น้ำตาลูกผู้ชาย

ฟุตบอลฤดูกาลนี้ช่างบ้าคลั่งครับ

ภาพอารมณ์ของเมาริซิโอ โปเช็ตติโน ที่หลั่งน้ำตาแห่งความยินดี มันระเบิดทุกความรู้สึกที่เขาเก็บซ่อนไว้ภายใต้บุคลิกที่เงียบขรึม สุขุม ให้ทุกคนได้เห็นอีกด้านที่อ่อนไหวที่ไม่ค่อยได้เห็นมากนัก

โปเช็ตติโน่ เปิดเผยหัวใจออกมาแบบนี้เพราะเขาไม่อาจเก็บกั้นมันได้อีกหลังได้เห็นสิ่งที่ลูกทีมของเขาทำ

สเปอร์ส ในสภาวะประสบวิกฤติศรัทธา เต็มไปด้วยคำถามของทุกคนว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่ พวกเขาทำอะไรที่ผ่านมา และพวกเขาควรจะทำอะไรในอนาคต – สิ่งเหล่านี้ส่งผลอย่างร้ายกาจต่อผลงานในสนามในช่วงที่ผ่านมา

การขาดหายของแฮร์รี่ เคน กองหน้าเบอร์หนึ่งก็ใช่ มีส่วน แต่มันจะไม่มีปัญหาหากพวกเขามีขุมกำลังที่ดีพอ และมันก็ย้อนกลับไปถึงคนที่มีอำนาจในการตัดสินใจว่าพวกเขามองทีมอย่างไร หวังไว้แค่ไหน

สเปอร์สอยากเป็นแค่ทีมที่ “เกือบ” ประสบความสำเร็จ

หรือเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จ?

ผมเชื่อว่าที่ผ่านมาสเปอร์สตอบตัวเองไม่ได้ และตัวของโปเช็ตติโน่เองก็เริ่มมีคำถามที่ตัวเองตอบไม่ได้

ไม่ว่าจะด้วยเหตุนี้หรืออะไร การออกมาบอกเป็นนัยว่า “ถ้าได้แชมเปี้ยนส์ ลีก เขาอาจจะไป” เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงสภาวะที่ไม่มั่นคงทางจิตใจของกุนซือชาวอาร์เจนไตน์

แต่ผมเชื่อว่าหลังจากที่เขาได้เห็น 45 นาทีหลังที่โยฮัน ครอยฟ์ อารีนา 

ความคิดของเขาอาจจะเปลี่ยน 

เช่นกันกับความคิดของสตาร์สเปอร์สที่อาจจะเปลี่ยน

ไม่ว่าแรงบันดาลใจจากลิเวอร์พูลที่สร้างปาฏิหาริย์ในเกมคืนก่อนหน้าจะมีผลกระทบมากน้อยแค่ไหน แต่สเปอร์สก็ได้สร้างปาฏิหาริย์และเรื่องราวระดับตำนานของตัวเองขึ้น

ในสถานการณ์ที่เหมือนจะยากกว่าด้วย เมื่อตกเป็นฝ่ายตามหลังอายักซ์ก่อนถึง 2-0 และทำให้ผลต่างประตูรวม 2 นัดพวกเขาตามไกลถึง 3 ลูก

หนทางเดียวที่จะกลับมาได้คือการแซงชนะ 3-2 ซึ่งจาก 135 นาทีที่พวกเขาดวลกัน มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

คำพูดของ “พอช” ในระหว่างพักครึ่งจึงสำคัญ และเชื่อว่าน่าจะมีเรื่องเล่าที่ถูกเปิดเผยในเวลาต่อมาแน่ เพราะมันสำคัญไม่แพ้การแก้เกมให้ทีมอีกครั้ง

และมันได้ผล

ประสบการณ์ที่น้อยของอายักซ์นั้นมีส่วน พวกเขาผ่านเกมยากๆมามากมายรวมถึงการสยบเรอัล มาดริด และยูเวนตุส ในระหว่างเส้นทาง แต่มันเป็นการต่อสู้เพื่อ “พิชิต” 

นักเตะชุดนี้ไม่เคยต้องต่อสู้เพื่อ “รักษา” ซึ่งมันเป็นการต่อสู้อีกรูปแบบที่แตกต่าง

นั่นทำให้เมื่อถึงที่สุดแล้วพวกเขาไม่สามารถรักษามันเอาไว้ได้ 
ผมชื่นชมแนวทางการเล่นที่บริสุทธิ์ของอายักซ์ ฟุตบอลของพวกเขามันน่าหลงรัก

แต่ในเกมแบบนี้ความตั้งใจดีอาจไม่เพียงพอ พวกเขารู้จักวิธีการเล่นแค่แบบเดียวซึ่งน้อยเกินไป จนทำให้เมื่อถูกบีบและกดดันมากเข้าก็มีเสียอาการ

ความใสซื่อนั้นยังทำให้พวกเขาไม่รู้จักปิดเกมให้มิดชิด คิดแค่จะทำประตูเพิ่มเพื่อฝังให้ได้ ซึ่งโชคร้ายที่ผลออกมาผิด

ให้เครดิตกับลูคัส มูรา ดาวที่เคยเกือบอับแสงเพราะสูญเสียความเชื่อในตัวเองไปเมื่อไปอยู่ในทีมที่เต็มไปด้วยดาวประกายพฤกษ์อย่างเปแอสเช – วันนี้คือวันที่ดีที่สุดในชีวิตของเขา

ความเร็ว ความคล่องตัว ไม่สำคัญเท่ากับการจบสกอร์ที่ว่องไว ไวจนไม่มีใครตามทัน

เขาคือผู้พาสเปอร์สเข้าชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นหนแรก

เช่นกันกับโปเช็ตติโน่ ที่หากปราศจากเขาแล้วสเปอร์สคงไม่มีวันเดินทางมาถึงจุดนี้

ที่เหลือคือการทำให้ดีที่สุด ในการเจอคู่แข่งที่เหมือนเงาของกันและกัน

สเปอร์สกับลิเวอร์พูล

โปเช็ตติโน่กับคล็อปป์

ทีมที่เล่นด้วยหัวใจกับทีมที่เล่นด้วยหัวใจ

ปาฏิหาริย์ต่อปาฏิหาริย์

ฟุตบอลมันบ้าคลั่งอย่างแท้จริง แต่ก็งดงามในเวลาเดียวกัน