นอร์ธ ลอนดอน ดาร์บี ที่สวนทาง

ในขณะที่เราอาจผิดหวังกับ เกมแดงเดือด ที่ไม่เดือด หรือ เกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี ที่ระยะห่างระหว่างสองทีมมากเกินไป หรือเกมเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี ที่เอฟเวอร์ตันผูกปีเจ็บ ไม่แพ้ก็เสมอตลอด แต่เกม “นอร์ธ ลอนดอน ดาร์บี” ไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง

ไม่จำเป็นต้องใส่ใจในเรื่องของคุณภาพอะไรให้มากมาย เพราะนี่คือเกมที่ทั้ง อาร์เซนอล และสเปอร์ส จะเปิดฉากถล่มใส่กันอย่างเต็มที่ ใส่กันจนหมดแรง ส่วนผลจะออกมาเป็นอย่างไรก็ว่ากัน

เหมือนใช้เกมนี้เป็นที่ระบายความอึดอัดคั่งค้างในใจ

สิ่งที่เราได้เห็นในเกมลอนดอนเดือดเมื่อคืนที่ผ่านมา จึงเป็นเกมที่นอกจากจะเดือดสมชื่อแล้ว ยังแซ่บ ข้น และนัว เหมือนมาม่าโอ้โฮของร้านเจ๊โอว เมื่อทั้งสองทีมลุยกันตลอดทั้ง 90 นาทีไม่มีช่วงเวลาให้พักหายใจ

กระทั่ง BBC ยังใช้เพียงแค่คำเดียวในการบรรยายสรรพคุณของเกมนี้

Breathless

ส่วนตัวแล้ว ผลเสมอ 2-2 เป็นผลการแข่งขันที่ดีและเหมาะสมสำหรับทั้งสองทีมครับ แม้อาจจะเหมือนใจร้ายกับอาร์เซนอลอยู่นิดๆ ที่อุตส่าห์โชว์ลูกฮึดจากตามหลัง 0-2 กลับมาไล่ตีเสมอ 2-2 และเป็นฝ่ายที่มีโอกาสจะชนะได้ด้วยหากมีความคมมากพอ

ความจริงแล้วหากวัดกันที่ตัวผู้เล่น กันเนอร์ส ของ อูไน เอเมรี่ เป็นรองคู่แข่งร่วมเมืองอยู่ โดยเฉพาะเมื่อ สเปอร์ส มีครบทั้ง แฮร์รี เคน, ซอน-เฮือน มิน และคริสเตียน เอริคเซน

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน ยังมี เอริค ลาเมลา และเดเล อัลลี ที่ถูกส่งลงสนามมาในฐานะตัวสำรองด้วย

คีย์แมนคนสำคัญคือ เอริคเซน จิ๊กซอว์ชิ้นที่เหมือนจะขาดหายไปจากทีมของโปเช็ตติโน และทำให้ สเปอร์ส เกิดอาการเครื่องสะดุดในช่วงที่ผ่านมาแบบชัดเจน ดังจะเห็นได้จากหลายนัดที่ผ่านมาว่า สเปอร์ส เหมือนวงดนตรีออร์เคสตราที่เล่นโดยไม่มีคอนดัคเตอร์คอยกำกับ

นักดนตรีจะดีแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ เสียงดนตรีที่ออกมาโดยปราศจากวาทยากรไม่มีทางกลมกล่อม ไม่มี harmony

การกลับมาลงเป็นตัวจริงของเขาในเกมนี้ จึงมีความสำคัญกับเรื่องของแท็คติกการเล่นอย่างมาก แต่มากกว่านั้นคือการส่งสัญญาณเป็นนัยของดาวเตะชาวเดนมาร์ก และนายใหญ่ชาวอาร์เจนไตน์ว่าทั้งคู่คงจะได้ ร่วมงานกันต่อไปอีกอย่างน้อยหนึ่งปี

อาจจะไม่ใช่สิ่งที่เอริคเซนหวังไว้ แต่เมื่อไม่มีทีมใหญ่ในระดับที่เขาฝันถึงแม้แต่ทีมเดียวอยากได้ตัวเขาไปในเวลานี้ ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะดื้อแพ่งอีกต่อไป

