มองรอบ 8 ทีม UCL ใครจะได้ไปต่อ?

ผลการจับสลากประกบคู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายแชมเปี้ยนส์​ ลีก ออกมาเรียบร้อยแล้วนะครับ

ไม่แน่ใจว่าจะถูกใจใครมากน้อยแค่ไหน ส่วนตัวผมผิดหวังนิดหน่อยเพราะอยากเห็น ยูเวนตุส เจอกับ บาร์ซ่า กันตั้งแต่รอบนี้ไปเลยเพราะเชื่อว่าน่าจะเป็นจังหวะที่ดีที่เราจะได้เห็น​โรนัลโด้ และเมสซี่ ลงห้ำหั่นกันอีกครั้งในสนาม เพียงแต่มันไม่เกิดขึ้นและเส้นทางของทั้งสองหากจะบรรจบกันจริงก็ต้องเป็นรอบชิงชนะเลิศเลย

แล้ว 4 คู่ที่ออกมานั้น เป็นอย่างไรบ้าง? ขออนุญาตแลกเปลี่ยนมุมมองนะครับ

#1 อายักซ์​ vs ยูเวนตุส

ดูผิวเผินแล้วเหมือนจะเป็นงานที่เบาสำหรับยูเว่ เพราะถึงจะผ่านด่านเรอัล มาดริด มาได้อย่างน่าประทับใจแต่เมื่อเอาอายักซ์ มาเทียบกับทีมที่น่าจะแข็งแกร่งที่สุดในยุโรปเวลานี้อย่างยูเวนตุสแล้วระดับมันดูจะห่างกันอย่างค่อนข้างชัดเจน

อย่างไรก็ดีผมคิดว่านี่เป็นเกมที่น่าติดตามมากคู่หนึ่งครับ กับสองสโมสรที่มีแนวทางในการทำทีมที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

อายักซ์อย่างที่ทราบพวกเขาเป็นตักศิลาลูกหนังชั้นเอก ที่กลับมาผลิตนักฟุตบอลชั้นดีออกมาเป็นล็อตใหญ่อีกครั้งหลังจากที่เราแทบไม่เห็นผลผลิตชั้นดีจากพวกเขามานานมาก มาคราวนี้พวกเขามีของดีอย่างแฟรงกี เดอ ยอง, มัตทิส เดอ ลิกต์​, ดอนนี, ฟาน เดอ บีค, แคสเปอร์ โดลเบิร์ก (อดีตเด็กเทพที่ตอนนี้เป็นกำลังสำรอง),​ ดาลีย์ บลินด์ (ที่กลับมาอ้อมกอดทีมเก่าอีกครั้ง)

นักเตะเหล่านี้เมื่อรวมกับนักเตะต่างชาติฝีเท้าดีมีประสบการณ์อย่าง ดูซาน ทาดิช จอมทัพที่มาแรงสุดๆ, ฮาคิม ซิเยค จอมพลิ้วดาวโรจน์ รวมถึงรุ่นเดอะอย่าง คลาส ยาน ฮุนเตลาร์ ที่เคยเป็นศิษย์เก่าช่วงสั้นๆและกลับมาในบั้นปลายชีวิต ก็ทำให้ทีมมีความกลมกล่อมลงตัว

ขณะที่ยูเวนตุส พวกเขายกระดับตัวเองเป็นมหาอำนาจของโลกในทุกมิติ และมีนโยบายในการทำทีมที่น่าสนใจเมื่อเน้นการได้นักเตะชั้นนำมาแบบฟรีๆ หรือจ่ายไม่มาก ยกเว้นคนเดียวที่พวกเขายอมจ่ายและเป็นการจ่ายที่เกินคุ้มอย่างคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ทำให้พวกเขากลายเป็นโคตรทีมที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน

ความสนุกของคู่นี้คงอยู่ที่ว่าอายักซ์ จะสู้กับยูเว่ ได้น่าประทับใจขนาดไหนครับ ส่วนจะคิดผ่านด่านไปนั้นอาจจะยากหน่อย เพราะยูเว่ไม่ใช่เรอัล มาดริด ทีมที่อยู่ในช่วงขาลง

