าแชมป์เมเจอร์ทุกรายการที่เขาลงแข่งตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา คงจะไม่ผิดนัก ถ้าจะบอกว่า เขาคือ “ที่สุด” ของยุคสมัยนี้

ในลอนดอน มาราธอน ครั้งนี้ นักวิ่งวัย 34 ปี ทำเวลาอย่างเป็นทางการได้ 2 ชั่วโมง 2 นาที 37 วินาที ซึ่งเป็นสถิติใหม่ที่ดีที่สุดในการแข่งขัน ลอนดอน มาราธอน และเป็นเวลาที่ดีที่สุดอันดับที่ 2 ของเขา รองจากเวลาที่เขาทำได้ในเบอร์ลิน มาราธอน เมื่อปีก่อน ซึ่งเป็นสถิติโลก แค่รายการเดียวเท่านั้น

“ชายผู้เร็วที่สุดในโลกในระยะมาราธอน” คนนี้ ยังสร้างสถิติใหม่ของ ลอนดอน มาราธอน อีกอย่างด้วย เมื่อเขาเป็นผู้ที่คว้าแชมป์รายการนี้มากที่สุดที่ 4 สมัย เหนือกว่า ดิโอนิซิโอ เซรอน แชมป์สามสมัยซ้อนระหว่างปี 1996-1998 ชาวเม็กซิกันด้วย

คิปโชเก้ ทิ้งห่างที่ 2 อย่าง โมซิเนต์ เกเรมิว จากเอธิโอเปีย ห่างถึง 18 วินาที และทำเวลาดีกว่า เซอร์โม ฟาราห์ ขวัญใจเจ้าถิ่นที่ถูกยกให้เป็นดาวเด่นคู่กับเขาแบบไม่เห็นหลัง ถึง 3 นาที 2 วินาทีด้วยกัน

คิปโชเก้ ยอมรับว่า เขาให้ความสำคัญกับ ลอนดอน มาราธอน เสมอ “ปกติแล้ว ผมจะไล่ล่ากระต่ายสองตัวพร้อมกัน ผมจะไล่ตามไปตัวเดียวเท่านั้นและนั่นคือลอนดอน เมื่อผมจับกระต่ายตัวนั้นแล้ว ผมถึงจะพูดกับทีมของผมถึงเป้าหมายต่อไป

แฟน ๆ ในลอนดอน วิเศษมาก และนั่นเป็นแรงผลักดันให้ผมตั้งแต่กิโลเมตรแรก ถึงกิโลเมตรสุดท้าย ทุกคนตะโกนเชียร์ตลอดเวลา ผมมีความสุขตลอดเส้นทางที่ได้วิ่ง

ไนกี้ กับ ชัยชนะสีเขียว

หนึ่งในเคล็ดลับความสำเร็จของ คิปโชเก้ ในครั้งนี้ นอกจากระเบียบวินัยในการซ้อม และ ศักยภาพเหนือมนุษย์ของ คิปโชเก้ แล้ว อาจจะต้องยกความดีความชอบส่วนหนึ่งให้ กับ ไนกี้ เวเปอร์ฟลาย เน็กซ์เปอร์เซ็นต์ (Vaporfly Next%) ด้วย

สำหรับคนที่วิ่งระยะไกล คงรู้กัน ไนกี้ เวเปอร์ฟลาย โฟร์เปอร์เซ็นต์ รองเท้าวิ่งตัวก่อนหน้า เน็กซ์เปอร์เช็นต์ เป็นรองเท้าวิ่งที่หลายคนเรียกว่า “ของเทพ” หรือ “ของโกง” เพราะทางผู้ผลิตเคลมว่า รองเท้าของเขา เพิ่มความเร็วให้ผู้ที่สวมใส่ได้ราว 4%

ซึ่งนั่นได้รับการพิสูจน์จากนักวิ่งทั่วโลกมาแล้ว ว่าคำกล่าวอ้างดังกล่าวมีความจริงไม่มากก็น้อย เพราะนักวิ่งที่ขึ้นโพเดียมการแข่งขันทั่วโลกในปีที่ผ่านมา 63% หรือกว่าครึ่ง ใส่รองเท้าคู่นี้ และ โฟร์เปอร์เซ็นต์ ยังเป็นรองเท้าที่ทำให้ คิปโชเก้ ทำสถิติโลกสำเร็จ ในเบอร์ลิน มาราธอน ปีก่อนด้วย

ในลอนดอน มาราธอน คราวนี้ แบรนด์ตรา สวูช ก็ถือฤกษ์ดี ในการปล่อยรองเท้ารุ่นใหม่ให้กับนักวิ่งระดับเอลีต ได้ลองใช้กันเป็นสนามแรก และมันจบลงด้วยชัยชนะที่งดงาม พร้อมกับปรากฏการณ์ “ลอนดอน สีเขียว” ที่นักวิ่งเอลีตเกินครึ่ง ใส่รองเท้าคู่นี้ลงแข่งขัน