ก็จับตาดูว่าจะมีการสมประโยชน์ด้วยการต่อสัญญาฉบับใหม่หรือไม่ เพื่อให้ สเปอร์ส มีอำนาจในการต่อรองได้อะไรกลับมาบ้าง หรือจะอยู่กันไปแบบนี้แล้วรอแยกทางหลังจบฤดูกาล

เอริคเซน ใช้เวลาแค่ 10 นาทีในการประกาศความสำคัญของเขากับประตูขึ้นนำให้สเปอร์ส ก่อนที่พวกเขาจะได้จุดโทษจากความผิดพลาดของ กรานิต ชากา ที่ทำเอากูนเนอร์สอยากจะเปิดเพลงเจ็บง่ายๆ กับเรื่องเดิมๆ ฟังสักร้อยรอบ ซึ่ง เคน ก็ไม่พลาดที่จะยิงให้สเปอร์สหนีเป็น 2-0

ด้วยสกอร์นี้ ทุกอย่างมันควรจะอยู่ในมือพวกเขาทั้งหมดแล้ว แต่มันก็ไม่ได้เป็นแบบนั้น

เหตุผลมีสองอย่างครับ

อย่างแรกคือ อาร์เซนอล สู้ขาดใจจริงๆ ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็ไม่ยอม ประตูตีไข่แตกจากอเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ช่วยจุดประกายความหวังและทำให้พวกเขามีความเชื่อว่ายังมีโอกาสจะกลับมา

แต่เหตุผลอีกอย่างที่ผมสนใจมากกว่าคือการที่ครึ่งหลัง อาร์เซนอล แสดงให้เห็นถึงบางสิ่งที่สำคัญ

ถึงจะไม่ได้มีขุนพลที่เก่งกาจอะไรมากมายนัก หลายคนเป็นละอ่อนน้อยที่ยังอ่อนหัดนัก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับ 2 ทีมที่อยู่เหนือไปอีกขั้นอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี หรือลิเวอร์พูล แต่ละอ่อนน้อยเหล่านี้นี่แหละที่ทำให้เกมนี้มีชีวิตชีวา

ผมชอบการเล่นของ มัตเตโอ เกวนดูซี มาตั้งแต่ในฤดูกาลที่แล้ว ชอบพลังขับเคลื่อนในตัวของเขา

และอีกคนที่ลงมาเปลี่ยนไดนามิคของเกมทันทีตั้งแต่แรกคือ ดานี เซบายอส

พลังขับเคลื่อนของสองคนนี้ กลบแดนกลางทีมที่เคยเก่งกาจอย่างสเปอร์สจนหมด สุดท้าย เกวนดูซี จ่าย ยัดให้ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยัง ยิงตีเสมอให้ทีมได้สำเร็จ ด้วยลูกจ่าย killer pass ที่หาดูได้ยากและสะท้อนให้เห็นถึงสายตาในการมองเกมที่เฉียบแหลม

หาก เกวนดูซี มีมิดฟิลด์ตัวรับที่แข็งแกร่งและนิ่งกว่ากัปตันชากา ผมเชื่อว่าเขาจะไปได้ไกลมากเช่นกันกับอาร์เซนอล

ในทางตรงกันข้ามกับประกายแสงอันรุ่งโรจน์ของกันเนอร์ส – สเปอร์ส ในเวลานี้เริ่มแสดงอาการน่าเป็นห่วงให้เห็น

ไม่ต้องเอื้อนต้องเอ่ย ผมคิดว่าเราน่าจะพอสัมผัสได้ว่าทีมของโปเช็ตติโน กำลังประสบปัญหา ไม่ใช่ในเรื่องของฟอร์มการเล่น แต่เป็นเรื่องของแรงบันดาลใจในการเล่น

สเปอร์ส เล่นเหมือนคนมองไม่เห็นทางออกของชีวิต ไม่เหมือนทีมที่เคยร้อนแรงและเต็มไปด้วยพลังสร้างสรรค์ในแบบที่เราคุ้นเคยกันมาในหลายฤดูกาลก่อนหน้า