แม้ฟุตบอลอะไรจะเกิดขึ้นก็ได้ก็ตาม

#2 ลิเวอร์พูล vs ปอร์โต้

เป็นการกลับมาเจอกันอีกครั้งหลังจากที่พบกันในรอบ 16 ทีมสุดท้ายเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

คู่นี้ผมแอบตะโกนลั่นห้อง (55) เพราะถึงจะปากแข็งบอกเจอใครก็ได้ แต่ในฐานะเดอะ ค็อป ลึกๆแล้วผมก็อยากเจอ “ของอ่อน” ก่อนจะเจอของแข็งอยู่ดี

กล่าวแบบนี้ไม่ได้คิดจะดูแคลนปอร์โต้ เพียงแต่ในเกมฟุตบอลมันมี “ระดับ” ของแต่ละทีมอยู่ และในบรรดา 8 ทีมที่เหลืออยู่ปอร์โต้ เป็นหนึ่งในสองทีมที่ระดับอ่อนกว่าคู่ต่อสู้ (อีกทีมคืออายักซ์) ซึ่งเป็นเรื่องของชื่อเสียง ประวัติศาสตร์ และอำนาจทางการเงิน

ต้องบอกว่าลิเวอร์พูล กุมความได้เปรียบอยู่ในแทบทุกด้านครับ เพราะปอร์โต้ ในปีนี้เองไม่ได้ถือว่าดีกว่าปีกลาย พวกเขายังพึ่งตัวเก๋าอย่าง อิเคร์ กาซีญาส, เปเป้, ยาซิน บราฮิมี รวมถึงคู่หอกอย่าง มุสซา มาเรกา และฟรานซิสโก ซัวเรซ

สตาร์เด่นรุ่นใหม่ในทีมคือ เอเดอร์ มิลิเตา ที่ถูกเรอัล มาดริด ซื้อไปเรียบร้อยด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์

อย่างไรก็ดี ปอร์โต้ มีบทเรียนเมื่อปีกลายจากการโดนถล่มคาบ้าน 5-0 ในเกมแรก จนทำให้ช้อยเก็บฉากทันที และแน่นอนว่าพวกเขาย่อมอยาก “ล้างตา” จากความเจ็บปวดเมื่อปีกลายด้วย ซึ่งตรงนี้ลิเวอร์พูลก็ประมาทไม่ได้เหมือนกัน

ปัญหาใหญ่ของ “หงส์แดง” คือเรื่องของความกดดันจากการเป็นทีมเต็งที่จะผ่านเข้ารอบ เรื่องความเครียดจากการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก และเรื่องของปัญหาอาการบาดเจ็บที่อาจกลับมาในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลแบบนี้

ส่วนตัวยังเชื่อว่าทีมของ คล็อปป์ ดีกว่าและน่าจะผ่านเข้ารอบได้ครับ

#3 ท็อตแน่ม vs ซิตี้

น่าจะเป็นการประกบคู่ที่สูสีที่สุดในรอบนี้ แม้ว่าฟอร์มการเล่นในเวลานี้จะสวนทางกันก็ตาม

ซิตี้ อย่างที่รู้ครับกำลังตบเกียร์สูงสุดและกระทืบคันเร่งอย่างเมามันในเวลานี้ ไม่ใช่แค่ผลงานในลีกที่เก็บชัยชนะรวดจนแทบลืมไปแล้วว่าครั้งสุดท้ายแพ้เมื่อไหร่ (จริงๆคือแพ้นิวคาสเซิล แบบงงๆ) พวกเขายังไล่ถล่มชาลเก้ แบบโคตรใจร้ายถึง 7-0 หลังจากที่เกมแรกแอบลุ้นเหนื่อยมาแซงเอาชนะได้ในช่วงท้ายเกม

ด้วยฟอร์มและขุมกำลังของพวกเขาแล้ว สำหรับผมคือหนึ่งในตัวเต็งคู่กับยูเว่ ครับ โดยมีบาร์ซ่าที่ใกล้เคียง