เวเปอร์ฟลาย เน็กซ์เปอร์เซ็นต์ สีเขียวสะท้อนแสง เป็นรองเท้าของนักวิ่งในกลุ่มนำ และไม่เท่านั้น เพราะว่า ท็อป 5 ของการแข่งขันในคราวนี้ ไล่ตั้งแต่ คิปโชเก้, เกเรมิว, มูเล่ วาซิฮุน, โทล่า ชูร่า คิตาต้า และ เซอร์โม ฟาราห์ ทั้งหมดนั้น ใส่รองเท้าสีเขียวคู่นี้ทั้งสิ้น

นี่อาจจะเป็นการประกาศศักดา และ การประกาศชัยชนะอีกครั้งของ ไนกี้ และนี่สำคัญกว่านั้น พวกเขา อาจจะประกาศไปพร้อมกันในครั้งนี้ว่า พร้อมแล้วสำหรับการทำลายกำแพงที่กั้นไว้ลงเสียที

กำแพงที่ว่ากันว่า เป็นขีดจำกัดที่มนุษย์ไม่มีทางทำลายได้, กำแพงเวลาที่ว่ากันว่า มนุษย์ไม่มีทางไปถึง

กำแพงที่มีชื่อว่า SUB 2 (ซับทู คือการวิ่งระยะมาราธอน ในเวลาที่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง)

ลดขยะ ไร้พลาสติก ชัยชนะของทุกคน

นอกจาก “ลอนดอนสีเขียว” จะถูกใช้เรียกความสำเร็จของ ไนกี้ ในเวทีลอนดอน มาราธอน คราวนี้แล้ว “ลอนดอนสีเขียว” ยังถูกใช้ในความหมายในเชิงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไปพร้อมกันด้วย

ตามสถิติ ในลอนดอน มาราธอน ปีก่อน มีขยะที่เกิดจากพลาสติก ทั้งขวดน้ำ และแก้วน้ำใช้แล้วทิ้ง ที่มอบให้แก่นักวิ่ง มากกว่า 9 แสนชิ้น 

แต่ในลอนดอน มาราธอน ปีนี้ ขยะพลาสติกที่ว่าได้ลดลงไป เมื่อ บริษัท สคิปปิ้ง ร็อคส์ แลป ผู้ผลิต โอโห วอเทอร์ (Ooho Water) หรือ ลูกบอลน้ำ ที่มีรูปร่างเป็นถุงเยื่อไฟเบอร์ขนาดเล็ก ที่ภายในเต็มไปด้วยน้ำเปล่า ซึ่งสามารถเอาเข้าปากแล้วดื่มได้เหมือนน้ำปกติ

เจ้าโอโห วอเทอร์ ถูกนำมาใช้แจกจ่ายให้กับนักวิ่ง แทนการแจกน้ำผ่านแก้วพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งตามปกติ ทำให้ในลอนเอน มาราธอน ครั้งนี้ ขยะพลาสติก ลดลงไปกว่า 215,000 ชิ้นเลยทีเดียว

และที่เจ๋งไปกว่านั้น คือเจ้าถุงเยื้อสาหร่ายนี้ ไม้ได้ใส่ไปแค่น้ำเปล่า เพราะทางฝ่ายจัดการแข่งขัน ต้องการจริงจังกับการลดพลาสติกอย่างแท้จริง จึงได้ประสานงานให้ ลูโคเซด ผู้สนับสนุนในเรื่องของเกลือแร่ นำเครื่องดื่มของพวกเขา มาใส่เจ้าถุงน้ำ โอโห เพื่อแจกให้นักวิ่งด้วย

ซึ่งนี่เป็นการร่วมมือกันทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง

งานนี้ ถือว่า ชนะกันทุกฝ่ายจริง ๆ ทั้งนักวิ่ง, ลอนดอน และ โลกของเรา!

อะไรจะเกิดขึ้นที่เบอร์ลิน?

สิ่งที่น่าสนใจคือหลังจากนี้ อีก 5 เดือน ในวันที่ 29 กันยายน ปีนี้ จะเป็นการมาถึงของ เบอร์ลิน มาราธอน ซึ่งเป็นรายการ เวิลด์ เมเจอร์ ที่ถูกใช้เป็นเวทีเพื่อทำลายสถิติโลก เพราะมันเต็มไปด้วยเส้นทางตรง และ เพื่อที่ราบเรียบ ทั้งยังมีความสูงจากน้ำทะเลไม่มาก จึงไม่มีความยากลำบากในการหายใจ

การมาของ เทคโนโลยีใหม่อย่าง รองเท้า เน็กซ์เปอร์เช็นต์ ในช่วงเวลาที่ เอเลียด คิปโชเก้ กำลังยอดเยี่ยมถึงขีดสุด ทำให้หลายฝ่ายคาดว่า หลังจากทำลายสถิติสนามที่ลอนดอน แล้ว เขาอาจจะทำลายสถิติสนามที่ เบอร์ลินต่อทันที

นั่นหมายความว่า เราจะได้สถิติโลกใหม่ในระยะมาราธอนอีกครั้ง หลังเพิ่งได้มาเมื่อปีก่อน

ฟอร์มของ คิปโชเก้ ที่แสดงให้เห็นใน ลอนดอน คราวนี้ ทำให้มีบางคนเชื่อกันว่า เขาอาจจะทำเวลาได้ถึง 2:00:xx ในเบอร์ลินเลยก็เป็นได้

ตอนนี้ คงทำอะไรไม่ได้ มากกว่าแค่รอให้ถึงเวลานั้น…