การขาด ต็องกี เอ็นดอมเบเล ส่งผลร้ายแรงอย่างมากใน 2 นัดที่ผ่านมา กับการแพ้ นิวคาสเซิล คาบ้าน และต่อด้วยการโดน อาร์เซนอล ไล่ตีเสมอ

แต่ถ้าเราคิดในมุมกลับกันว่า หากทีมที่เพิ่งจะผ่านเข้าชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก ต้องหวังพึ่งนักเตะใหม่ที่เพิ่งจะย้ายมาจากทีมอื่นทันที ผมคิดว่ามันน่าจะมีอะไรที่ไม่ปกติ

ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ 2 เกมพวกเขาทำได้ดีในการบดจนสยบ แอสตัน วิลลา ในเกมเปิดสนาม และต่อด้วยการต้านทาน แมนเชสเตอร์ ซิตี ได้เป็นทีมแรกของฤดูกาล

แม้จะเชื่อว่า สเปอร์ส จะกลับมาเล่นได้ดีในไม่ช้าก็เร็วครับ พวกเขาเป็นทีมที่มีคุณภาพและคุณภาพในเกมฟุตบอลมันไม่ได้จะหายไปในเวลาแค่นัดหรือสองนัด

แต่นัดหรือสองนัด มันสะท้อนอะไรให้ได้เห็นอยู่

บางทีมันอาจจะอยู่ที่ปัญหาในเกมรับที่เปื่อยยุ่ย บางทีมันอาจจะอยู่ที่วินัยในการเล่นของบางคนที่หละหลวม และบางทีมันอาจจะอยู่ที่แรงบันดาลใจในการเล่นที่ขาดหาย

อาจรวมถึงตัวของโปเช็ตติโน ที่ผมไม่เชื่อว่าความรู้สึกในใจของเขาเวลานี้จะใสเหมือนในวันวาน

ผมอาจจะคิดไปเอง แต่รู้สึกว่าเข็มนาฬิกาของเขาและสเปอร์สเริ่มหยุดนิ่งและเดินกลับหลัง

ในขณะที่คู่แข่งร่วมเมืองกำลังก้าวเดินไปข้างหน้า

หนทางอาจจะห่างไกล แต่อย่างน้อย อาร์เซนอล ก็มีความพยายาม


MOST POPULAR

RELATED POSTS

Story

ซาร์รี่ : ผมควรได้คุมเชลซีต่อ

SPORTDesk. Team

ถ้วยยูฟ่า ยูโรป้า ลีก 2019-20 คือถ้วยรางวัลรายการหลักใบแรกในชีวิตของกุนซือวัย 60 ปี ‘เมาริซิโอ ซาร์รี่’ ที่เขาต้องใช้เวลาอดทนเฝ้ารอคอยมานานถึง 23 ปี นับตั้งแต่เขาเริ่มต้นอาชีพเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลเมื่อปี 1996

Thought

ความท้าทายครั้งใหม่ของ “ทาเคฟุซะ คุโบะ”

Dechruch

ปฏิเสธไม่ได้ว่าทีม “ ลอส บลังกอส ” เรอัล มาดริด ยอดทีมจากแดนกระทิงดุสเปน คือ ทีมที่เสริมทัพได้อย่างดูดีมีระดับจนน่าจับตามากที่สุดทีมหนึ่งในช่วงตลาดซื้อ-ขายนัก เตะช่วงซัมเมอร์นี้

Story

โมดริชคว้า The best : ยุคโรนัลโด้-เมสซี่กำลังจะจบลง

SPORTDesk. Team

เสร็จสิ้นลงไปแล้วสำหรับรางวัล The Best FIFA Football Awards ซึ่งรางวัลนี้เป็นรางวัลของฟีฟ่า ซึ่งได้จัดต่อเนื่องมาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว และอย่างที่ทราบกันดีว่า ปีนี้งานกาล่าจัดขึ้นที่ลอนดอน ผู้ที่ได้รับรางวัลใหญ่ที่สุดในงานนี้ก็คือ ลูก้า โมดริช คว้ารางวัล นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี “ฟีฟ่า เดอะ เบสต์” เหนือคริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์