ขณะที่สเปอร์ส ช่วงที่ผ่านมาคือช่วงที่เจ็บปวดที่สุดในรอบหลายปี พวกเขาแพ้แบบไม่น่าเชื่อหลายต่อหลายนัดติดต่อกันจนทำให้จากที่แอบลุ้นแชมป์อยู่ดีๆก็ต้องมาลุ้นป้องกันพื้นที่ท็อปโฟร์แทน

บรรยากาศภายในทีมก็ย่ำแย่เพราะนายใหญ่ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ดูเริ่มถอดใจ (บอร์ดบริหารต้องรับผิดชอบที่ไม่สามารถเสริมทัพให้ทีมได้แม้แต่รายเดียว ซึ่งเป็นบทเรียนราคาแพงมหาศาล) และนักเตะในทีมเวลานี้ผมเชื่อว่ามีมองหน้ากันเลิ่กลั่กว่าใครจะเก็บกระเป๋าย้ายออกจากทีมบ้าง โดยเฉพาะสตาร์อย่าง คริสเตียน เอริคเซ่น และแฮร์รี่ เคน ที่มีโอกาสไปก่อนใครเพื่อน

อย่างไรก็ดีในบรรดาทีมในอังกฤษ สเปอร์สเป็นหนึ่งในไม่กี่ทีมที่มึศักยภาพที่จะปราบซิตี้ได้ครับ และผมเชื่อว่าพวกเขาต้องการจะใช้โอกาสนี้ในการ “พิสูจน์” ให้เห็นว่าพวกเขาก็เป็นหนึ่งในทีมระดับท็อปเช่นกัน ซึ่งผลการแข่งในรอบนี้ระหว่างแพ้กับชนะนั้นจะมีผลต่อการกำหนดอนาคตของสโมสรในอีก 2-3 ปีข้างหน้าหรือไกลกว่านั้นด้วย

ดังนั้นถึงฟอร์มจะเป็นรอง แต่ผมเชื่อว่าสเปอร์ส จะทำให้ซิตี้ ซึ่งเป็นทีมที่อยู่ระหว่างเรียนวิชา ส.ป.ช. (ช.ป.ล.) เจองานลำบาก

หรืออาจถึงขั้นกระเด็นตกรอบได้เลยทีเดียว

#4 แมนเชสเตอร์​ ยูไนเต็ด vs บาร์เซโลน่า

ผมจำไม่ได้ว่าใครเป็นคนจับสลากในรอบ 16 ทีมให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ผมเชื่อว่านาทีนี้เหล่าสาวกผีน่าจะอยากไปสะเขาะเด๊าะ เอ้ย สะเดาะเคราะห์สักหน่อยครับ เพราะต่อจากเปแอสเช พวกเขายังต้องมาเจอของที่แข็ง (กว่า) อย่างบาร์เซโลน่าอีก

แน่นอนครับสภาพนี้ ทรงนี้ ยูไนเต็ดเป็นรองแบบไม่ต้องสงสัย

แต่! มันก็อาจจะเป็นความสนุกของคู่นี้ ที่เราจะได้ดูกันชัดๆอีกทีว่าพวกเขาจะหาทางมาหยุดบาร์เซโลน่าได้อย่างไร โดยเฉพาะในแนวรุก ลิโอเนล เมสซี่ เป็นคนที่พวกเขาไม่เคยหยุดได้เลยไม่ว่าจะยุคไหน เคยแพ้ในรอบชิงถึง 2 ครั้ง

ขณะที่หลุยส์ ซัวเรซ ก็กำลังเรียกฟอร์มเก่าๆกลับมาและมีแพสชั่นพิเศษในฐานะนักเตะหงส์ นอกจากนี้ยังมีอดีตแอนฟิลด์อีกคนอย่าง คูตินโญ่ ที่เวลานี้เหมือนปัญหาชีวิตในคัมป์ นู จะเริ่มจางลงหลังกราฟดิ่งหนักในช่วงก่อนหน้านี้ (ถึงขั้นมีข่าวอยากย้ายมาโอลด์ แทรฟฟอร์ด เพราะแอนฟิลด์ไม่เอา)          

ถ้าโซลชา วางหมากให้ลูกทีมปักหลักยันได้ และสวนกลับสวยๆสักหน่อย ผมเชื่อว่าแมนฯ​ ยูไนเต็ด ก็มีโอกาสจะสร้างเซอร์ไพรซ์ได้เหมือนกัน เพราะแนวรับของบาร์ซ่า ขึ้นชื่อว่าเปื่อยเหมือนกระดาษเปียกน้ำอยู่แล้ว ถ้ามาร์คัส แรชฟอร์ด, โรเมลู ลูคาคู หรือ อองโตนี มาร์กซิยาล มีสมาธิตั้งใจหน่อยผมเชื่อว่าพวกเขามีสกอร์ได้ไม่ยาก

รวมถึงป็อกบา ที่เกมนี้จะเป็นโอกาสประกาศศักดาอีกครั้งว่าเขาคือ “ระดับโลก” ของจริง เมื่อต้องเจอกับแดนกลางอย่าง เซร์จิโอ บุสเกตส์, อิวาน ราคิติช และ อาทูร์

ในปี 2012 โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ สร้างตำนานที่เหลือเชื่อในการพาเชลซี คว้าแชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยแรกได้ทั้งที่เข้ามารับตำแหน่งเป็นการชั่วคราว บางทีคนก็แอบคิดว่าโซลชาจะทำได้ในแบบเดียวกัน

โซลชา เองก็เคยมีตำนานที่คัมป์ นู ในการลงมาทำประตูชัยให้ยูไนเต็ด พลิกชนะบาเยิร์น ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บคว้าถ้วยหูใหญ่เมื่อปี 1999 ด้วย

จะมีเรื่องเหลือเชื่อเกิดขึ้นอีกหรือเปล่า รอดูกันครับ

นี่เป็นมุมมองส่วนตัวของผมที่มองสถานการณ์รอบ 8 ทีมสุดท้าย UCL เอาไว้ เห็นด้วยเห็นต่างประการใด แลกเปลี่ยนกันได้นะครับ 🙂


RELATED POSTS

Story

คัด 10 ประเด็น ‘ต้องไม่พลาด’ ศึกลีกยุโรปสัปดาห์นี้

SPORTDesk. Team

ฟุตบอลลีกเริ่มเปิดฉากกันทั้งหมด เวลาและเข็มนาฬิกาก็แต่ละวันก็ดูผ่านไปเร็วเหลือเกินราวกับติดจรวด นี่ก็ล่วงเลยมาจนกระทั่งจะถึงโปรแกรมฟุตบอลลีกสุดสัปดาห์อีกแล้ว เราจึงขอคัดสรร ประเด็น สถิติ และสิ่งที่น่าจับตามอง ในช่วงสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ มาฝากกัน ทั้ง 4 ลีกใหญ่ พรีเมียร์ลีก, ลาลีกา, กัลโช่ เซเรีย อา และ บุนเดสลีกา

Thought

ของดีจากโรม

มาริโน่

สองฤดูกาลติดต่อกันแล้วที่ลิเวอร์พูล สอยนักเตะจากโรม่า มาเสริมทัพ ปรากฏเป็นของดีระดับขึ้นไอคอน สยาม ทั้งโมฮาเหม็ด ซาลาห์ และอลิสซอน เบ็คเคอร์ บางคนแซวว่าหลังเคย “ดูด” ผู้เล่นจากเซ้าธ์แฮมป์ตัน จนได้ฉายาข้าวต้มนักบุญสาขา 2 เวลานี้ หงส์แดงเปลี่ยนไปใช้บริการทีมจากกรุงโรมแทน

Thought

ข้างหลัง “คำพูด”

ไข่มุกดำ

โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ เดินทางมาถึงเมืองแมนเชสเตอร์ วันพุธที่ 19 ธ.ค. และมีเวลาคุมซ้อม “มื้อแรก” วันพฤหัสบดี กับศุกร์ที่ 20, 21 ธ.ค.ก่อนบุกถล่มคาร์ดิฟฟ์ 5-1 คืนวันเสาร์ 22 ธ.ค.